bc

ถึงเวลาที่ข้าต้องร้าย

book_age18+
8
ติดตาม
1K
อ่าน
ล้างแค้น
love-triangle
คู่ต่างขั้ว
คลุมถุงชน
กษัตริย์
ชายจีบหญิง
ตึงเครียด
ลึกลับ
วิทยาลัย
สงคราม
ล่ำๆ หมีๆ
เจ้าเล่ห์
like
intro-logo
คำนิยม

หากการเป็นคนดีทำให้ถูกหมิ่นเกียรติซ้ำเเล้วซ้ำเล่า งั้นข้าก็ขอเป็น ‘นางมารชั่ว’

ข้าจะใช้สองมือและหนึ่งโอษฐ์ทำให้แคว้นของท่านต้องพังพินาศย่อยยับเฉกเช่นเดียวกับที่ท่านยำยีหัวใจของข้า…

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
บทนำ
คนตระกูล 'หลิน' รุ่นสู่รุ่นสืบทอดตำแหน่งกุนซือแห่งราชวงศ์ไม่ขาดสาย จนกระทั่งมาถึงรุ่นที่ 7 บุตรีที่ภาคภูมิ 'หลินหวูซิน' นามหวูซิน แปลว่า ไร้ใจ นอกจากนามของนางแล้ว นิสัยยังไร้ใจสมชื่อ... เชื่อหรือไม่โชคชะตามักจะพลิกผันเล่นตลกเสมอ ใครจะคาดคิดว่าวันหนึ่งความจงรักภักดีจะย้อนกลับมาทำร้าย ความรักถูกเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังและเกียรติยศกลับกลายมาเป็นความอัปยศ ท่ามกลางดินแดนทะเลทรายร้อนระอุ ร่างผอมบางรวนเรเดินซัดเซมาถึงชายแดนใต้ล้มลงสู่ผืนธรณี ดวงตาอันแสนอ่อนล้ามองออกไปเบื้องหน้าหวังเพียงใครสักคนหยิบยื่นมือช่วยนางออกจากขุมนรกนี้ เพราะชายที่รักมั่วเมาในกามโลกีย์ จึงถูกนางจิ้งจอกโสมมมล่อลวง สุดท้ายตระกูลล่มสลาย ถูกเนรเทศออกจากแคว้น หลงเหลือไว้เพียงความเเค้นชั่วกัปชั่วกัลป์.... ชายร่างหนาในชุดเกราะดำทมิฬมองร่างผอมแห้งกร้านกำลังคลานอยู่บนผืนทรายอย่างน่าเวทนา ริมฝีปากแห้งผากพยายามจะเปล่งเสียงออกมาแทบจะขาดใจ แม้สภาพน่าเวทนาฉะนี้ แต่ทำไมเขาจะจำไม่ได้ว่านางคือใคร กุนซือหญิงหนึ่งเดียวในสามจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ซึ่งสามารถวางกลยุทธ์โดยใช้ทหารเพียง 3000 นายปิดล้อมทหารกว่า 300,000 นายเพียงแค่พลิกฝ่ามือก็ทำให้กองทัพแตกพ่ายได้ภายในพริบตา ชั่วชีวิตนี้เขาเคยเจออยู่ผู้เดียว นางคือ 'หลินหวูซิน' กุนซือหญิงที่ฉลาดที่สุด หลังจากพ่ายศึกคราวนั้นทราบภายหลังมาว่านางได้รับการแต่งตั้งเป็นฮองเฮา ไฉนเลยครานี้ถึงได้กลายมาเป็นเช่นนี้ได้ "หลินหวูซิน พวกเขาทำกับเจ้าถึงเพียงนี้เลยหรือ?" ชายหนุ่มขบกรามแน่นด้วยความโมโห แม้ว่าเขาจะเห็นนางเป็นศัตรูคู่อาฆาต แต่เพราะความเก่งกาจถึงได้ชื่นชมและเคารพนับถือ เขาเคยได้ยินมาว่าพวกอัจฉริยะมักจะตายไว แต่เขาคงทานทนไม่ได้หากเป็นนาง "องค์ชายอย่าทรงกริ้ว อย่างไรนางก็ถูกทิ้งไว้ที่ชายแดนแล้ว ไม่สู้ดึงนางมาเป็นพวก" องค์รักษ์หนุ่มเสนอความคิดเห็น "ถึงเจ้าไม่พูดเปิ่นหวางก็จะทำเช่นนั้น พวกแคว้นเฉิง! ไร้มนุษยธรรมสิ้นดี" ขณะกำลังเยื้องยาตรเข้าไปช่วยนาง ปรากฎว่ามีทหารไร้นามกลุ่มหนึ่งออกมาจากพงหญ้า กระบี่คมหมายจะบั่นคอคนที่นอนพับแทบไร้สติอยู่บนพื้นทะเลทราย ชิ้ง เขามาได้ทันการ ดึงกระบี่หนักปัดป่ายดาบพวกทหารไร้นามทันท่วงที สายตาอาฆาตมาดร้ายมองไปยังพวกทหารตรงหน้า "พวกเจ้ากลับไป อย่าได้มายุ่มย่ามกับนางอีก" เสียงตวาดลั่นก้องกังวาลทรงอำนาจ แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารรุนแรง "มิได้องค์ชาย พวกเราได้รับเสาวนีย์มาจากฮองเฮาให้สังหารนางเสีย วันหน้านางอาจกลายมาเป็นภัยต่อราชวงศ์ หวังว่าองค์ชายจะทรงเข้าพระทัย อีกทั้งต้าเยี่ยและเมืองเฉิงต่างเป็น เฮือก!!" ไม่ทันได้เอ่ยจบประโยค คอของมันก็ลอยลิ่วออกจากบ่าด้วยคมกระบี่หนัก ตอนนั้นเพราะเห็นแก่หน้านางเขาจึงยอมสงบศึกกับแคว้นเฉิง เมืองเล็ก ๆ ที่ริอาจวางกล้ามใหญ่โตคิดว่าตัวเองเป็นที่หนึ่งในใต้หล้า ซึ่งแท้ที่จริงแล้วพวกเขาก็แค่มดปลวกคิดจะงัดข้อกับช้างสาร หากภูมิศาสตร์ไม่เอื้ออำนวยแคว้นนี้คงจะราบเป็นหน้ากลองไปนานแล้ว ไหนจะตระกูลหลินที่เก่งการทหารชื่อเสียงโด่งดังทั่วยุทธภพ แต่ช่างหน้าเสียดายที่พวกเขาเลือกเชื่อใจผิดคนเสียแล้ว ตระกูลย่อยยับ...คนถูกไล่ล่าต้องหนีหัวซุกหัวซุน ในเมื่อเมืองเฉิงไม่ต้องการหลินหวูซิน เขาก็จะรับไว้เอง ต่อจากนี้ไปไม่มีความจำเป็นต้องรักษามิตรภาพกลวง ๆ กับเมืองเฉิงอีก "เค่อซุน สังหารพวกมันให้หมด อย่าให้มันเสนอหน้าไปฟ้องใครได้แล้วหลังจากนี้ก็เตรียมตัวจัดกองกำลังให้พร้อมรบอยู่เสมอ เร็ว ๆ นี้อาจมีงานใหญ่" "รับบัญชาขอรับ" องค์รักษ์หนุ่มจัดการเหล่าทหารไร้นามพวกนั้นด้วยดาบเดียว โลหิตสีแดงฉานย้อมเข้ากับทะเลทราย ร่างไร้วิญญาณถูกทรายกลบฝังด้วยวิชากลืนกิน เมื่อจัดการทางด้านนั้นเสร็จแล้ว ชายหนุ่มจึงอุ้มร่างผอมแห้งกร้านกลับไปด้วยกัน ยามนางหลับไหลเวลานี้ช่างดูอ่อนล้าไม่เหมือนกับกุนซือหญิงในอดีตที่เขารู้จัก ตอนนั้นนางทั้งห้าวหาญ เด็ดเดี่ยว แม้จะอยู่เบื้องบนหอคอยสูงคอยสั่งการ รู้ทั้งรู้ว่านางเป็นภัย แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะสั่งให้พลธนูยิง เหตุนั้นก็เพราะ...นางได้เข้ามาอยู่ในใจเขานานแล้ว "กลับบ้านกัน เปิ่นหวางจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายเจ้าอีก" ราวกับได้ยินเสียงคนคุ้นเคยหลินหวูซินค่อยขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้า หากว่านางตาฝาดไปหรือไม่ที่ดันเห็นคนอุ้มเป็นศัตรูคู่รบซึ่งเคยประมือกันมาหลายต่อหลายครั้ง ไม่ นางอาจตาฝาด คนคนนั้นจะรับนางไว้ในอ้อมแขนหรือ? "ท่านหรือ...องค์ชาย" มือบอบบางสั่นเทิ้มรุนแรงพยายามสัมผัสดวงหน้าคนที่รับน้ำหนักกันอยู่ ผิวสากไร้ซึ้งหนวดเครา ริมฝีปากไม่เล็กไม่ใหญ่ กับจมูกโด่งปลายชี้ออกแนวรั้น ไม่ผิดแน่ ยืนยันความคุ้นชินอีกครั้งด้วยการไล้ไปยังแนวสันกรามข้างขวาสุดปลายนั้นจะมีรอยปานรูปดอกซิ่งอยู่ "อืม ท่านนี้เอง" คล้ายเป็นความสบายใจ หลินหวูซินปิดตาสนิททิ้งตัวได้อย่างเชื่อใจ ในสนามรบพวกเราสู้กันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ล้วนเป็นการสู้ที่ยุติธรรม ดังนั้นต่อให้อีกฝ่ายเป็นคนต่างแคว้น นายพลต่างฝ่ายฉันใดก็ยังน่าเชื่อใจกว่าพวกหน้าเนื้อใจเสือในแคว้นเดียวกัน มันไม่ง่ายที่จะหนีการตามล่าระหว่างทางมาได้ คงต้องลองเชื่อใจเขาดูสักครั้ง ริมฝีปากจิ้มลิ้มเตรียมจะอ้าพูดประโยคยาว ๆ ออกมา เช่น ขอให้เขาช่วยและแก้แค้นให้ ทว่าเขากลับแตะริมฝีปากห้ามนางเสียอย่างนั้น "เจ้าไม่จำเป็นต้องพูดอะไร ไว้หายเมื่อไหร่ค่อยบอกว่าต้องการอะไร ตอนนี้เจ้าแค่ต้องนอนนิ่ง ๆ ในอ้อมอกข้าเข้าใจหรือไม่" ถึงสติสัมปัญชัญญะจะไม่ครบถ้วนดี รู้สึกมึนเบลออยู่บ้าง กระนั้นก็เข้าใจความที่บอกทุกอย่าง ใบหน้าน้อยพยักขึ้นลงเชื่องช้าเป็นการยืนยัน ก่อนที่จะทิ้งตัวพักไว้ในอ้อมอกแข็งแกร่งสมชายชาติทหารอย่างสบายใจ "เค่อซุนกลับจวน" คำสั่งคงซึ่งกำลังดุดันเหมือนอย่างเคย เค่อซุนรู้ทันทีว่าองค์ชายกำลังหงุดหงิดมากเพียงใด ขณะเดียวกันก็ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะได้เห็นองค์ชายเป็นห่วงสตรีนางไหนมากขนาดนี้นอกจากมารดาและพระขนิษฐาที่แสนจะหวงแหน ความผูกพันระหว่างชายหญิงกระทั่งเป็นศัตรูคู่รบกันมานานเพียงนี้ ช่างหยั่งลึกถึงยากเกินความเข้าใจไปแล้ว

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.5K
bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.0K
bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.6K
bc

พันธะร้าย..ดวงใจรัก

read
2.1K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook