บทนำ
“เทียนหอมพวกนี้...เป็นไอเท็มสำหรับนางร้ายเพื่อใช้จับพระเอกสินะคะ มอมเมาเขา ก้าวเท้าขึ้นเตียง แล้วก็ใช้ร่างกายผูกมัด” หญิงสาวหน้าตาสะสวยระบายยิ้มที่มุมปาก ส่งผลให้ใบหน้าหวานน่ามองนั้นแปรเปลี่ยนเป็นชั่วร้ายในเสี้ยววินาที
มือบอบบางหมุนเปิดฝาสแตนเลสสะท้อนเงาตัวเองขึ้น ก่อนจะทดสอบสูดดมกลิ่นหอมที่มีฤทธิ์มอมเมาประสาท
กลิ่นแรงมาก...หอมเกินไปจนน่าอันตราย
แกร๊ก~
พริกแกงหมุนปิดฝาคืนตำแหน่งเดิม เชิดหน้าขึ้น คาดหวังว่าเรื่องที่ทำนั้นจะสำเร็จได้ด้วยดี
“เป็นวิธีง่ายๆ กลิ่นหอมช่วยให้ผ่อนคลาย ไม่เป็นที่สงสัย ยิ่งมาจากคนที่ไว้ใจ ก็แทบจะไม่พิรุธเลย”
“ถ้าทำแบบนี้ มันจะโอเคจริงๆ ใช่ไหมคะ”
“แน่นอนสิ หลังจากนี้อนาคตเธอจะสดใสเลยนะ เพราะว่าเธอเป็นน้องสาว พี่ถึงอยากให้เธอได้ดีไง”
ชายหนุ่มพูดราวกับห่วงใย จงใจใช้ภาษากายเป็นการลูบเรือนผมนิ่มสลวยช้าๆ ท่าทางเอ็นดูเต็มเปี่ยม
“พริกกลัว...” นัยน์ตาหวานวูบไหวยามที่เงยขึ้นสบเข้ากับดวงตาคมดุ เริ่มแยกได้ยากว่าที่ทำเป็นสั่นนั้นคือการแสดง หรือเรื่องจริงจากความหวาดกลัวของส่วนลึกในใจ
“ไม่ต้องกลัวน่า คิดถึงเรื่องดีๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้สิ”
“แต่พริก..พริกก็ยังกลัวว่าพี่เขาจะจับได้”
“มีพี่อยู่ทั้งคน”
“พี่จะช่วยพริกใช่ไหม” พริกแกงถามย้ำอีกครั้ง เธอต้องการคำยืนยันจากปากเขาเพื่อหาทางหนีทีไล่ให้ตัวเอง
“ไปได้แล้ว อย่าช้าไปกว่านี้” รอยยิ้มอบอุ่นยังไม่จางหาย เช่นเดียวกับดวงตาราบเรียบไร้ความรู้สึก ราวกับไม่เห็นว่าเรื่องเธอสลักสำคัญแต่อย่างใด
ผู้ชายที่เธอเรียกว่าพี่ชาย...ก็เป็นคนอย่างนี้มาตั้งแต่แรก
เพราะอย่างนั้นเธอถึงได้ยอมทำทุกอย่างเพื่อหนีจากขุมนรกที่เรียกว่า ‘ฐิติบารมี’
แม้แต่การทำร้ายคนอื่น
.
.
“กรี๊ดดดดด! นี่ นี่มันเกิดอะไรขึ้นน่ะโอบ!!” เสียงกรีดร้องแหลมเล็กดังขึ้นในช่วงสายของวันแทนเสียงของนาฬิกาปลุก บอกให้รู้ว่าผู้มาเยือนคนใหม่นั้นตกใจกับภาพที่เห็นมากเพียงไร
พริกแกงลุกพรวดขึ้นจากที่นอน นัยน์ตาหวานเบิกโพลง ตระหนกจนต้องลนลานคว้าผ้าขึ้นมากุมแน่นปิดบังทรวงอกไว้
ส่วนคนข้างๆ
...เดซิเบลของสาวเจ้าสูงขนาดนี้ ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นมาอย่างงัวเงียด้วยเช่นกัน
“ตอบต๊ะมาเดี๋ยวนี้นะว่าคุณ...พวกคุณสองคนทำบ้าอะไรกันลงไป” สาวหน้าสวยไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ค่า ภาพตรงหน้าบอกเล่าได้ดีกว่าคำพูด แต่เธอก็ยังกรีดร้องฟูมฟายเพื่อถามหาคำอธิบาย
“พริกแกง...” คิ้วคู่คมของชายหนุ่มขมวดมุ่น คำถามของตระการตาฟาดเข้าหัวเขาอย่างจัง ทำให้ต้องหันมองคนข้างกายที่มองจากท่าทีแล้วคงนอนข้างกายเขาทั้งคืน
พรึ่บ!
เรียวแขนเล็กบอบบางของพริกแกงถูกตระการตาคว้าหมับ ออกแรงนิดเดียวก็ดึงเธอให้ลุกขึ้นจากที่นอนได้...เพราะพริกแกงตั้งใจถลาเข้าหาเอง
โดยไม่รอให้โดนผลัก หญิงสาวก็รีบล้มลงบนพื้นด้วยอาการแข้งขาอ่อนแรงเหมือนตรากตรำกรำศึกมาทั้งคืน
“ฮึก..พริก...พริกเป็นของพี่โอบแล้ว พริกเป็นคนของพี่โอบ ฮึก พี่ต๊ะถอยไปสักทีเถอะ ยกพี่โอบให้พริกเถอะนะ” ไม่พอ พริกแกงยังกอดขาของตระการตาเอาไว้แน่น น้ำตาไหลพรากเหมือนสั่งได้
“อีหน้าด้าน!” ตระการตาโกรธจัดจนขยะแขยงเกินกว่าจะให้อีกฝ่ายแตะเนื้อต้องตัวกัน
“โอ๊ย!!” แต่การสะบัดไม่แรงนักกลับทำพริกแกงเซไปอีกด้านอย่างหมดสภาพ เซจนเกือบจะเปิดเผยผิวขาวผ่องให้คนอื่นได้เห็นแล้ว
เห็นท่าทางอ่อนแอตอแหลของพริกแกงแล้วก็ยิ่งทำตระการตาโกรธเคือง จนอยากจะโผเข้าไปตบสักฉาด
“โอบ! โอบพูดอะไรสักอย่างสิ โอบ...โอบนอนกับมันจริงๆ หรอ? แล้วต๊ะล่ะ? โอบเอาต๊ะไปไว้ที่ไหน!!”
“ฉัน...” ฤทธิ์ยาที่เขานำเข้าสู่ร่างกายผ่านทางการหายใจนั้นเข้มข้นมาก ทำส่วนสำนึกไตร่ตรองของโอบการุญยังทำงานได้ไม่เต็มที่
“พี่ต๊ะ ฮึก พี่ต๊ะยกพี่โอบให้พริกเถอะนะ”
“..!” มือขาวซีดของตระการตาถูกดึงไปบีบเอาไว้ พริกแกงร้องไห้น้ำตานองหน้า หน้าแดง ตาแดง จมูกก็แดงไปด้วย มองแล้วเหมือนโยนบทผู้หญิงใจร้ายใส่ตระการตาโดยไม่ถามความสมัครใจกันเลย
ตระการตาสะบัดมือออก หมุนตัวจากมา ไม่มีเหตุผลที่เธอต้องลดตัวลงไปเพื่อแย่งชิงอีกแล้ว
“ต๊ะ!”
หมับ!
ความดื้อรั้นของพริกแกงยังไม่จบสิ้น พอโอบการุญคล้ายได้สติไปคว้าเสื้อมาสวม...กางเกงชั้นนอกมาใส่ เธอก็ตรงเข้ามาหาเขาเหมือนชายหนุ่มเป็นเป้าหมายคนใหม่บ้าง
“พี่ไปไหนไม่ได้นะ พี่โอบต้องอยู่กับพริกสิ” หญิงสาวกอดแขนเขาไว้ จงใจใช้เนื้อตัวใกล้ชิดจนเกินงาม แต่ใครสนก็สนไป เธอไม่สนเสียอย่าง
“ปล่อยพี่นะพริก” ชายหนุ่มพยายามแกะมือที่เหนียวราวทากาวนี้ออก
แต่...คำพูดของเธอกลับทำเขาชะงัก พริกแกงลอยหน้าลอยตา พูดอย่างไม่สะทกสะท้าน
“ไม่เอาอ่ะ พริกไม่อยากให้พี่โอบตามพี่ต๊ะไป พริกเป็นของพี่โอบแล้ว พี่ต้องรับผิดชอบพริกมากกว่าที่จะเอาเวลาไปสนใจเพื่อนสมัยเด็กคนนั้น”
โอบการุญแทบกระชากมือเธอออกโดยไร้ความปรานี พอทีกับความใจดีที่เขามีให้ในฐานะ...น้องสาวเพื่อนสนิท
“เธอทำอะไรลงไป! อยากได้ฉันจนต้องทำเรื่องเลวระยำแบบนี้เลยหรอ!” ก่อนคว้าหมับเข้าที่ไหล่บอบบางสองข้าง เขย่ารุนแรงระบายอารมณ์ใส่คนที่คงจงใจใช้วิธีต่ำช้านี้
“พี่โอบ!!”
“เสียแรงที่ฉันเอ็นดูเธอ”
ความรุนแรงที่เขามอบให้นั้นทำให้หญิงสาวไม่ชอบใจ ท่าทีอ่อนหวานเลยหลุดไปนิด เผลอแสดงความร้ายกาจออกมาเสียได้
“แน่ใจหรอคะว่าสายตาที่พี่มองเด็กอายุสิบเจ็ดมันคือสายตาเอ็นดู” พริกแกงถากถางถึงเรื่องที่เธอมั่นใจว่าตัวเองมองไม่พลาด แม้ว่าโอบการุญจะพยายามซ่อมมันเอาไว้ แต่เพราะเธอเคยเห็น เธอถึงได้เลือกเขาเป็น ‘เป้าหมาย’
“...”
“พริกไม่ได้ใสซื่อขนาดนั้นหรอก พี่คงไม่รู้ตัวว่าพี่ใช้สายตายังไงมองพริก เพราะอย่างนี้ไง...เรื่องเมื่อคืนมันถึงได้เกิดขึ้น”
“นางมารร้าย” โอบการุญขบกรามแน่น เสียงที่ลอดไรฟันแทบจะไม่ดังไปกว่าเสียงกระซิบ แต่เต็มไปด้วยความโกรธ
“แล้วพริกจะร้ายกว่านี้อีก ถ้าพี่คิดว่าพี่จะเขี่ยพริกทิ้งได้ง่ายๆ อ่ะ”
“โคตรทุเรศ ผู้หญิงอย่างเธอแม่งโคตรน่ารังเกียจ” ชายหนุ่มผลักจนเธอเซเสียหลักไปด้านหลัง ก่อนที่จะวิ่งออกมาจากห้องสวีทโดยไม่คิดหันมองกลับไป มีเพียงเสียงกรีดร้องที่ดังลั่นตามมา
“พี่โอบ! พี่โอบ!!” พริกแกงกำมือแน่นจนสั่นเทิ้ม กระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ ทำเหมือนกำลังแสดงละครโดยสวมบทบาทนางร้ายที่ร้องเรียกชายหนุ่มในดวงใจเพื่ออ้อนวอนให้เขากลับมา
แต่พอโอบการุญลับสายตาไปจริงๆ...
หญิงสาวก็ยกนิ้วขึ้นกรีดหยดน้ำตาทิ้งไปซะ ไม่หลงเหลือความเสียใจแม้แต่นิดเดียว
“ถ้าไปเป็นนักแสดง จะรุ่งไหมนะ?” พริกแกงรวบผมมาด้านข้าง ใช้นิ้วสางให้ลอนคลายอย่างน่ามอง ก่อนที่จะฮัมเพลงเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างสบายใจ
.
.
น้องร้ายยย
แต่เดี๋ยวก่อน! แน่ใจนะว่าพี่...ไม่ร้าย
มาเปิดเรื่องใหม่แล้วจ้า?