บทนำ
ฤดูหนาวใกล้เข้ามาอีกครั้งแล้วนะ
พอมันยิ่งใกล้..ความหนาวเหน็บนั้นก็ทำให้เด็กสาวรู้สึกถึงเจ็บปวดจนแทบจะขาดใจ เธอยังคงจำความรู้สึกเหล่านั้นได้ดีเพราะผู้ชายคนนั้น..
“นิไนล์ มารับออเดอร์สุดท้ายหน่อยเร็ว! ฉันไม่ไหวแล้ว ปวดท้องเหมือนจะท้องเสียเลยงะ ฮืออออ”
“อะอื้ม ได้เลย”
เธอรีบหันไปตอบรับเพื่อนร่วมงานด้วยท่าทีตกใจเล็กน้อย เพราะอาการเหม่อเมื่อชั่วครู่ทำให้เธอสูญเสียสติแทบทุกครั้งไป หญิงสาวหน้าตาน่ารักแอบแฝงไปด้วยความสวยอย่างบอกไม่ถูก ตาโต ปากนิด จมูกหน่อย ทรวดทรงองเอวที่ทำให้ลูกค้าผู้ชายในร้านส่วนใหญ่มองตาไม่กะพริบ แถมหน้าอกหน้าใจของเธอยังมีเนื้อจนคับแน่นไปหมด หญิงสาวนามว่า ‘นิไนล์’ คนนี้จึงเป็นที่หมายปองของนักศึกษาผู้ชายหลายคณะ แต่เธอก็เลือกที่จะปฏิเสธ..
“สวัสดีค่ะ ร้านแคนดี้ยินดีต้อนรับค่ะ ไม่ทราบว่ารับอะไรดีคะคุณลูกค้า”
นิไนล์ เธอเป็นนักศึกษาปีสุดท้ายของมหาวิทยาลัยนอร์ทเอเชีย เรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาทัศนศิลป์ เธอชอบวาดรูปเป็นชีวิตจิตใจ แต่ด้วยฐานะทางบ้านที่
ค่อนข้างจะดิ่งลงเหวในทุกวัน พ่อแม่ของเธอพากันติดการพนันจนต้องเอาเธอกลับมาจากอิตาลีเพื่อให้เธอมาทำงานใช้หนี้ที่ตัวเองก่อ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ชีวิตของนิไนล์นั้นถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบ..หรือเปล่านะ?
ก่อนหน้านี้เธอไปอาศัยอยู่กับครอบครัวของน้าที่อิตาลีนานหลายปี จนเธอได้คบกับผู้ชายฐานะดีคนหนึ่งตอนเรียนมัธยมปลาย แต่สุดท้ายชีวิตรักของพวกเขาทั้งสองก็พังทลายลงเมื่อนิไนล์รู้ความจริงว่าแฟนของเธอนอกใจ เป็นจังหวะเดียวกับที่พ่อแม่ของเธออ้อนวอนให้กลับมาอยู่ไทย เธอจึงจำเป็นจะต้องบอกลาผู้ชายคนนั้นด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส และเธอก็หนีกลับมาตั้งหลักที่นี่โดยไม่บอกไม่กล่าวใครแม้กระทั่งแฟนเก่า
ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยลืมบทเรียนครั้งนั้นได้เลย เธอไม่กล้าที่จะรักใครอีกแล้ว..
(ร้านแคนดี้ ปิดทำการ)
ป้ายร้านขนมหวานถูกแขวนเมื่อร้านได้ปิดทำการ เวลาสามทุ่มครึ่งจะเป็นแบบนี้ในทุกวัน ซึ่งทางนิไนล์กับเพื่อนสาวในที่ทำงานของเธออย่าง แป้ง จะโบกมือลากันทุกครั้งเมื่อเลิกงาน ทางนิไนล์จะเดินตรงกลับบ้านที่อยู่ห่างจากร้านขนมหวานไม่ไกลนัก ส่วนทางแป้งก็เดินกลับหอพักหลังมหาวิทยาลัย งานพาร์ทไทม์นี้คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเธอสองคนมาเจอกันนั่นเอง
ตึกๆๆๆ
ในซอยเปลี่ยวไร้ซึ่งผู้คนถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบงัน หญิงสาวในชุดลำลองปกติเดินก้มหน้าก้มตาเร่งฝีเท้าตัวเองไปยังบ้าน ทุกครั้งจะมีแสงไฟสลัวและผู้คนเดินผ่านไปมาบ้างให้อุ่นใจ แต่ทำไมวันนี้ถึงได้เงียบเชียบจนน่ากลัวขนาดนี้นะ
“สงสัยไฟในซอยจะดับแน่ๆเลย ทำไมต้องมาดับตอนนี้ด้วย” นิไนล์บ่นพึมพำกับตัวเองเสียงสั่น
แววตาที่แอบแฝงไปด้วยความหวาดกลัวจ้องมองทางตรงหน้า มันคือซอยเปลี่ยวดีๆนั่นเอง ฝั่งทางซ้ายมือถูกปิดทึบไปด้วยกำแพงปูน ส่วนทางด้านขวานั้นก็มีป่าที่ปกคลุมไปด้วยความมืดมิดทั้งหมด มีเพียงแสงจากเสาไฟด้านหน้าที่ยังคงเปิดไว้อยู่ โชคดีที่ไฟจากเสาต้นนั้นไม่ได้ดับเหมือนกับต้นอื่น มันจึงทำให้เธอมีสติพอจะรีบพาร่างอันสั่นไหวของตัวเองกลับไปยังบ้านได้
แต่ทันใดนั้นเองเสียงบางอย่างก็ทำให้เธอต้องหยุดชะงักฝีเท้าอันถี่รัวลง เมื่อในความมืดมิดเบื้องหน้ามันมีเสียงกลุ่มชายฉกรรจ์กำลังเดินตรงปรี่มาที่เธอ พร้อมทั้งเสียงร้องแซวจนทำให้เธอแทบใจหล่นวูบไปที่พื้น
“วู้วววว คนสวย มาเดินทำไมคนเดียวล่ะจ๊ะ”
“เฮ้ยสวยว่ะ เชี้ย..”
“หุ่นดีด้วยนะมึง”
“เออ โคตรน่าเอาเลยว่ะ ฮ่าๆๆ”
โดยเหล่าผู้ชายแปลกหน้าทั้งสี่คนเดินตรงเข้ามาในขณะที่หญิงสาวแช่ฝีเท้าตัวเองอยู่ที่เดิม ประโยคเมื่อชั่วครู่ทำให้นิไนล์เตรียมก้าวถอยหลังโดยไม่คิดชีวิต เธอได้เห็นหน้าผู้ชายหื่นกามพวกนี้อย่างชัดเจน ทั้งแววตาและน้ำเสียงที่คุกคามเธอยิ่งกว่าอะไรดี ความหวาดกลัวมันทำให้เธอตัวสั่นจนแทบจะขยับเขยื้อนร่างกายวิ่งหนีแทบไม่ไหว
นิไนล์ทำได้เพียงถอยหลังไปอย่างช้าๆเมื่อรู้ว่าเบื้องหน้าคือความอันตราย แต่เหล่าชายแปลกหน้าก็ยังคงเอ่ยประโยคลามกออกมาไม่หยุดหย่อน สีหน้ายิ้มเหยาะอย่างหื่นกามจับจ้องมองร่างอันสั่นเทาไม่ลดละ วินาทีนี้หญิงสาวใสซื่อที่ไม่เคยผ่านมือชายรู้แล้วว่าสถานการณ์เลวร้ายกำลังจะเกิดขึ้น
“ย..อย่านะ อย่ามายุ่งกับฉัน ด..ได้โป..”
ปึก!
ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยจบประโยค เสียงสั่นๆของเธอก็ถูกกลืนหายลงไปในลำคอพร้อมกับเสียงแผ่นหลังที่กระทบกับแผงอกของใครบางคน นิไนล์สะดุ้งอย่างสุดตัวเมื่อเธอรู้ว่าข้างหลังมีชายแปลกหน้าอีกหนึ่งคน ร่างอันสั่นไหวสะดุ้งด้วยความตกใจอย่างแรงก่อนจะรีบหันไปมองเจ้าของร่างนั้น
แต่สิ่งที่ทำให้เธอเบิกตาโพลงด้วยความตกใจจนถึงขีดสุด ไม่ต่างอะไรจากตอนที่ไอพวกคนหื่นกามกำลังจะมุ่งเข้ามาทำร้ายเธอ ราวกับว่าตอนนี้..สาวน้อยไร้เดียงสากำลังวิ่งหนีเสือมาปะกับเจ้าพ่อสิงโต
“ฮึก.. น..นาย”
“เมื่อกี๊พวกมึงพูดว่าอะไรนะ”
“…..”
“กูจะให้โอกาสพวกมึง.. พูดใหม่อีกที”