ตอนที่ 1 แค่เก่งเกินกว่าผู้ชายถึงกับถูกสั่งเก็บ
เสียงฝนกระหน่ำลงมาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่ามกลางถนน ที่มืดมิดและเปียกชื้น รถคันหรูแล่นไปด้วยความเร็ว ภายใต้แสงไฟจากไฟฟ้าริมสองข้างถนน เสียงดังกระหึ่มของเครื่องยนต์ ไม่ได้รบกวนสมาธิของหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านคนขับ แม้แต่เสียงฝนที่กระทบกระจก ก็ยังไม่สามารถกลบเสียงของรถยนต์หลายคัน ที่กำลังพยายามเร่งความเร็วเพื่อกำจัดเธอในครั้งนี้
หลิวเสวี่ยหงจับพวงมาลัยแน่น ดวงตาคู่เรียวทั้งมองถนน และมองรถที่ติดตามมา ตอนนี้จิตใจของเธอเต็มไปด้วยความเครียด จากการถูกศัตรูคู่แข่งในวงการมาเฟียไล่ล่า แม้เธอจะรู้อยู่แล้วว่าการไล่ล่านี้ ย่อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลามิใช่ว่าเธอไม่เคยเจอ แต่ครั้งนี้เป็นเพราะลูกน้องของเธอถูกศัตรูขวางทางเอาไว้จนตามมาไม่ทัน
เธอเห็นแสงไฟจากรถยนต์ของศัตรู ที่ตามมาในกระจกมองหลัง รถที่มาพร้อมกับความเร็วสูง ไม่ยอมปล่อยให้เธอหนีไปได้แม้แต่
วินาทีเดียว “แค่ฉันมีความสามารถมากกว่าพวกแก ถึงกับรับไม่ได้อดทนอดกลั้นมาได้นานขนาดนี้ คงวางแผนกับเครือข่ายอื่นล่ะสิ แต่คนอย่างหลิวเสวี่ยหงจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหน มาทำลายทุกสิ่งที่ฉันสร้างขึ้นด้วยสองมือของฉันแน่!”
เสียงพูดรอดไรฟันของหลิวเสวี่ยหงดังอยู่ในรถและมีแค่เธอที่ได้ยินคำพูดนี้ ด้วยสายตาที่คมชัดเธอรีบหมุนพวงมาลัย เพื่อหลบหลีกกระสุนปืนจากรถคันหลังที่ตามมา เสียงกระสุนพุ่งเฉียดข้างรถของเธอ ทำให้หัวใจของหลิวเสวี่ยหงเต้นแรงขึ้น แม้ใบหน้าของเธอยังคงดูสงบ แต่ความเครียดกลับแผ่ไปทั่วร่าง
เธอพยายามมองหาเส้นทางที่อาจจะพาเธอหลบหนีไปได้ แต่ในความมืดในคืนที่ฝนตกหนัก มันยากที่จะหาทางหนีได้ดังใจ ในช่วงเวลานั้นเองด้วยถนนที่ลื่น เมื่อขับรถมาด้วยเร็วทำให้รถของเธอเสียหลัก และหมุนไปมาทะยานออกนอกถนน แล้วพลิกคว่ำลงไปในพงหญ้าอย่างรุนแรง เสียงของกระจกแตกและแรงกระแทกดังกึกก้อง
“อึก คะ คุณย่าคะหนูทำตามที่สัญญาไว้ไม่ได้แล้ว หะ หากชาติหน้ามีจริงหนูจะชดใช้ให้คุณย่านะคะ” เสียงหลิวเสวี่ยหงพูดออกมาด้วยแรงเฮือกสุดท้าย ขณะที่ร่างกายของเธอถูกกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอพยายามที่จะควบคุมตัวเอง แต่มันยากเกินกว่าแรงกำลังที่มีจะทำได้
และทันใดนั้น ทุกอย่างเหมือนหยุดชะงักความรู้สึกหมุนวน หูอื้อ ร่างการขยับไม่ไหวอีกต่อไป ถึงแม้จะเป็นคืนที่ฝนตกหนัก แต่ด้วย
แรงกระแทกที่รุนแรงจากอุบัติเหตุครั้งนี้ ก็ทำให้รถหรูของหลิวเสวี่ยหงเกิดแสงไฟสว่างจ้า กระจายไปทั่วด้านหน้ารถก่อนที่ทุกอย่างจะดับลง
บึ้ม!!
แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลิวเสวี่ยหงไม่รู้ตัว คือจี้หยกที่เธอได้รับจากคุณย่า เหมือนมีจิตรับรู้และจำได้ว่าคุณย่าของเธอ ได้ยกมรดกเป็นโรงงานทอผ้า รวมถึงโรงงานปักผ้าที่มีเครื่องจักรที่ทันสมัย สามารถผลิตสินค้าได้จำนวนมากอย่างรวดเร็ว มรดกทั้งสองนี้ถูกจี้หยกลึกลับ นำโรงงานทั้งสองเข้าไปเก็บไว้เพื่อติดตามเธอมาด้วย
หลิวเสวี่ยหงรู้สึกคล้ายกับล่องลอยอยู่กลางอากาศ ความทรงจำสุดท้ายเธอจดจำได้ว่ารถเกิดระเบิด อุบัติเหตุนั่นแน่นอนว่าทำให้เธอตายไปแล้ว แต่ทำไมเธอยังรู้สึกเจ็บศีรษะบริเวณท้ายทอยล่ะ หลิวเสวี่ยหงพยายามลืมตาแต่ไม่สามารถทำได้
ขณะที่เธอพยายามที่จะลืมตาให้ได้ กลับมีเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่ง ปรากฏขึ้นในหัวของเธออย่างบ้าคลั่ง ที่สำคัญหญิงสาวคนนี้ยังมีใบหน้าเหมือนเธออีกด้วย เหตุการณ์ที่เธอได้เห็นช่างหดหู่เหลือเกิน
ญาติพี่น้องของบิดาที่เห็นแก่ผลประโยชน์ ลูกพี่ลูกน้องที่อิจฉาความงามและความสามารถ ซึ่งมีเพียงครอบครัวของร่างนี้ที่ทำได้
แม้ผู้เป็นบิดาอยากจะต่อสู้เพื่อครอบครัวแค่ไหน แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟอยู่วันยังค่ำ ผลงานการปักผ้าที่ประณีตงดงาม ถูกแย่งชิงไปทุกชิ้น
เมื่อขายได้ราคาดี ถึงกับบีบบังคับให้ครอบครัวเจ้าของร่าง ทำงานอย่างหนักตามใบสั่งซื้อที่มีเข้ามาไม่ขาดสาย
“พวกสารเลว! ฉันเป็นมาเฟียแท้ ๆ ยังไม่ใจดำแบบนี้สักครั้ง”
หลังจากลืมตาได้หลิวเสวี่ยหงพยายามลุกขึ้น แต่ร่างกายยังรู้สึกมึนงงและไม่สามารถขยับได้เต็มที่ ขณะที่สภาพรอบตัวเริ่มแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ไม่คุ้นเคย ห้องที่มีเตียงนอนไม้เก่าแก่ และเสื้อผ้าที่ดูเหมือนจะเป็นของยุคโบราณ
“นี่ฉันมาอยู่ในยุคจีนโบราณจริง ๆ เหรอเนี่ย?” เสียงของหลิวเสวี่ยหงเบาหวิว รวมถึงเสียงหัวใจที่เต้นแรงอีกครั้ง
เธอก้มลงมองไปที่มือของตัวเอง รู้สึกถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เพราะมือเรียวคู่นี้มีรอยเข็มทิ่มอยู่จำนวนมาก และสภาพร่างกายของหญิงสาวคนนี้ ยังดูผอมแห้งแรงน้อยแทบจะปลิวไปตามลม แน่ล่ะสิก็ได้กินข้าววันละกี่เม็ดกันเชียว แล้วจะเอาเรี่ยวแรงจากไหนได้
“มะ มะ ไม่อยากเชื่อเลยว่าฉันจะทะลุมิติ มาอีกโลกหนึ่งซึ่งไม่รู้ประวัติความเป็นมา?”
คำถามที่เกิดขึ้นในใจของหลิวเสวี่ยหงยังคงไม่ได้คำตอบ แต่เธอรู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่แค่โชคชะตา แต่มันคือการเริ่มต้นของการต่อสู้
ที่ยิ่งใหญ่ในโลกใบใหม่ ที่เธอจะต้องเรียนรู้และเอาตัวรอด มีชีวิตที่สุขสบายเช่นชาติก่อนให้ได้เท่านั้น
ขณะที่หลิวเสวี่ยหงกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิด ก็มีเสียงคนหลายคนเดินมาทางห้องที่เธอนอนอยู่ แต่ไม่ใช่แค่เสียงเดินที่เร่งรีบ ยังมีเสียงร้องไห้เหมือนคนที่กำลังเสียใจอย่างสุดซึ้ง
เพียงแค่ปรากฏร่างของคนที่เดินเข้ามา เสียงร้องไห้ที่ได้ยินกลับหยุดชะงักตามด้วยเสียงอ่างน้ำร่วงหล่น พร้อมกับการเรียกชื่อของคน
ทั้งสาม
เคร้ง! ตุบ “อันเอ๋อร์!! ลูกแม่!! น้องพี่!!”
ตึก ตึก ตึก
คนแรกที่รีบวิ่งเข้าไปสวมกอดร่างบาง คือหวังจือเหมยมารดาของเจ้าของร่างนี้ หมับ! “ฮึก ๆ อันเอ๋อร์ลูกแม่ขอบคุณที่เจ้ายอมฟื้นขึ้นมา แม่คิดว่าจะต้องเสียเจ้าไปตลอดกาลแล้วเสียอีก ฮือ ๆ ๆ ท่านพี่ลูกของเรายังมีชีวิตอยู่เจ้าค่ะ ฮึก หลิงเอ๋อร์น้องสาวของเจ้ากลับมาอยู่กับเราแล้ว”
หลิวมู่ถงผู้เป็นบิดาสาวเท้าเข้ามาที่ขอบเตียง มือหนาที่หยาบกร้านแตะลงที่ไหล่ของฮูหยินตนเองเบา ๆ “ฮูหยินอย่าร้องไห้อีกเลยนะ ประเดี๋ยวลูก ๆ ก็ร้องตามเจ้ากันพอดี ดูสิหลิงเอ๋อร์เริ่มตาแดงจะร้องอยู่รอมร่อแล้วนะ”
หญิงสาวที่มีรูปร่างสูงโปร่งใบหน้ามีเอกลักษณ์ กำลังจะร้องไห้เช่นบิดาของนางพูดมา เพราะหลิวเยี่ยนหลิงเอาแต่โทษตัวเอง ว่าตนนั้นชักช้าเข้าไปปกป้องมารดาไม่ทัน ทำให้น้องสาวที่น่ารักของนาง ต้องมารับเคราะห์แทนจนแทบเอาชีวิตไม่รอด
“ฮึก อันเอ๋อร์พี่ขอโทษที่ทำให้เจ้าต้องเจ็บตัวเช่นนี้ หากพี่ขยับตัวให้เร็วขึ้นเจ้าคงไม่ต้องบาดเจ็บ”
หลิวเสวี่ยหงที่ยามนี้ต้องสวมรอย กลายเป็นหลิวซูอันบุตรสาวและน้องสาว ของครอบครัวที่น่าสงสารครอบครัวนี้ กว่าจะหาเสียง
ของตนเองเจอ ก็เกือบจะร้องไห้ตามไปอีกคน “พี่หญิงอย่าได้โทษตัวเองเช่นนั้นเลยนะเจ้าคะ ไม่ว่าจะเป็นท่านหรือข้า พวกเราสองคนต่างก็ทำเพื่อปกป้องท่านแม่นี่นา”
หลิวมู่ถงไม่อยากให้บุตรสาวคนโตคิดโทษตนเองเช่นกัน เพราะไม่มีใครรู้ล่วงหน้าได้ว่าผู้นำตระกูล ซึ่งเป็นบิดาของเขาจะอำมหิต ไม่มีเหตุผลในการลงโทษคนในครอบครัวเช่นนี้
“หลิงเอ๋อร์พ่อเองก็ไม่อยากให้เจ้าคิดเช่นนั้น ยามนี้น้องสาวของเจ้าฟื้นคืนสติกลับมาแล้ว ต่อไปพ่อจะปกป้องพวกเจ้าให้มากขึ้น
หากคนเรือนใหญ่ยังไม่ยอมหยุดทำร้ายพวกเรา พ่อจะคิดหาวิธีออกไปจากที่นี่เอง”
คำพูดของหลิวมู่ถงช่างตรงใจหลิวซูอันยิ่งนัก อย่างน้อยบิดาผู้นี้ก็มิได้ให้ความสำคัญกับคนในตระกูลมากกว่าครอบครัวของตน รอให้นางพักฟื้นร่างกายให้แข็งแรงกว่านี้ก่อนเถิด คนที่เรือนใหญ่จะได้รับรู้ถึงความร้ายกาจ ชาติที่แล้วข้าเป็นถึงมาเฟียสาวผู้เก่งทั้งการต่อสู้และวงการธุรกิจ ไม่มีวันยอมก้มหัวเป็นทาสอยู่ในจวนแห่งนี้แน่นอน