EP 26

1109 คำ
แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงแอนตี้เหลือเกิน เวลาเห็นแม่คุณหยิบยกเอาเรื่องเงินขึ้นมาพูดคุยกัน มันไม่ต่างจากการเอาเข็มมาจิ้มเข้าไปในแผลเก่าที่ตกสะเก็ดแล้วให้รู้สึกคันๆ เจ็บๆ แสบๆ ยังไงยังงั้นเลย “กลัวผมไม่จ่ายหรือไง ถึงได้รีบนัก แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ เงินสำคัญกับคุณเสมออยู่แล้วนี่ ไม่ว่าจะเมื่อไหร่มันก็ไม่เคยสำคัญน้อยลงเลยสำหรับความคิดคุณ” จนอดเหน็บหนักๆ ไม่ได้ “อันที่จริงดิฉันควรจะส่งรายงานนี้ไปฝ่ายบัญชีตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ แต่เคลียร์งานไม่เสร็จสักที เลยเพิ่งได้สรุปให้ท่านประธานอนุมัติค่ะ” คนถูกเหน็บพยายามควบคุมอารมณ์เอาไว้ แม้ไม่รู้ว่าจะได้นานมากน้อยแค่ไหน “นี่เป็นหมื่นๆ เลยเหรอ” แม้จำนวนเงินจะไม่สลักสำคัญใดๆ เลย แต่ก็ขอให้ได้เหน็บนิดๆ หน่อย ๆ ท่านก็เอา “นี่ยังมีหลุดบ้างนะคะ แต่ถ้าท่านประธานสงสัยหรือกลัวว่าเราจะเบิกมั่วๆ วันหน้าก่อนจะให้ทำโอที ดิฉันเอาแบบฟอร์มมาให้เซ็นก่อนก็ได้นะคะ จะได้ไม่สงสัยทีหลังค่ะ” คนถูกเหน็บเริ่มเก็บอารมณ์และความไม่พอใจเอาไว้ไม่ได้แล้ว เลยส่งเสียงราบเรียบและอย่างเป็นทางการไปหา “ผมยังไม่ได้ว่าอะไรสักคำทำร้อนตัวไปได้ แล้วถามหน่อยเหอะ เวลาพูดกับผมนี่ทำไมต้องทางการขนาดนี้ ทีกับคนอื่นเห็นคุณแทนตัวเองว่าเอื้อยอย่างนั้นเอื้อยอย่างนี้ ใครต่อใครก็คงมองว่าผมกับคุณห่างเหินกันไม่สนิทกันเหมือนเจ้านายกับเลขาคู่อื่นๆ” “ก็ท่านประธานเองไม่ใช่เหรอคะ ที่เป็นคนตั้งกฎเอาไว้” “กฎอะไร” “กฎข้อที่หนึ่ง ดิฉันกับท่านประธาน เกี่ยวข้องกันเพียงแค่การเป็นเลขากับเจ้านายเท่านั้น ท่านประธานสั่งห้ามเสียงแข็งไว้ว่าไม่ให้เอาความสัมพันธ์แบบอื่นมาปะปนเด็ดขาด และท่านก็สั่งว่าดิฉันต้องเรียกว่าท่านประธานทุกครั้งไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าคนอื่นหรืออยู่ด้วยกันตามลำพังตั้งแต่วันแรกที่มาทำงานแล้วนี่คะ” ท่านถึงกับสะอึกและเป็นคนลืมเสียเอง เพราะที่ตั้งขึ้นมานั้นก็มั่วหมด อันที่จริงก็ไม่ได้ทำตัวแบบนี้กับดวงตาด้วยซ้ำ เลยก้มหน้าลงไปเซ็นเป็นการแก้เก้อ เสร็จแล้วก็ยื่นให้คนตรงหน้า “ขอบพระคุณค่ะ เจอกันพรุ่งนี้นะคะ” รภัสรดารีบรับเอกสารแล้วรีบเผ่นออกมาทันที ขืนอยู่ต่อมีหวังถูกสั่งงานเพิ่ม หรือไม่ก็คงจะถูกเหน็บแนมนั่นนี่ไม่เลิกเท่านั้น การรีบหนีกลับบ้านจึงเป็นทางออกดีที่สุด “ปากดีนักนะ เดี๋ยวพ่อจับมาจัดการให้เข็ดเลย” หน้าบึ้งๆ เมื่อครู่คลี่ยิ้มออกทันทีที่เจ้าของเรือนกายผอมบางกับเดรสสั้นเหนือเข่าเกือบคืบเดินออกจากห้องไป แม่คุณจะรู้บ้างไหมว่ากฎเหล็กของเขาจริงๆ คือจะไม่รับเลขาหน้าตาสวยใสใส่สั้นมาทำงานใกล้ๆ เป็นอันขาด เพราะมันทำให้เจ้านายอย่างเขาประสาทเสีย เวลามองส่วนที่โผล่พ้นชายกระโปรงมา โดยเฉพาะกับคนที่เคยทำให้ใจเขาไหวหวั่นมาแล้ว และตอนนี้ก็อาจจะยังไหวหวั่นอยู่ก็เป็นได้   แม้เคยมั่นใจมานานปีว่าไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับคนหน้าเงินหลงเหลืออยู่ในหัว แต่เพียงแค่ได้เห็นไกลๆ เขาถึงขนาดตัดสินใจให้พ่อควักเงินหลายสิบล้านมาซื้อหุ้น เพียงเพื่ออยากค้นหาอะไรบางอย่างที่ค้างคาใจเท่านั้น และเขายังไม่อยากให้จบไปแบบครึ่งๆ กลางๆ หรือแบบคลุมเครือไม่มีการเคลียร์กัน แม้อันที่จริงเขาจะสนใจกิจการเพื่อน แต่ก็ยังไม่มีอะไรดึงดูดใจให้อยากซื้อหรืออยากลงแรงทำ คงต้องยกความดีให้แม่คุณกระมัง “พี่ภามจ๋า! อือ! เอื้อย! เจ็บ” จู่ๆ ภาพใบหน้าสวยใสและไร้เดียงสาก็แล่นมาอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง งานที่ตั้งใจว่าจะทำต่อถูกเมินด้วยการนั่งเอนเบาะไปด้านหลังแบบสบายๆ ทันที จำได้ดีว่าตอนนั้นหน้าสวยๆ กำลังบิดเบี้ยวเมื่อความสาวกำลังจะถูกเขาพรากไป กายเบื้องล่างของเขาเริ่มจะแตกตื่นอีกแล้ว เมื่อคิดถึงค่ำคืนนั้นขึ้นมาอีก ค่ำคืนที่เขาค่อยๆ ประคองกายผงาดตั้งเต่งตึงและมหึมาบุกหาอีกกายด้วยความหิวกระหายใคร่อยากปลดปล่อยเต็มที และในวัยที่พละกำลังมีอย่างล้นเหลือ “โอย! พี่ภาม! เอื้อยเจ็บค่ะ ทำไมเจ็บแบบนี้คะ ฮื่อๆ” นั่นคือเรื่องที่เขากลัวไม่น้อย ยิ่งเห็นสาวน้อยสวยใสไร้เดียงสาหยุดทุกการเคลื่อนไหวเอาไว้ เขาก็รู้ได้ทันทีว่าความเจ็บกำลังแล่นมาเล่นงานเข้าให้แล้ว “ใจเย็นๆ นะจ๊ะ ทนอีกนิดจ้ะ พี่จะไม่ทำให้เอื้อยเจ็บนานหรอกนะจ๊ะ เชื่อพี่นะ” คนนอนนิ่งไม่ตอบรับใดๆ ใบหน้านั้นเปลี่ยนจากทุกข์ทรมานเพราะความต้องการ มาเป็นทุกข์ทรมานเพราะความเจ็บปวดแทน ชายหนุ่มรีบเลื่อนนิ้วไปเคล้าคลึงเกสรสวยเพื่อช่วยลดความเจ็บให้ทันที นานนับนาทีกว่าบั้นท้ายที่แน่นิ่งอยู่จะค่อยๆ ขยับไปมา เขาสั่งนิ้วให้เร่งตวัดตรงตุ่มติ่งรัวเร็วขึ้นอีก พอเห็นบั้นท้ายแอ่นขึ้น จึงไม่รอช้าที่จะดันกายเต็มตึงเข้าหาอย่างรวดเร็วและแรง จนแนบแน่นเป็นหนึ่งเดียวได้สักที และโล่งใจเมื่อคนใต้ร่างไม่ได้โอดครวญเพราะความเจ็บปวด แต่ก็ไม่ได้ครวญครางเพราะความสุข จึงเป็นหน้าที่ของเขาที่จะทำให้เธอเป็นสุขไปพร้อมกัน แม้กายผงาดกำลังถูกกายสาวรัดรึงแทบจะทานทนไม่ไหว แต่เขาก็จำต้องทนให้ได้ เพื่อสร้างความประทับใจไว้ในคราแรกให้อีกฝ่าย แล้วจะง่ายในการก้าวครั้งต่อๆ ไป ซึ่งเขาตั้งใจไว้แล้วว่าต้องมากกว่าสอง ก็นี่เป็นของขวัญล้ำค่า ก่อนจะบินไปเรียนไกลถึงอังกฤษนี่นา “อื้ห์ม!” เมื่อเห็นบั้นท้ายเริ่มขยับ เขาก็รู้ทันทีว่าไปต่อได้ เลยโน้มกายลงไปจูบแก้มนุ่มๆ ทั้งสองข้างเพื่อปลอบขวัญ ก่อนจะค่อยๆ ถอนกายผงาดออกช้าๆ แล้วถาโถมเข้าหาในแบบรวดเร็วจนแนบแน่นเป็นหนึ่งเดียวอีกรอบ ยังผลให้คนอยู่ใต้ร่างครวญออกมาอย่างไร้เดียงสา
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม