Looks like an undercurrent - I [3/3]

2252 คำ
“แต่ฟางกลัวว่าความห่างกันมันจะทำให้พี่โซ่กับฟางรักกันน้อยลง” ฉันบอกสิ่งที่กังวลในใจออกไป หลายครั้งที่ฉันจินตนาการถึงช่วงเวลาที่ต้องห่างกันกับแฟนฉันมักจะปวดใจเสมอ แม้ว่าช่วงเวลาเหล่านั้นจะยังไม่เคยเกิดขึ้นก็ตาม แค่คิดว่าจะไม่ได้เจอเขาบ่อย ๆ ฉันก็หงอยแล้ว “แม่เชื่อว่าถ้าลูกกับโซ่รักกันมากพอทุกอย่างจะยังเหมือนเดิม คนเราจะต้องรู้จักลองผิดลองถูกเพื่อเป็นคนที่ดีขึ้นนะลูก” และคำพูดของแม่มันก็มีเหตุผลเหมือนกัน ฉันไม่ได้ตอบอะไรแม่แต่ว่าแค่ยิ้มกลับไปเท่านั้น ฉันรู้ว่าพ่อกับแม่แค่อยากให้ฉันได้ทำไรใหม่ ๆ ในช่วงเวลาที่ยังวัยรุ่นและยังสาวอยู่ และพ่อกับแม่ก้คงเห็นว่าฉันตัวติดพี่โซ่มากด้วย เพราะฉันรักเขามากเลยล่ะ รักมาก ๆ จนไม่อยากจะห่างกัน ไม่อยากจะเสียเขาไป แล้วก็ไม่อยากจะให้ช่วงเวลาที่เราควรจะมีกันนั้นหายไปสักวินาทีเลย ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไมถึงรักพี่โซ่มากมายขนาดนี้ แม้ว่าตอนนี้ฉันจะรับรู้ได้ถึงความรักของเราที่เริ่มน้อยลงไปก็ตามที พี่โซ่ทำงานไม่ค่อยได้สนใจฉันเยอะเท่าเมื่อก่อน อาจจะเป้นช่วงก่อร่างสร้างตัว แต่ฉันก็เชื่อมันว่าเรารักฉันเหมือนกัน เพียงแค่เขาเป็นคนที่แสดงออกไม่เก่งก็เท่านั้น หลังจากเยี่ยมคุณย่าได้สักพักก็มีญาติมาเพิ่มอีกคือฝั่งคุณอาของฉัน ห้องพักที่ว่ากว้างก็แคบลงฉันเลยขอลงมาหากาแฟดื่มที่ชั้นล่าง ระหว่างที่กำลังส่งสายตาทอดมองไปเรื่องเปื่อยฉันก็พบเข้ากับร่างของชายหญิงคู่หนึ่งที่เดินออกมาจากลิฟต์ “พี่ฟาง” สติฉันถูกเรียกไปโดยเนเน่ ลูกสาวของอาฉันเอง “เหม่ออะไรคะ” “เปล่าหรอก ว่าแต่เราลงมาทำไม” ฉันถามกับน้องสาวไป “เน่ลงมาหาอะไรดื่ม ให้ผู้ใหญ่คุยกันค่ะ ชวนไอ้นิกลงมาด้วยก็ไม่มา” ฉันครางรับกับน้องสาวเบา ๆ “เนเน่ เดี๋ยวพี่ฟางจะออกไปเจอเพื่อนหน่อยฝากเนเน่กลับขึ้นไปบอกป้าจีน่าให้พี่ฟางได้ไหมคะ” เพราะรู้สึกอยากจะไปไหนสักที่จึงเลือกที่จะบอกน้องสาวแบบนั้น “ได้สิคะ แต่ว่าพี่ฟางจะไปยังไงไม่รอให้ป้าไปส่งเหรอ” “ไม่ล่ะบอกป้าจีว่าพี่ไปหาร้านพี่ลิลลี่พอ ร้านลิลลี่อยู่คนละทางกับทางที่แม่พี่จะไปทำธุระต่อน่ะ” ว่าจบฉันก็บอกลาน้องสาวก่อนจะมาขึ้นแท็กซี่เพื่อหาเพื่อนที่ร้านของเธอ ลิลลี่เป็นเพื่อนสนิทของฉันคนหนึ่ง เธอเปิดร้านดอกไม้ผสมคาเฟ่เล็ก ๆ แต่บรรยากาศดีมาก เวลาว่าง ๆ ฉันมักจะไปอยู่กับเธอช่วยจัดดอกไม้ ช่วยอบช่วยชิมขนมบ้าง เพื่อนส่วนใหญ่ของฉันยังเรียนอยู่ มีฉันกับลิลลี่ แล้วก็เอวาที่จบสามปีครึ่ง เอวาน่ะบินไปทำแกร็บเยียร์อยู่ที่เยอรมันโน่น ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาโผล่ที่ร้านของเพื่อน วันนี้ร้านค่อนข้างเงียบ คนไม่ค่อยเยอะด้วย “สวัสดีค่ะ อ้าว!” เมื่อกระดิ่งที่ประตูสั่นเพื่อนก็โผล่หน้าขึ้นมาจากเคาน์เตอร์บาร์หน้าร้าน แต่พอเห็นฉันส่งเสียงตกใจเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้ม “ลมอะไรหอบมาจ๊ะคุณหนูฟาง” “เหงา ๆ เลยแวะมาหา” ฉันบอกแล้วเดินไปนั่งด้วยความเคยชิน “ดีเลย วันนี้มีจะมีทิวลิปเข้าเพิ่มด้วย กะว่าจะส่งไปให้แต่ลืมถามว่าตอนนี้อยู่บ้านหรืออยู่กับผู้ชาย” เพื่อนแถวก่อนจะเอี้ยวตัวไปจัดการชงเครื่องดื่มเมนูประจำให้ ตรงเคาน์เตอร์บาร์ด้านหน้าร้านจะเป็นมุมบาริสตาชงกาแฟ ส่วนฝั่งตรงข้ามที่เป็นผนังกระจกกว้าง ๆ จะเป็นมุมดอกไม้ แล้วก็มีที่ให้นั่งทานกาแฟ ชั้นสองถึงจะเป็นที่เก็บดอกไม้และที่จัดดอกไม้ใส่ช่อด้วย ลิลลี่รับกิจการต่อจากแม่ของเธอ แต่ก็มีพนักงานช่วยอยู่อีกสองคน เป็นพนักงานจัดดอกไม้ แล้วก็พนักงานอบขนม “วันนี้อบเค้กเยอะมาก มีลูกค้าสั่งเค้กวันเกิดตั้งสามคนก็เลยอบเกินมา” เพื่อนบอกแล้วก็เอาเค้กออกจากตู้มาหนึ่งชิ้น “เหมือนรู้ว่าฟางจะมาเลยเก็บไว้ให้” “ขอบคุณนะ” ฉันยิ้มแล้วก็ยกมันฉะลาเต้ครีมเข้าปากแม้ว่าก่อนหน้านี้จะพึ่งดื่มกาแฟมา “เอาดอกไม้ไปด้วยไหมจ๊ะ” “เอาสิ เดี๋ยวจะเอาไปใส่แจกันที่บ้านล่ะ” “บ้าน? หมายถึงบ้านฟางน่ะเหรอ” ฉันพยักหน้ารับกับคำพูดของเพื่อน “ไม่อยู่กับแฟนแล้วเหรอจ๊ะ” “ช่วงนี้ไต้ฝุ่นเรียนหนัก ก็เลยไม่ค่อยได้กลับบ้าน” ฉันว่าแล้วตักเค้กมะพร้าวเข้าปากไปด้วย เมื่อกลืนเค้กลงไปแล้วก็พูดต่อว่า “พ่อกับแม่เหงาน่ะ” “เป็นไปได้ แงะคุณหนูฟางออกจากพี่โซ่ได้ด้วยล่ะ” เพื่อนแซวเพราะรู้อยู่แล้วว่าฉันตัวติดกับแฟนมากแค่ไหน “ติดแฟนเกินไปแล้วน๊าคุณหนู” “ไม่เกินไปหรอก ก็อยากอยู่ด้วยนี่” ฉันว่าแล้วก็ยิ้มพลางเอาเค้กเข้าปากอีกคำด้วย “อยากจะอยู่ด้วยทุกวันทุกเวลาเลยถ้าไม่ติดว่าพี่โซ่ต้องทำงาน” “แหม....เกินไป๊” เพื่อนสาวเบ้ปากให้แรงมากเมื่อฉันพูดแบบนี้ เพื่อนมักจะแซวตลอดเลยแหละว่าฉันติดแฟน แต่ก็นะฉันไม่เถียงหรอก แฟนฉันน่ารักมากนี่ “อะ ๆ ๆ กินเข้าไปเยอะ ๆ เลยวันนี้มีเยอะ” “จะกินให้อ้วนเป็นหมูเลย” กริ๊ง ตอนนั้นเราสองคนก็ละความสนใจเข้าไปที่ชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งก็เปิดประตูเข้ามา “สวัสดีค่ะ Flower dream ยินดีต้อนรับค่ะ” เพื่อนสาวเจ้าของร้านก็กล่าวคำทักทาย ฉันที่กินเค้กอยู่ก็รีบเอาทิชชูมาเช็ดปากเพราะกลัวว่าจะเลอะแล้วขายหน้าลูกค้าเอา “ผมมารับเค้กวันเกิดกับดอกไม้ที่สั่งไว้ครับ ชื่อกันตวิชญ์” เขาเอ่ยบอกสิ่งที่ต้องการไปในขณะที่ฉันเองเมื่อมาอยู่ที่ร้านเพื่อนบ่อยครั้งก็พอจะทำงานช่วยได้บ้าง “คุณกันตวิชญ์ สั่งเค้กวันเกิดเป็นRed Velvet Cake เอาไว้ใช่ไหมคะ แล้วก็ช่อดอกไม้ 024 Sweet heart ดอกทิวลิปยี่สิบดอกนะคะ” เพื่อนทวนรายการสินค้ามาและเขาก็พยักหน้าให้อีกครั้ง “รอสักครู่ค่ะ” “ครับ” เขาตอบรับมา “ฟาง แกขึ้นไปเอาดอกไม้กับพี่เอ้ข้างบนให้หน่อย บอกว่าช่อทิวลิป” ฉันรับคำด้วยความยินดีก่อนจะเดินขึ้นไปเอาดอกไม้กับพี่เอ้ พนักงานจัดดอกไม้ด้านบนซึ่งก็คุ้นเคยกันดี ดอกไม้ที่คุณเขาสั่งเป็นช่อดอกทิวลิปสีชมพูและสีขาว ชื่อแทนรายการสินค้าคือ Sweet heart ที่แปลว่าหวานใจน่ะ ดอกทิวลิปสีชมพูแทนความหมายความรักที่สมบูรณ์แบบ ส่วนสีขาวหมายถึงความรักที่บริสุทธิ์และจริงใจ เป็นดอกไม้ที่แทนความรักลึกซึ้งมากเลยนะ คนได้รับคงดีใจที่ได้ดอกไม้ความหมายน่ารักแบบนี้ แต่พอเห็นแล้วก็อดนึกถึงความรู้สึกเมื่อเช้าไม่ได้เลยนะ เพราะว่าฉันน่ะก็ชอบดอกไม้มาก ๆ เหมือนกัน “ดอกไม้ค่ะ” ฉันส่งช่อดอกไม้ให้ลูกค้าเมื่อเดินลงมาถึง แล้วก็ไม่เห็นลิลลี่ออกมาสักที “ขอบคุณครับ” เขารับไปแล้วส่งยิ้มให้ฉัน คุณคนนี้หน้าตาหล่อเหลาเอาการอยู่นะ ดูเป็นคนเนี้ยบ ๆ หน่อยแต่แต่งตัวดูดี ดูสะอาดสะอ้านแถมยังตัวหอมอีกด้วย “คุณกันตวิชญ์คะ รอสักครู่ได้ไหมคะพอดีว่าเด็กเขียนหน้าเค้กผิดน่ะค่ะเดี๋ยวลิลลี่จะรีบแก้ให้” เพื่อนออกมาด้วยสีหน้าร้อนอกร้อนใจ คงจะร้อนใจอยู่หรอกเพราะลูกค้ามารับสินค้าแล้วแต่ดันพึ่งเห็นว่าเขียนผิดน่ะ “เดี๋ยวลิลลี่จะสัมมนาคุณเป็นกาแฟหนึ่งแก้วค่าเสียเวลานะคะ จะดื่มอะไรบอกฟางได้เลย” “ไม่เป็นไรก็ได้ครับ ผมรอได้” เขาตอบไปด้วยน้ำเสียงละมุนหูและสุภาพพอสมควร “ดื่มเถอะค่ะ ถือว่าเป็นค่าเสียเวลา ฟางฝากจัดการทีนะ” ฉันเข้าใจเพื่อนอยู่ถึงได้พยักหน้ารับกับเธอ เมื่อบอกแบบนั้นแล้วเพื่อนก็หายกลับเข้าไปหลังร้านทิ้งให้ฉันอยู่กับลูกค้า คุณลูกค้าขยับเก้าอี้ตรงเคาน์เตอร์บาร์ออกแล้วนั่งลงโดยวางดอกไม้ไว้บนโต๊ะด้านข้าง คือลิลลี่ทำที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์ด้านหน้าด้วยน่ะนะ “ดื่มอะไรดีคะ” บาริสตาจำเป็นอย่างฉันก็ถาม อันที่จริงฉันก็ชงกาแฟทำเครื่องดื่มเป็นนะ เพราะว่ามาร้านลิลลี่บ่อยตั้งแต่สมัยเรียนแล้วล่ะ “ช่วยคิดเมนูให้หน่อยได้ไหมครับ” เขามองมายังฉันก่อนจะส่งสายตาชวนแปลก ๆ มาให้ คือไม่ใช่ในทางที่ไม่ดีนะ แต่ว่าแปลก ๆ น่ะ “หรือว่าร้านนี้อะไรน่าสนใจบ้าง” “งั้นลองเป็นอเมริกาโนส้มยูซุไหมคะ เมนูแนะนำของร้านนี้เลย” “ได้ครับ” เขานี่ไม่เรื่องมากเลยนะ ถ้าขายของให้เขาพนักงานขายคงดีใจแน่ แนะนำอะไรก็เอาหมด ฉันไม่ได้ตอบอะไรเขาแต่ค้อมหัวให้แล้วก็จัดการชงเครื่องดื่มให้ ใช้เวลาไม่นานนักกาแฟก็จัดวางเสิร์ฟตรงหน้าให้เขา “ขอบคุณครับ” เขารับกาแฟไปลองดื่ม สีหน้าไม่แสดงออกว่าชอบหรือไม่ชอบ แต่นิ่งไปประมาณอึดใจก็ถามเรื่องอื่นกับฉัน “คุณฟางเป็นพนักงานใหม่ที่นี่เหรอครับ ไม่เคยเห็นเลย” เขาถือวิสาสะเรียกชื่อฉันที่ไม่ได้รับอนุญาตเลยสินะ คงเป็นเพราะยัยลิลลี่เรียกแน่เลย “เปล่าค่ะ ฟางเป็นเพื่อนของลิลลี่เจ้าของร้านน่ะค่ะ แต่ว่ามาบ่อยเลยพอจะชงเครื่องดื่มได้” “อ๋า ถึงว่าไม่เคยเห็นหน้าเลย” “คุณมาร้านนี้บ่อยเหรอคะ” เพราะเห็นเป็นลูกค้าของเพื่อน และที่ตรงนี้มีแค่ฉันกับเขาจึงเอ่ยปากถามโดยที่ไม่อยากให้บรรยากาศดูน่าอึดอัดจนเกินไป “ครับ ผมแวะมาซื้อดอกไม้ร้านนี้ประจำ” เขาตอบมาและตอนนั้นก็มีผู้มาใหม่มาพอดี เป็นพนักงานส่งดอกไม้น่ะนะ ดูท่าแล้วน่าจะเอาดอกทิวลิปมาเพิ่มแน่เลย “เอาดอกไม้ขึ้นชั้นสองได้เลยค่ะ” ฉันผายมือบอกแต่ตอนนั้นก็ “เดี๋ยวก่อนครับ” เขาเรียกพนักงานส่งดอกไม้เอาไว้ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบดอกทิวลิปสีแดงออกมาจากกระดาษห่อที่พนักงานนำมาส่ง “ผมเอาดอกนี้ด้วยเดี๋ยวจะคิดเงินรวมกับเค้กแล้วก็ชื่อนี้ด้วยเลย” “ค่ะ” ฉันตอบรับเพราะรู้ว่าเพื่อนก็ขายแยกเป็นดอกเหมือนกัน ฉันคิดว่าเขาอาจจะชอบดอกทิวลิปสีแดงก็ได้ถึงได้หยิบแยกออกมา ทิวลิปสีแดงก็ความหมายดีเหมือนกัน แต่ในตอนนั้นที่พนักงานส่งดอกไม้เดินขึ้นไปชั้นสองไปดอกทิวลิปสีแดงเมื่อกี้ก็ถูกยื่นมาตรงหน้าฉัน “ผมให้ครับ” ฉันนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นคุณลูกค้าส่งดอกไม้มาให้ “ผมว่ามันเหมาะกับคุณฟางดี” “อ๋า....ขอบคุณนะคะ” ถ้าไม่ไร้เดียงสาจนเกินไปก็พอจะมองออกว่าให้ทำไม แต่เพราะกลัวว่าจะเสียมารยาทในฐานะลูกค้าเจ้าประจำของเพื่อนก็เลยรับมาอย่างเสียไม่ได้ “เค้กมาแล้วค่ะ” ขอบคุณลิลลี่ที่ออกมาได้ทันเวลาพอดี “ทั้งหมดเท่าไหร่ครับ คิดค่าดอกทิวลิปสีแดงดอกนั้นด้วย” เขาพยักหน้ามายังดอกทิวลิปสีแดงในมือของฉัน ที่ฉันเองก็เก้ ๆ กัง ๆ อยู่พอสมควร “ทั้งหมดสามพันสองร้อยแปดสิบบาทค่ะ” แม้เพื่อนจะดูสงสัยในสิ่งที่เห็นแต่ก็บอกรอคาลูกค้าก่อนที่เขาจะสแกนคิวอาร์โค้ดดน้าแล้วใส่จำนวนเงินตามด้วยหันหน้าจอที่โอนแล้วมาให้ “นี่ครับ” สิ้นเสียงของเขาแจ้งเตือนเงินเข้าก็เด้งขึ้นด้านหน้าว่าเขาจ่ายเงินมาสามพันสามร้อยบาท “ขอบคุณที่มาใช้บริการนะคะ โอกาสหน้าเชิญใหม่ค่ะ” ก่อนคุณลูกค้าจะเดินจากไปเขายิ้มให้ลิลลี่ลากยาวมาหาฉันแล้วเดินออกจากร้านไป พอลูกค้าพ้นรัศมีประตูร้านไปหลายเมตรเพื่อนตัวดีก็หันมามองหน้าฉันพลางขวมดคิ้วให้ “มองอะไร” ฉันถามเมื่อถูกเพื่อนจ้องมอง ลิลลี่ทำท่าทางครุ่นคิดอยู่สักพักก็พูดว่า “ดอกทิวลิปแทนการตกหลุมรัก ส่วนดอกสีแดงแทนการตกหลุมรักอย่างหมดหัวใจ”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม