บทนำ
บทนำ
ไฟสปอตไลต์สว่างจ้าส่องลงมายังรันเวย์ แคทวอล์กถูกประดับประดาด้วยสีสันฉูดฉาด เสียงเพลงจังหวะเร้าใจกระหึ่มไปทั่วห้องจัดแสดง ท่ามกลางความวุ่นวายของการเตรียมงานแฟชั่นโชว์ครั้งใหญ่ ภายใต้หลังเวทีที่เต็มไปด้วยนางแบบนายแบบและทีมงาน และช่างแต่งหน้ามืออาชีพกำลังง่วนอยู่กับการเติมแต่งสีสันบนใบหน้าของเหล่าหุ่นโชว์
ลูกเกดนางแบบสาวชื่อดัง เธอนั่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ ปล่อยให้ช่างแต่งหน้าบรรจงแต่งแต้มสีสันลงบนใบหน้าสวยคมของเธอ เสียงฮือฮาจากด้านนอกห้องทำให้ลูกเกดถึงกับหูผึ่ง ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มเมื่อรู้ว่าใครมาถึง
“หยุดแค่นี้ก่อนค่ะ เดี๋ยวฉันมา” ลูกเกดบอกกับช่างแต่งหน้า
นางแบบสาวลุกออกจากเก้าอี้ เดินตรงไปยังประตูทันที หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวังว่าจะได้เจอเขา ‘ไมเลส’ นายแบบมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและมีค่าตัวสูงที่สุด แสงออร่าของเขาสามารถทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงัก ชนิดที่ไม่มีใครกล้าสบตา
แต่แล้วเพียงไม่กี่นาทีต่อมา ลูกเกดก็กลับเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าบึ้งตึง ปากคว่ำลงเล็กน้อยอย่างไม่สบอารมณ์ เธอเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้อย่างกระฟัดกระเฟียด ดวงตาฉายแววหงุดหงิด “บ้าจริง! หมอนั่นไม่ยอมให้ใครเข้าพบเลยสักคน!”
ช่างแต่งหน้ามองอย่างงง ๆ ไม่กล้าพูดอะไรออกไป ได้แต่กลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ แต่ยังไม่ทันจะได้ลงมือแต่งแต้มอะไรไปมากกว่าเดิม ก็มีเสียงสะกิดเบา ๆ ที่ไหล่
“คุณแก้มใสคะ”
แก้มใส ช่างแต่งหน้ามืออาชีพเงยหน้าขึ้นมองผู้จัดการสาวที่ยืนอยู่ด้านข้าง
“ช่างแต่งหน้าประจำตัวของคุณไมเลสลาออกกระทันหันค่ะ คุณแก้มใสช่วยไปแต่งหน้าให้คุณไมเลสหน่อยนะคะ”
แก้มใสถึงกับนิ่งงัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ชื่อ ‘ไมเลส’ ที่เธอได้ยินทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ เธอไม่คิดว่าจะได้เจอเขาอีกครั้ง...คนที่เธอไม่อยากเจอที่สุดในตอนนี้
ลูกเกดที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ได้ยินบทสนทนาทั้งหมด ก็ถึงกับไม่พอใจ เมื่อกำลังถูกแย่งช่างแต่งหน้าไป อีกทั้งเธอคนนี้ก็จะได้ใกล้ชิดกับไมเลสมากกว่าเธอ จึงเบ้ปากคว่ำอย่างหมั่นไส้
แก้มใสนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความสับสนและไม่อยากไปเผชิญหน้ากับเขา แต่ในฐานะมืออาชีพ เธอรู้ดีว่านี่คืองานที่เธอปฏิเสธไม่ได้
“ได้ค่ะ แต่ขอแก้มแต่งหน้าให้คุณลูกเกดก่อนนะคะ อีกนิดเดียวก็เสร็จแล้วค่ะ”
ผู้จัดการสาวรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “ไม่ค่ะ คุณแก้มใสต้องไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ! คุณไมเลสไม่ชอบรอ เดี๋ยวทางเราจะให้ช่างคนอื่นมาแต่งหน้าให้คุณลูกเกดแทนค่ะ” น้ำเสียงของผู้จัดการเต็มไปด้วยความเร่งรีบและกดดัน ชัดเจนว่าไม่มีเวลาให้ต่อรอง
แก้มใสได้แต่ถอนหายใจ เมื่อผู้จัดการสาวหันไปเรียกช่างแต่งหน้าอีกคนให้เข้ามาทำหน้าที่แทนเธอ ลูกเกดที่นั่งอยู่ตรงหน้าถึงกับหน้าบูดบึ้งอย่างเห็นได้ชัด แต่แก้มใสไม่มีทางเลือก เธอทำได้เพียงหยิบกระเป๋าเครื่องสำอางของตัวเองขึ้นมา ก่อนจะเดินตามผู้จัดการสาวออกไปจากห้องแต่งตัวช้า ๆ จังหวะของเธอหนักอึ้งราวกับมีโซ่ตรวนผูกติดไว้ เพราะรู้ดีว่าเบื้องหน้าคือการเผชิญหน้ากับอดีตที่เธออยากหลีกเลี่ยงมากที่สุด
