bc

เสน่หาเพลิงมาร

book_age12+
106
ติดตาม
1K
อ่าน
ผู้สืบทอด
like
intro-logo
คำนิยม

ภาระกิจของหนึ่งความรัก ระหว่างวิญญาณกับมนุษย์ที่ผูกพันไว้ด้วยเสียงเพลง เพื่อให้อีกหนึ่งความรัก ระหว่างมนุษย์ด้วยกันที่ผูกพันไว้ด้วยตัวอักษรได้สมหวัง

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ดลยา ดารณี
กรกฤตในสูทดำไว้ทุกข์ เพราะไม่อยากให้ใครเห็นสีหน้าเศร้าๆ ที่เคยซ่อนเอาไว้มาโดยตลอด จึงแอบหลบมานั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของวัด เขาเลือกเอามุมที่อยู่ห่างไกลจากแขกเหรื่อที่มาร่วมงานเผาศพของอาสาวหลังจากที่เก็บเอาไว้จนครบหนึ่งพันวัน แต่ถึงจะไกลจากแขกคนอื่น แต่ก็ยังพอมองเห็นเมรุที่กำลังใช้เผาร่างของอาสาวที่เขารัก “เสียใจด้วยนะกฤต” อติรุจเดินมาพร้อมปิ่นเนตร และคชินทร์ ส่วนตะวันหลังจากวางดอกไม้จันทน์เสร็จก็ต้องรีบบินกลับอิตาลีทันที เพราะงานที่บริษัทกำลังมีปัญหาเรื่องหุ้นส่วนใหม่ “ปิ่นเสียใจด้วยนะคะคุณกฤต” เพราะไม่เคยเห็นท่าทีเศร้าๆ ของกรกฤตนักเขียนในดวงใจมาก่อนแม้แต่ครั้งเดียว ทำให้ปิ่นเนตรพอจะเดาออกว่ากรกฤตคงจะรักอาสาวมาก เธอจึงหาเรื่องคุยเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ เพราะรู้สึกว่านักเขียนขวัญใจของเธอไม่เหมาะกับสีหน้าเศร้าๆ และท่าทางที่หดหู่แบบนี้ “นามปากกาประกายตะวันของคุณกรกฤต คือนามปากกาของคุณอาอีกทีหรือคะ” ปิ่นเนตรถามหลังจากที่ได้ฟังอติรุจเล่าเพียงผิวเผินระหว่างที่เดินตามหากรกฤตเมื่อครู่ “ก็ไม่เชิงหรอกครับ ประกายตะวันเป็นนามปากกาที่ใช้สำหรับนิยายที่ผมกับหญิงช่วยกันเขียน เพียงแต่ว่าตอนนี้มันกลายเป็นของผมเพียงคนเดียวไปเสียแล้ว ที่จริงการเป็นนักเขียนไม่ใช่ความฝันของผมหรอกครับ เป็นความฝันของหญิงต่างหาก ผมเห็นว่าเธอจากไปก่อนที่จะทำความฝันให้เป็นจริง ก็เลยตั้งใจว่าจะทำให้นามปากกาประกายตะวันเป็นที่รู้จักมากกว่านี้เสียก่อน ถึงจะค่อยไปไล่ตามความฝันของตัวเองต่อ” ปิ่นเนตรฟังกรกฤตเล่าที่มาที่ไปของนามปากกาประกายตะวันเพลินๆ แต่จูก็ถึงกับสะดุ้งเมื่อเห็นใบหน้าของกรกฤตที่เริ่มมีรอยยิ้มเปลี่ยนเป็นโกรธแค้น กรามขึ้นเป็นสัน แววตาวาวโรจน์ เสียงกัดฟันที่ได้ยินอย่างชัดเจน “คุณรุจคะ ดูคุณกฤตสิคะ” ปิ่นเนตรสะกิดเรียกอติรุจที่กำลังคุยเพลินอยู่กับคชินทร์ “ไอ้กฤต แกเป็นอะไร” สองหนุ่มตรงเข้าถามเพื่อนซี้ “ฉันไม่คิดเลยว่ามันจะกล้ามางานศพของอาฉัน” อติรุจกับคชินทร์มองตามสายตากรกฤต เมื่อเห็นเป้าหมาย สองหนุ่มถอนหายใจออกมาพร้อมกัน “เวรละ” “ไอ้รุจ ไอ้ชิน แกฟังฉันไว้เลย ฉันขอสาบานเอาไว้ตรงนี้ ไอ้คนที่มันทำให้หญิงตรอมใจจนตาย ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้มันไม่เหลืออะไร มันจะต้องตรอมใจจนตายเหมือนกับหญิง” กรกฤตลั่นคำสาบานเสียงเหี้ยม …… หญิงสาวผมยาวในชุดขาว ปลายกระโปรงด้านหลังยาวลากพื้น ส่วนกระโปรงด้านหน้าขาดวิ่นเผยให้เห็นเท้าเปลือยเปล่าที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีดำคล้ำ เหมือนกับว่าเพิ่งจะผ่านการวิ่งหนีอะไรมาสักอย่าง ปรากฏเป็นเงาเลือนๆ ขึ้นที่ด้านหลังของสามหนุ่มกับหนึ่งหญิงสาว “ไม่นะกรกฤต เธอกำลังเข้าใจผิด เธอได้ยินฉันหรือเปล่า เธอกำลังเข้าใจผิด” ...... ในโรงพยาบาลย่านพระรามสอง ดลยานั่งอยู่ข้างๆ หน้าต่างที่เปิดม่านออกเพื่อรับแสง พร้อมกับเปิดหน้าต่างเพื่อรับลมจากด้านนอก แม้จะเป็นโรงพยาบาลในกรุงเทพ แต่ก็อยู่ค่อนมาทางชานเมือง อีกทั้งเป็นโรงพยาบาลที่มีพื้นที่กว้างจึงปลูกต้นไม้จนร่มครึ้มไปทั่วบริเวณ ทำให้มีอากาศบริสุทธิ์อยู่มากเมื่อเทียบกับโรงพยาบาลใจกลางเมือง ดลยากำลังอ่านนิยายของนักเขียนคนโปรด หญิงสาวใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ คิ้วเข้มได้รูป ดวงตาสองชั้น กลมโต ขนตายาวจนไม่ต้องใช้ขนตาปลอม เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่ชอบใช้เครื่องสำอาง หรือน้ำหอม ทุกสิ่งบนใบหน้าของหญิงสาวเกิดจากความเป็นธรรมชาติ หากมองผาดๆ ก็คงไม่สะดุดตา แต่หากใครก็ตามได้มีโอกาสเพ่งมองอย่างพินิจพิเคราะห์จะเห็นถึงความน่ารักที่ซุกซ่อนอยู่ ในดวงตาที่กลมโตแต่แววตานิ่งน่าค้นหา แม้จะเป็นเด็กกำพร้า แต่ก็ไม่มีปมในจิตใจ กลับเป็นหญิงสาวที่มองโลกในแง่ดี จึงมีรอยยิ้มบางๆ แต้มริมฝีปากอยู่ตลอดไม่เคยเลือนหาย ผมยาวสลวย เพราะเป็นคนที่รักผมมาก จึงดูแลผมเป็นอย่างดี ทำให้ผมของเธอเงาเป็นประกาย และส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ เพราะหมักผมด้วยครีมบำรุงเป็นประจำ ดลยานั่งอยู่ข้างๆ เตียงของดารณีที่นอนเป็นเจ้าหญิงนิทรามากว่าสามเดือนแล้ว แม้ร่างตรงหน้าจะเหมือนคนที่กำลังนอนหลับ ไม่มีเค้าของคนป่วยแม้แต่น้อย แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าเธอจะฟื้นขึ้นมา ดลยาก้มมองหน้าน้องสาว นึกถึงดารณีเมื่อครั้งก่อนหน้านี้ เธอเป็นเด็กสาวที่น่ารัก เรียนจบด้านการดนตรีจากมหาวิทยาลัยมหิดลเอกดนตรีสากล คิ้วบางๆ จมูกน้อยๆ ริมฝีปากบางสวย เป็นเด็กสาวที่ไม่สูงมากนัก หุ่นเล็กกะทัดรัด นึกถึงตอนที่น้องสาวของเธอใส่เดรสสีชมพูแล้ว ดลยายิ้มอย่างมีความสุข เพราะเธอจะน่ารักน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ ดารณีเป็นเด็กสาวที่มีแววตาเป็นประกายเพราะช่างฝัน เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็เอามาเป็นความฝันได้หมด มีรอยยิ้มที่กว้าง และสดใส และเวลาที่อยู่หน้าเปียโนเธอจะเจิดจรัสมาก แม้จะเอาแต่ใจไปนิด และชอบทำอะไรตามอารมณ์ แต่ไม่ใช่เด็กดื้อ ถ้าใครอธิบายถึงเหตุผลให้ได้เข้าใจก็ยินดีจะรับฟัง ดลยาแทบไม่อยากจะเชื่อว่าน้องสาวที่เคยซุกซน หากไม่หลับเป็นต้องหาอะไรทำได้ตลอด จะต้องมานอนนิ่งๆ แบบนี้ “เมื่อไหร่จะฟื้นสักที พอไม่มีเราหาเรื่องให้พี่ปวดหัวเหมือนเมื่อก่อน พี่เหงามากเลยนะ” เธอก้มลงกระซิบข้างๆ หูน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ แล้วลุกขึ้นเดินไปเปิดเพลงบรรเลงเปียโนที่กรกฤตเพิ่งจะเอามาให้ โดยบอกว่าเขาขอให้คชินทร์ส่งมาจากอเมริกา เพราะคิดว่าดารณีคงน่าจะชอบ ทันทีที่เปิดเพลงดลยาเหมือนจะเห็นดารณียิ้ม แต่คิดว่าคงเป็นเพราะตาฝาดไปเอง เธอจึงเดินกลับมานั่งเก้าอี้ที่อยู่ข้างหน้าต่างอีกครั้ง เพื่ออ่านนิยายเรื่องใหม่ของประกายตะวันให้ดารณีฟังต่อ หน้าต่างอีกด้านของเตียงที่ดารณีนอนหลับอยู่ ผ้าม่านยังคงปิดสนิท ร่างเลือนๆ ของดารณีค่อยๆ ปรากฏขึ้น จากรางๆ จนชัดเจน เธอก้มลงมองร่างตัวเอง ก่อนจะค่อยๆ ทอดสายตาไปทางดลยา “สองอยู่นี่ค่ะพี่หนึ่ง สองอยากจะกอดพี่เหลือเกิน” วิญญาณสาวรำพันเบาๆ ก่อนจะเลือนหายไป ...... เปรี้ยง! ท่ามกลางเสียงฟ้าร้อง สายฝนกำลังพัดกระหน่ำ ลมกระโชกแรง เด็กชายวัยแปดขวบ กำลังเดินตากฝนด้วยความหนาวเหน็บ รอบๆ ตัวเต็มไปด้วยความมืด เด็กน้อยกอดอกเอาไว้แน่นเพื่อให้รู้สึกอุ่นขึ้นมาบ้าง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไรเลย เพราะยังคงรู้สึกหนาวเข้าไปถึงขั้วหัวใจ แต่ถึงแม้จะหนาวก็ยังพยายามกัดฟันเดินต่อไป ระยะทางจากบ้านถึงคลินิกหน้าปากซอยแค่ไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร แต่สำหรับเด็กที่มีอายุไม่ถึงสิบขวบ คือระยะทางสาม ถึงห้ากิโลเมตรเมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ กว่าครึ่งชั่วโมงแล้วที่เดินออกจากบ้านเพื่อตามหมอไปดูกฤติกาในวัยเด็กที่อยู่ๆ ก็หมดสติไป

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

เมียลับอุ้มรัก

read
82.7K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.8K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.7K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.1K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
33.8K
bc

รอยแค้นแห่งรัก

read
55.5K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook