“จะไม่ขอบคุณสักคำหรือไงเรื่องเค้ก”
เดินถึงประตูท่านก็ส่งเสียงห้วนๆ ให้ หันมาก็พบว่าท่านเงยใบหน้าหล่อๆ มารออยู่ก่อนแล้ว เลขาหน้าใสมีเดรสเข้ารูปคอวีสีครีมพร้อมเข็มขัดเข้าชุดหุ้มกายอยู่นั้น ส่งยิ้มแหยๆ แล้วย่อเข่าลงพร้อมเอ่ย
“ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน”
จากนั้นก็เผ่นออกไปทันที ทิ้งให้ท่านที่เพิ่งตีหน้าขรึมอยู่เมื่อครู่คลี่ยิ้มด้วยความขำ กับท่าทีเด็กๆ ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วถอนหายใจหนักๆ มือก็เลื่อนกาแฟกับเค้กมาจัดการเพราะหิว เนื่องจากชินกับการได้กินมื้อเช้าทุกวันถ้านอนบ้าน ตอนนี้ก็ต้องทนกินอะไรก็ได้ไปก่อน ไว้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางค่อยว่ากัน
ส่วนคนเป็นเลขาหน้าใสนั้น ก็กำลังนั่งจ้องเค้กกับกาแฟอยู่ด้วยใบหน้าเจือยิ้มน้อยๆ นั่นเพราะภาพในอดีตโลดแล่นเข้าสู่ความทรงจำอีกแล้ว เป็นภาพที่ตัวเองนั่งโต๊ะวีไอพีรวมกับเพื่อนๆ มองพนักงานโรงแรมกำลังตักเค้กใบเตย ซึ่งเป็นรสที่เจ้าของวันเกิดโปรดปรานไม่น้อย
“ใครจะเอาเค้กบ้าง เดี๋ยวเราเรียกให้เขาเอามาเสิร์ฟก่อน”
ปรียากรณ์เอื้อนเอ่ย ตานั้นก็มองไปยังโต๊ะที่พี่ชายกับผองเพื่อนนั่งอยู่ เพราะแต่ละคนต่างหล่อเหลาแทบทั้งสิ้น
“ไม่เอากลัวอ้วน”
วรัสยาภรปฏิเสธเสียงแข็ง ตาก็มองไปยังจุดเดียวกับเพื่อนเช่นกัน ด้วยปลื้มพี่ชายรูปหล่อของเพื่อนมานานนม แถมทุกคนในโต๊ะพี่เพื่อนก็หล่อๆ ทั้งนั้น
“อุ๊ยๆ พี่ภามกับเพื่อนๆ ถือเค้กมาทางโต๊ะเราด้วยล่ะแก”
นันธวรรณอดตื่นเต้นไม่ได้ เพราะปลื้มพี่ชายเพื่อนไม่ต่างกัน ส่วนสาวน้อยรภัสรดานั้นก็ปลื้มพี่ชายเพื่อนด้วย แต่ไม่เคยคิดจะแสดงออก เพราะแม่เน้นหนักเรื่องเป็นหญิงจะต้องสงวนท่าที ไม่แสดงออกให้ผู้ชายหรือใครๆ รู้ว่าชอบหรือไม่ชอบ
อีกทั้งตัวเองก็ฐานะทางบ้านด้อยกว่าเพื่อนทุกคน คงไม่งามแน่ถ้าจะแสดงกิริยาท่าทางเหมือนเพื่อนทั้งสองที่บิดตัวไปมาด้วยท่าทีเอียงอายเมื่อพี่ชายเพื่อนเดินมาถึงโต๊ะ
“พี่กับเพื่อนๆ เอาเค้กมาให้จ้ะ กินด้วยกันนะ โต๊ะพี่เหลือแค่สี่คน พวกนั้นพากันหนีไปเที่ยวที่อื่นก่อนแล้ว”
จตุรภัทรรีบพาตัวเองไปนั่งข้างๆ สาวน้อยรภัสรดาทันที อีกข้างมีนันธวรรณนั่งอยู่ เพื่อนๆ ของเขาก็พยายามแทรกตัวไปนั่งข้างเพื่อนน้องด้วยเช่นกัน
“ขอบคุณค่ะพี่ภาม ดีใจจังเลยค่ะ พวกเรากำลังจะให้คนยกมาเสิร์ฟพอดี”
วรัสยาภรโกหกคำโต ตาก็มองมายังพี่เพื่อนสุดหล่อ แถมข้างกายก็มีหนุ่มหล่ออีกคนนั่งเลื่อนจานเค้กมาให้ เลยตัดสินใจไม่ได้ว่าจะมองใคร เพราะต่างก็หล่อเหลาไปคนละแบบ
“กินเยอะๆ นะครับ ไม่พอเดี๋ยวพี่กับเพื่อนไปยกมาให้อีก นี่เป็นเค้กที่มี้โปรดนะครับ พี่ไม่ยักรู้ว่าพวกเราชอบเหมือนกัน”
“ยัยแวนชอบเค้กแบล็กฟอเรสต์ ยัยวาวชอบเค้กช็อกโกแลตค่ะพี่ภาม มียัยเอื้อยคนเดียวล่ะชอบเค้กใบเตยเหมือนมี้”
ปรียากรณ์แกล้งเหน็บเพื่อนน้อยๆ ก่อนจะหันไปยิ้มให้เพื่อนพี่ที่หล่อแล้วมานั่งอยู่ข้างๆ
“งั้นเอื้อยก็กินเยอะๆ นะครับ ไม่พอพี่ไปเอามาให้อีกได้”
พี่ชายสุดหล่อหันมองน้องเพื่อนที่วันนี้สวยผิดหูผิดตากว่าทุกวัน
“ขอบคุณค่ะ”
สาวน้อยรภัสรดาเอ่ยเสียงนุ่ม แล้วหันไปมองพี่เพื่อนแค่แวบเดียว ด้วยเกิดอาการประหม่า หัวใจก็เต้นแรง แก้มที่เพิ่งถูกเขาขโมยหอมยังร้อนผ่าวๆ เมื่อคิดถึงวินาทีนั้น
“กินเยอะๆ เลยนะเอื้อย ถ้าพวกเราไปเรียนอังกฤษแล้ว จะไม่มีใครพามางานเลี้ยงหรูๆ กับซื้อชุดแพงๆ ให้ใส่นะ”
วรัสยาภรส่งน้ำเสียงที่ฟังแล้วแปร่งๆ หูไปหา ตานั้นก็จ้องพี่ชายเพื่อนที่ดูเหมือนจะมองกาในฝูงหงส์บ่อยและนานกว่ามองใคร เลยรู้สึกขัดเคืองใจนิดๆ
“ใช่! ไปเรียนก็คงไม่มีเบนซ์ให้นั่งแล้วนะ คงต้องขึ้นรถเมล์ตามเดิมแล้วล่ะ”
นันธวรรณเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน เลยเหน็บเข้าอีก
“ตอนกลับจากงานเลี้ยงก็จะไม่มีคนรถขับไปส่งถึงบ้านด้วยนะ ว่าแต่บอกแม่ไว้เมื่อไหร่นะ”
ปรียากรณ์เองก็เหน็บ เนื่องจากเก็บกดมานานที่ต้องทนคบเพื่อนต่างระดับเพียงด้วยเหตุผลเดียวคือให้ช่วยติว แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว จะเลิกคบเลยก็ยังได้
ที่ชวนมางานด้วยก็เพราะสงสาร อยากให้แต่งตัวสวยๆ กินของอร่อยๆ ส่งท้าย ก่อนจะต้องกลับไปคบเพื่อนในระดับเดียวกันเหมือนเมื่อก่อน
“เที่ยงคืน หรืออย่างช้าไม่เกินตีสอง”
สาวน้อยรภัสรดาตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ไม่ได้สะกิดใจในท่าทีของเพื่อน เพราะมีคนรูปหล่อนั่งอยู่ใกล้ๆ ทำให้ตื่นเต้นจนมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใดๆ
“ทำไมเอื้อยไม่ค้างล่ะครับ กลับดึกๆ อันตรายนะ” พี่เพื่อนเอื้อนเอ่ยเสียงนุ่ม
“ไม่ได้หรอกค่ะพี่ภาม แม่เอื้อยไม่ชอบให้ค้างบ้านใคร ย่าบอกสมคิดไว้แล้วค่ะว่าให้รอไปส่งด้วย ห้ามหนีกลับก่อน”
“เสียดายจังที่พี่ต้องไปต่อกับเพื่อนๆ ไม่งั้นพี่ไปส่งให้ดีกว่า”
“พี่ภามจะไปไหนคะ ให้พวกเราไปด้วย”
ปรียากรณ์มีท่าทีตื่นเต้น ทั้งๆ ที่นัดกับเพื่อนๆ ไว้แล้ว ว่าเสร็จจากงานวันเกิดแม่ จะไปปาร์ตี้ต่อที่บ้านเพื่อนอีกคนและฐานะร่ำรวยพอกัน เพราะสอบเสร็จแล้วพ่อแม่ก็อนุญาตแล้ว
“ใช่ค่ะพี่ภาม ให้พวกเราไปด้วยนะคะ สอบเสร็จแล้วโล่งเป็นบ้า อยากไปเปิดหูเปิดตาบ้าง”