นันธวรรณเอาด้วยคน และไม่อยากสนปาร์ตี้สอบเสร็จที่เพื่อนร่วมชั้นจัดขึ้นที่บ้านสักเท่าไหร่ หากเทียบกับการได้อยู่ใกล้ๆ พี่ภามรูปหล่อ
“ไหนว่าจะไปปาร์ตี้บ้านเพื่อนไงเรา แล้วเอื้อยล่ะไปด้วยหรือเปล่าครับ”
คนหน้าหล่อหันมาหาสาวหน้าใสที่กินเค้กอย่างเอร็ดอร่อยแบบไม่ห่วงว่าจะอ้วนเหมือนอีกสามสาว และด้วยความที่นั่งหลายคนระยะห่างของเก้าอี้เลยไม่ค่อยมี มือบางข้างซ้ายที่สาวน้อยวางไว้บนตักเลยถูกมืออุ่นๆ ของใครบางคนเอื้อมมากุมไว้ มุมที่นั่งอยู่ก็ค่อนข้างมืดเลยไม่มีใครสังเกตเห็น
“ไปสิคะพี่ภามก็ ยัยเอื้อยถึงได้ขอกลับบ้านตีสองไงคะ”
วรัสยาภรทำท่าทางเหน็บเพื่อนที่สนใจแต่เค้กเท่านั้นเลยไม่ทันเห็น
“นี่สมคิดต้องไปส่งพวกเราที่ปาร์ตี้บ้านเพื่อน แล้วรอรับกลับด้วยเหรอ”
พี่ชายที่ร้อยวันพันปีไม่เคยสนใจความเป็นไปของน้องสาวเพียงคนเดียวสักเท่าไหร่ เพราะต่างคนต่างไป ต่างคนต่างเรียน แต่วันนี้กลับทำให้น้องสงสัยไม่น้อย
“ใช่ค่ะ ทำไมพี่ภามช่างซักจังคะ หรือจะคอยไปรับไปส่งพวกเราแทนสมคิดคะ”
น้องเลยย้อนให้
“ไม่ได้หรอก พี่นัดกับเพื่อนๆ ไว้แล้ว เลี่ยงไม่ได้ ไม่งั้นพวกมันเอาตายแน่ เสียดายจัง ไม่งั้นพี่ไปด้วยแล้วล่ะ ว่าแต่ปาร์ตี้บ้านเพื่อนนี่อยู่ที่ไหนเหรอ เผื่อพี่กับเพื่อนอยากตามไปสมทบไง...”
รภัสรดาแทบฟังสองพี่น้องคุยกันไม่รู้เรื่อง หรือแม้แต่เพื่อนคุยอะไรก็ไม่ได้เอาใส่หัว ด้วยกำลังครั่นเนื้อครั่นตัว เมื่อถูกพี่ภามรูปหล่อกุมกำมือน้อยๆ เอาไว้ ปลายนิ้วของเขาก็เลื่อนไล้ถูไถไปแทบจะทุกส่วนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอุ้งมือ หลังมือ หรือแม้แต่นิ้ว จะดึงกลับก็ไม่กล้า อีกทั้งตัวเองก็เป็นสุขใจเหลือเกิน จนอยากหยุดเวลาไว้ให้ได้นั่งใกล้ๆ กันแบบนี้ตลอดไป
“เอื้อยๆ”
คนนั่งเหม่อถึงกับกายสะดุ้ง เมื่ออยู่ๆ มีมือของใครบางคนสะกิดตรงหัวไหล่ หันไปมองถึงรู้ว่าเป็นวารี ที่ยืนมองมาด้วยสายตาแปลกๆ
“เป็นอะไรไป พี่เรียกตั้งนานไม่ได้ยินเหรอ มัวเหม่ออะไร อย่าบอกนะว่าเอื้อยกำลังมีหนุ่มมาขายขนมจีบให้”
“พอดีเอื้อยมัวคิดเรื่องงานอยู่ค่ะ พี่รีมีอะไรคะ” คนเหม่อแก้ตัวน้ำขุ่นๆ
“ไม่มีจ้า พอดีพี่ซื้อโจ๊กเจ้าอร่อยมาเผื่อทุกคน นี่ของท่านประธาน จะวานให้เอื้อยเอาไปเสิร์ฟหน่อย แต่คงไม่ต้องแล้วล่ะ”
วารีปรายตาไปทางประตูห้อง ทำให้คนเพิ่งเลิกเหม่อหันไปด้วย เลยเห็นท่านประธานยืนหน้าตึงนิดๆ อยู่
“ขอบคุณครับคุณรี”
คนหน้าตึงเดินมารับชามโจ๊กด้วยตัวเอง อีกมือมีเอกสารอยู่
“ด้วยความยินดีค่ะ ขอไปกินโจ๊กก่อนนะคะ ใกล้เวลางานแล้ว ของเอื้อยอยู่ในครัวนะจ๊ะ”
วารีรู้ดีว่าท่านประธานชอบคนตรงต่อเวลา เลยรีบออกตัวแล้วรีบเผ่นทันที
“ถ้าเลิกนั่งเหม่อถึงแฟนแล้ว ผมรบกวนช่วยก๊อบปี้ให้ทีนะ แปดชุด ใช้ตอนเข้าประชุมกับฝ่ายบัญชีเช้านี้”
เสร็จแล้วท่านประธานก็เดินหน้าตึงกลับเข้าห้อง ทิ้งให้เลขาหน้าใสมองตามด้วยความงง เพราะก่อนหน้ายังดูอารมณ์ดีๆ อยู่
“สงสัยเมนส์ไม่มาล่ะมั้ง”
เมื่อเหนื่อยจะคิดเลยสรุปเอาง่ายๆ แล้วก้มหน้าไปหากาแฟกับเค้ก ส่วนโจ๊กนั้นจะเก็บไว้กินตอนเที่ยงหรือไม่ก็ให้รสลินแทน หรืออีกทีก็แบ่งกันกิน จะได้ไม่เสียน้ำใจคนซื้อหามาให้
ตอนสายๆ ของวันถัดมา ก่อนประชุมฝ่ายขายและฝ่ายการตลาดจะเริ่มสิบห้านาที รภัสรดาส่งรสลินเข้าไปเตรียมห้อง ส่วนตัวเองเตรียมเอกสารให้ครบตามคำสั่งท่านประธาน ที่กำลังคุยกับสามทหารเสืออยู่ในห้อง
ด้วยความที่เมื่อวานถูกท่านถามหาน้ำส้มคั้นระหว่างประชุมอยู่ จนต้องโทรให้รสลินจัดการเอาไปเสิร์ฟถึงที่ วันนี้จึงไม่อยากให้ซ้ำรอยเดิม พอเตรียมเอกสารเสร็จก็เลยตรงดิ่งเข้าครัว
ก่อนเวลาประชุมแค่นาทีเดียว ก็เดินออกมาพร้อมน้ำส้มคั้นสองแก้ว รสลินช่วยหอบทุกอย่างบนโต๊ะมาส่งให้เพราะมือลูกพี่ไม่ว่าง แก้วแรกถูกวางไว้ข้างท่านประธาน ส่วนอีกแก้วให้บอส เพราะรภัสรดารักและให้ความเคารพเสมือนเป็นประธานเช่นกัน
“ขอบคุณครับคุณเอื้อย น่ารักจังเลยมีของผมด้วย”
จิตตินันท์รับมาแล้วก็ยกขึ้นจิบทันที แม้ยังไม่ได้หิว แต่ก็อยากแสดงให้คนทำเห็นว่าใส่ใจและดีใจ ผิดกับเพื่อนที่ไม่แม้แต่จะหันไปมองแก้วด้วยซ้ำ
เขาเองก็ยังคงกังขาไม่น้อยว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลระหว่างคนทั้งสอง แต่ไม่คิดจะถามซ้ำ เพราะจำได้ดีว่าในงานวันเกิดถามแล้ว แต่เพื่อนไม่ตอบ นั่นบอกได้ว่าเพื่อนไม่ต้องการให้ใครยุ่งเรื่องส่วนตัว เขาควรเคารพในส่วนนั้น
“เอื้อยก็ต้องมีให้บอสด้วยสิคะ ลืมได้ยังไงบอสน่ารักขนาดนี้”
รภัสรดาส่งยิ้มหวานๆ ให้บอส ขณะไปนั่งข้างท่านประธานเพื่อเตรียมจดวาระการประชุม
“เริ่มเลยก็แล้วกันนะครับ จะได้ไม่เสียเวลา”
คนเป็นประธานรีบเอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้ม นั่นทำให้คนเป็นเลขารู้ดีว่ากำลังถูกตำหนิกราย ๆ เข้าให้แล้ว เลยลอบถอนหายใจด้วยความเซ็ง มือก็จดไป
“ตามที่ผมเคยเกริ่นๆ ไว้แล้วว่า อยากจะขยาย Item สินค้าให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่นับวันจะมีเวลาน้อย เข้าครัวทั้งต้องเตรียมเครื่องปรุงเยอะแยะมากมาย ทำให้สิ้นเปลืองอีกต่างหาก โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ห่างเหินการเข้าครัวและอยู่คนเดียวหรืออย่างมากก็สอง และเราจะบุกตลาดคนไทยที่อยู่ต่างประเทศอย่างจริงจังด้วย จากเดิมที่เรามีแค่ผงปรุงรสเป็นสินค้าหลัก มีผงปรุงรสสำเร็จรูปบางตัวเป็นสินค้ารอง ตอนนี้ผมอยากจะให้ทุก Item เป็นสินค้าหลักของเรา เท่าที่ประชุมกับทีมอาร์ดี ก็มีไอเดียหลายๆ อย่างเพิ่มขึ้น สรุปรวมๆ ได้ว่า เริ่มแรกเราจะเพิ่มมาแปด Item ก่อน แบ่งเป็นภาคๆ เช่นภาคใต้ก็จะเป็นแกงไตปลา ภาคเหนือจะเป็นน้ำเงี้ยว ภาคอีสานจะเป็นแกงอ่อม ภาคกลางจะเป็นแกงกะทิสายบัว...”