1. เทรนของคนอกหักก็คือน้ำหนักลด
1. เทรนของคนอกหักก็คือน้ำหนักลด
แคชเมียร์ในวัยสามสิบเอ็ดปีผอมลงแล้ว เหตุผลที่เธอลดความอ้วนสำเร็จเป็นเพราะสิ้นสุดทางรักกับแฟนที่คบหากันมาหนึ่งปีเต็ม เขาเป็นผู้ชายคนแรกที่จีบเธอและเข้าหาด้วยความใจเย็น ไม่ถือสาแม้เธอจะขาดความมั่นใจขนาดหนัก กระทั่งคำพูดคำจายังดีกว่าคนติดอ่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
หญิงสาวดีใจมากที่มีคนเห็นคุณค่า เธอถึงขั้นคาดหวังและเปิดใจให้เขาไปกว่าครึ่ง แต่ทว่าในท้ายที่สุดพวกเราก็ไปกันไม่รอด
หลังเลิกราแคชเมียร์ยื่นใบลาพักร้อนหนึ่งเดือนเพื่อมาทำใจตามลำพัง เธอกอดตุ๊กตาสีตุ่นๆ ของตัวเองนอนหมอบอยู่บนเตียง ข้าวไม่กิน น้ำไม่ดื่ม สุดท้ายน้ำหนักเลยลดลงมาถึงยี่สิบกิโลกรัม
บางครั้งแคชเมียร์ก็คิดว่าตนเองผิดอะไร เธออุตส่าห์ถนอมช่วงเวลาของสองเราอย่างสุดกำลัง อดทนไม่แตะตัวเขาเพราะกลัวจะล่วงเกินความเป็นส่วนตัว แต่เขาดันไม่คิดอย่างนั้น...
แน่นอนสิว่าเขาต้องไม่คิด ใครมันจะเข้าใจความปรารถนาดีของเธอ ดังนั้นลับหลังเลยแอบนอกใจ
ในวันที่แคชเมียร์จับได้ หญิงสาวเลิกปิดบังความสามารถของตัวเอง เธอแตะตัวเขาเพื่ออ่านทุกความคิด เวลาต่อมาไม่ว่าชายหนุ่มจะปิดบังอะไรไว้ ความคิดที่โลดแล่นในหัวก็เปิดเผยออกมาจนหมดเปลือก
แคชเมียร์จึงรู้ต้นสายปลายเหตุที่เขานอกใจเสียที
เป็นเพราะเธอเล่นตัวไม่ยอมทำหน้าที่แฟนนั่นเอง...
ใช่ เท่านั้นเอง
ดังนั้นแคชเมียร์จึงเลิกกับเขา แม้เสียดายเวลาก็ต้องเลิก ผู้ชายไม่ซื่อสัตย์จะเก็บไว้ทำมะเขืออะไรล่ะ!
ด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอตัดเขาออกจากชีวิต สุดท้ายเลยกลับมาร้องไห้ฟูมฟายตามลำพัง แคชเมียร์ใช้วันหยุดหนึ่งเดือนนอนซึมอยู่บนเตียง กระทั่งถึงเส้นตายหญิงสาวที่ฟุบหน้าอยู่บนหมอนไม่ยอมกินยอมนอนถึงค่อยลุกขึ้นมาอาบน้ำเป็นครั้งแรก
ปลายเท้าขาวผ่องหย่อนลงจากเตียง ปลายเล็บเจียนมนขาวสะอาดงุ้มเข้าหากันเล็กน้อยเพราะความเย็น กอปรกับผู้เป็นเจ้าของมันไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายมานาน พอลุกขึ้นยืนกะทันหันจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกวิงเวียน
หญิงสาวหยุดพักครู่หนึ่งก่อนจะพาร่างของตนเข้าห้องน้ำ แรกเริ่มเลยคือหยิบแปรงสีฟันขึ้นมา จากนั้นเงยหน้ามองภาพสะท้อนที่ออกมาจากกระจก
ผู้หญิงคนนั้นอยู่ในสภาพทรุดโทรม คล้ายจะผอมลงเล็กน้อยด้วย
เล็กน้อยหรือ?
ไม่มั้ง
แคชเมียร์บีบแก้มซูบตอบของตนเองแล้วเม้มปาก เมื่อก่อนเพราะอ้วนมากเกินไป แก้มจึงอ้วนตามไปด้วย คราวนี้น้ำหนักลด จึงช่วยไม่ได้ที่เนื้อตรงส่วนนั้นจะหายไป รูปหน้าที่เคยขาวผ่องและอุดมสมบูรณ์ราวกับก้อนไขมัน ได้กลายเป็นใบหน้ารูปไข่ที่สาวๆ ไฝ่ฝันหา…
“ปกติต่อให้งดอาหารติดต่อกันก็ไม่ผอม แต่พอเลิกกับผู้ชายชั่วๆดันผอมซะได้”
แคชเมียร์มีส่วนสูงอยู่ที่ 158 เซนติเมตร น้ำหนักเดิมคือ 65 กิโลกรัม ซึ่งหากวัดตามมาตรฐาน น้ำหนัก 65 ของเธอเรียกได้ว่าเกินกว่าเกณฑ์ไปมาก ไม่ต้องรอคำวิจารณ์จากคนทั่วไป แค่เธอมองตัวเองอยู่ทุกวันยังคิดว่าอ้วนเลย
ทว่าหลังจากอกหัก เธอก็ผอมแล้ว!
หญิงสาวปล่อยให้ตนเองรู้สึกหดหู่ต่ออีกหลายนาที โดยระหว่างนั้นก็อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายไปด้วย พอเสร็จค่อยตรงดิ่งไปยังตู้เสื้อผ้า และแล้วเธอก็พบว่าเสื้อผ้าเก่าของตนเองตัวใหญ่เกินไป ทาบลงบนเรือนร่างแล้วรู้สึกหลวมโพรกไปหมด
กระนั้นวันหยุดก็หมดลงแล้ว แคชเมียร์ไม่มีเวลาซื้อเสื้อผ้าใหม่ จึงได้แต่สวมชุดเดิมไปทำงาน หญิงสาวไม่กล้าส่องกระจกดูสารรูปของตนเอง เพียงหยิบบัตรประจำตัวพนักงานแล้วก้าวออกจากบ้านเป็นครั้งแรกในรอบเดือน ดวงตากลมโตสีดำขลับยีลง ปรับสมดุลสู้แสงตะวันแล้วสตาร์ทรถยนต์
ชีวิตคนเราก็อย่างนี้ ถ้าไม่ถึงตายจริงๆ ก็ต้องไปทำงาน
เธอบรรลุความเข้าใจต่อโลกเพิ่มขึ้นอีกขั้น และคิดว่าหลังจากนี้คงไม่มีอุปสรรคชิ้นไหนมาฉุดรั้งเธอได้
หญิงสาวมั่นใจมากว่าการคบกับผู้ชายคนนั้นคือความซวยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตแล้ว
เธอคิดเช่นนั้น
จนกระทั่ง...
“เข้าไม่ได้นะครับ บุคคลภายนอกต้องมีบัตรผ่านก่อน เชิญคุณไปลงทะเบียนด้านหน้าด้วยครับ”
สมองแคชเมียร์ถึงกับหยุดทำงาน ดวงตากลมโตเจือแววฉงนงงงวยมองตรงไปที่พนักงานรักษาความปลอดภัย อีกฝ่ายมีรูปร่างสูงใหญ่ ครั้นมายืนจังก้าหน้าถมึงทึงจึงทำให้ออร่าการข่มขู่ส่งตรงถึงเธออย่างเต็มกำลัง
เดี๋ยวสิ!
เกิดอะไรขึ้น!
ฮัลโหล
เธอคือแคชเมียร์ไง
แคชเมียร์จากชั้น 26 ออฟฟิศเกม GMO!
หญิงสาวหยิบบัตรพนักงานของตนเองจ่อไปที่ลูกกะตาของพนักงานรักษาความปลอดภัย
“ฉันเป็นพนักงานของที่นี่นะคะ ดูสิ นี่บัตรประจำตัวฉัน”
พนักงานรักษาความปลอดภัยหรี่ตามองบัตร ก่อนจะเลยมายังกรอบหน้าเรียวเล็กไร้ไขมัน
“คุณเห็นว่าผมโง่หรือไง ดูยังไงผู้หญิงในรูปนี้ก็ไม่ใช่คุณ แค่เห็นหน้าก็รู้แล้ว คุณผู้หญิงในรูปค่อนข้างท่วม ทว่าดูตัวคุณสิ เอวบางร่างน้อยขนาดนี้ มองยังไงก็คนละคน” เขาเบียดเธอออกจากประตูทางเข้า “คุณรู้ไหมครับ โทษฐานหลอกลวงเจ้าพนักงาน เราสามารถส่งคุณไปโรงพักได้นะ”
หา!
โรงพัก?
แค่ผอมลงจนคนจำไม่ได้ก็ต้องถูกส่งไปโรงพักเลยเหรอ?
แคชเมียร์กุมหน้าอกอย่างเศร้าสลด ถอยหลังกรูอย่างทำตัวไม่ถูก ทีแรกนึกว่าการคบหากับผู้ชายคนนั้นคือความซวยครั้งยิ่งใหญ่ ที่ไหนได้การคบกับเขาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องร้ายๆเสียนี่
พนักงานรักษาความปลอดภัยผู้เคร่งครัดในหน้าที่ยื่นมือออกมา “ขอบัตรพนักงานคืนด้วยครับ ต่อไปจะขโมยของใครก็ต้องดูด้วยว่าตรงปกหรือเปล่า”
เขาบ่นงึมงำอารมณ์เสีย “สวยซะเปล่า แต่นิสัยใช้ไม่ได้เลย”
ใบหน้าของแคชเมียร์งุ้มลง เพียงชั่วเวลาไม่ถึงสิบนาทีเธอก็เปลี่ยนอาชีพจากนักต้มตุ๋นสู่หัวขโมย
หญิงสาวกำบัตรของตัวเองแน่น จะให้เธอยอมรับผิดได้ยังไง ในเมื่อผู้หญิงอ้วนในรูปมันก็คือตัวเธอเอง
“นี่คือฉันจริงๆ นะคะ คุณดูสิ ดวงตาของพวกเราเหมือนกันอย่างนี้...”
พนักงานรักษาความปลอดภัยนึกดูถูกอยู่ในใจ ใครเชื่อก็บ้าแล้ว คนร้ายมาเหยียบศักดิ์ศรีถึงที่ มีแต่ต้องจัดการให้อับอายขายหน้ากันไปข้าง
เขาดึงบัตรประจำตัวพนักงานจากมือของแคชเมียร์อย่างหยาบคาย ปิดบังข้อมูลหน้าบัตรเอาไว้พลางเอ่ยอย่างนึกคึก “ได้สิ ถ้าคุณตอบคำถามถูก ผมจะยอมเชื่อสักครั้งก็แล้วกัน”
“ตอบอะไรคะ” แคชเมียร์มองเขาอย่างระแวดระวัง
“ก็ตอบเรื่องข้อมูลของคนในบัตรนี้ไง”
เนื่องจากตึกแห่งนี้เป็นตึกพาณิชขนาดใหญ่จำนวน 60 ชั้น บริษัทชั้นนำจึงนิยมทำสัญญาเช่าสำหรับสร้างเป็นออฟฟิศ และในสัญญาการเช่าบริษัทเหล่านั้นจำเป็นต้องส่งรายชื่อของพนักงานมาลงทะเบียนไว้ด้วย เพื่อความปลอดภัยของผู้เช่า หากจำเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของตึกมีสิทธิ์เรียกดูข้อมูลคร่าวๆ ได้
พา ‘หัวขโมยสาว’ ไปยังห้องสอบสวน เขาค้นหาข้อมูลตามบัตรพนักงานแล้วนั่งกอดอกถามออกมาทีละคำ
“ชื่อของคุณคือ?”
แคชเมียร์กลอกตาตอบเสียงแผ่ว “ชื่อเล่นแคชเมียร์ ชื่อจริงคือ มาลีรีน ระวีภัทร์”
พนักงานรักษาความปลอดภัยพยักหน้า
“ผ่าน ถือว่าทำการบ้านมาดี แล้วอายุล่ะ”
“ปีนี้ 31 ค่ะ”
“การศึกษา?”
“จบปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 จากมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ ฝึกงานครั้งแรกที่ลักษณ์บุรินทร์ ก่อนจะออกมาทำงานที่บริษัทการเงินแห่งหนึ่ง เมื่อสี่ปีก่อนเข้าทำงานกับบริษัทเกม GMO หรือ Gaming out street ขณะนี้ดำรงตำแหน่งเลขานุการ พนักงานในบริษัทมีทั้งหมด 6 คน รวมบอสของเราด้วยก็เป็น 7 ที่ตั้งออฟฟิศอยู่บนชั้น 26 ขึ้นลิฟต์ตัวที่สองด้านขวามือ” แคชเมียร์เอ่ยออกมารวดเดียว ดวงตากลมโตชำเลืองมองพนักงานรักษาความปลอดภัยเจ้าปัญหาพร้อมเอ่ย “นี่คือทั้งหมดค่ะ หรือคุณต้องการทราบงานอดิเรกของบอสเราด้วยไหม”
“ระ...รู้จริงหรือนี่!” พนักงานรักษาความปลอดภัยปาดเหงื่อ รู้สึกว่าหัวขโมยสมัยนี้ความจำโคตรดีเลย สงสัยได้เกียรตินิยมมาเหมือนกัน
แคชเมียร์มองเห็นความเคลือบแคลงในสายตาเขาออก จึงเอ่ยต่อ
“งั้นให้ฉันโทรเรียกบอสมายืนยันตัวตนดีไหมคะ”
“โทรเรียกคนมายืนยันตัวตนได้ด้วย!”
แคชเมียร์เผลอค้อนขวับ อันที่จริงเธอสามารถตามเจ้านายมาช่วยยืนยันตัวตนได้ แต่เพราะเกิดเหตุไม่คาดฝัน เลยทำให้ลืมนึกไปเสียสนิท คราวนี้พอนึกออกกะทันหันจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าตัวเองโง่เป็นพิเศษ
หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก ไม่นานนักปลายทางก็รับสาย เธอจึงเปิดลำโพงให้พนักงานรักษาความปลอดภัยฟังด้วยกัน
“บอสคะ ตอนนี้ฉันถูกกันตัวไม่ให้ขึ้นชั้น 26 คุณช่วยมายืนยันตัวตนให้หน่อยได้ไหม”
น้ำเสียงของแคชเมียร์มีความพิเศษมาก ประดุจออดอ้อนผู้คนได้นับแต่กำเนิด ยิ่งตอนที่เธอใช้น้ำเสียงนุ่มนวลเจือร้องขอเรียกหาบอสหนุ่ม ความนุ่มฟูก็ยิ่งทบทวี ปานประหนึ่งเนื้อนุ่นที่เพิ่งแงะออกมาจากฝักใหม่ๆ
คนจากปลายสายซึมซับเส้นเสียงพิเศษของเลขา ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอต้องการความช่วยเหลือ “หืม? แล้วคุณเลขาไปทำอะไรเข้า รปภ.ถึงกันไม่ให้ขึ้นมา”
แคชเมียร์อ้ำอึ้งไม่ทราบต้องตอบสนองอย่างไร
บอกว่าเธออกหักจนซูบผอมคนเลยจำผิดได้ไหม?
ไม่สิ น่าอายจะตาย
เลยตอบ “คือว่า...ฉันแค่เปลี่ยนลุคนิดหน่อย”
“นิดหน่อย?”
นิดหน่อยขนาดไหนถึงขั้นทำเอาคนจำไม่ได้กัน!
ชายหนุ่มบังเกิดความอยากรู้เข้าให้แล้ว จึงถอดหูฟังแล้วเสยผมที่ปรกตาออก เผยให้เห็นรูปหน้าขาวใสสะอาดสะอ้าน ดวงตาเรียวยาวหางตาเชิดขึ้นประดุจตาแมว ริมฝีปากอมชมพูสุขภาพดี โดยรวมเบ็ดเสร็จหน้าตาของ ‘บอส’ คนนี้ สามารถบรรยายโดยใช้คำไม่กี่คำได้ว่า
หล่อ สะอาด และอายุน้อย
ร่างสูง 180 เซนติเมตรลุกจากเก้าอี้เกมมิ่ง เอื้อมมือไปหยิบสูทตัวนอกมาสวมทับบนเสื้อยืดคอกลมสีครีมแล้วผละจากโต๊ะคอมฯ “งั้นคุณเลขาช่วยรอผมสักครู่นะครับ”