ร่างบางเดินตามผู้จัดการสาวเข้ามาในห้องแต่งหน้าส่วนตัวของไมเลส หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึก เมื่อก้าวผ่านประตู ภาพแรกที่ปรากฏในสายตาคือแผ่นหลังกว้างของ ‘เขา’ ที่นั่งหันหลังให้
“คุณไมเลสคะ คุณแก้มใสมาแล้วค่ะ”
เขาไม่ตอบ เพียงขยับศีรษะเล็กน้อย สบตาแก้มใสผ่านกระจกแต่งหน้าบานใหญ่ที่สะท้อนภาพของทั้งคู่ ดวงตาคมกริบคู่นั้นยังคงสะกดให้เธอรู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ ริมฝีปากหยักได้รูปยกยิ้มมุมปาก พร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“ออกไปให้หมด” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ธามลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่มุมห้องพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“แต่ว่าคุณไมเลสคะ...” ผู้จัดการสาวพยายามจะท้วง ทว่าสายตาอันเย็นชาของเขาที่ตวัดมองทำให้เธอต้องหุบปากฉับ
“ฉันบอกว่า...ออกไปให้หมด” เขาเน้นย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าเดิม
ธามเดินมาแตะไหล่ผู้จัดการเบา ๆ เป็นเชิงให้เธอออกไป รวมถึงตัวเขาด้วยก็ต้องออกจากห้องไปอย่างเงียบ ๆ
ทันทีที่ประตูปิดห้องถูกปิดลง แก้มใสอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัดและตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
“ไม่เจอกันตั้งนาน”
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตัวเอง แก้มใสยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ไมเลสยังคงจ้องมองเธอผ่านกระจก แววตาของเขายากจะคาดเดาว่าเขากำลังคิดอะไร
“สองปี...สองปีเต็ม ๆ ที่ฉันไม่ได้เห็นหน้าเธอ” เขาพูดราวกับกำลังรำลึกถึงความหลังอันขมขื่น “แต่ก็น่าแปลก...ฉันยังจำเธอได้ไม่เคยลืมเลยสักวินาทีเดียว”
เขาหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเธอเต็มตัว ดวงตาคมกริบกวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างพิจารณา คล้ายจะประเมินค่า
“เธอสบายดีไหม?” ประโยคสุดท้ายเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหน็บแนมและแฝงความโกรธเอาไว้อย่างมหาศาล
ไมเลสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาหาเธอช้า ๆ แต่ทุกย่างก้าวกลับเหมือนมีแรงกดดัน ใบหน้าหล่อเหลาในเวลานี้กลับมีแววตาที่ดำมืดลงไปอีกหลายเท่า
แก้มใสถอยหลังโดยอัตโนมัติ หวังจะรักษาระยะห่างจากเขา แต่ห้องนี้มันไม่ได้กว้างพอที่จะให้เธอหลบหนีไปไหนได้ง่าย ๆ
เขาเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ แทบจะชิดกายจนได้กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวของเขา กลิ่นที่คุ้นเคยและทำให้ใจเต้นแรง ตอนนี้มันกลับทำให้เธอรู้สึกหนาวสะท้าน เขาจ้องเธอเขม็ง
“ตอบมาสิแก้มใส” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นกระซิบแผ่วเบาแต่กลับทิ่มแทงใจคนฟัง
ไม่รอให้เธอได้ตอบ ไมเลสก็เอื้อมมือมาคว้าข้อมือของเธออย่างรวดเร็ว ก่อนจะออกแรงกระชากและเหวี่ยงร่างบางไปข้างหลังอย่างไม่ปรานี แก้มใสเสียหลักล้มลงไปติดกับโต๊ะแต่งหน้าบานใหญ่ที่ตั้งอยู่หน้ากระจก กระเป๋าเครื่องสำอางที่ถืออยู่หลุดจากมือตกกระจัดกระจายไปทั่วพื้น
มาเฟียหนุ่มก้าวเข้ามาประชิดอีกครั้ง ค้ำยันมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะข้างลำตัวเธอ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารินรดอยู่ข้างแก้ม
“เธอคิดว่าเธอเป็นใคร ถึงกล้าทำแบบนั้นกับฉัน? ทั้งที่เธอก็รู้ว่าฉันรักเธอมากแค่ไหน...จากนี้ไป เธอไม่มีวันหนีฉันได้อีก!”