1. เมื่อเนื้อคู่มาถึงแล้ว
1. เมื่อเนื้อคู่มาถึงแล้ว
ว่ากันว่าในครอบครัวหนึ่งจะมีลูกไม้ที่เกิดมาหลากสี และในตระกูลอดิศวรก็มีลูกชายคนเล็กที่เกิดมาก็แหกคอกที่สุดในประวัติศาสตร์ พวกเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล มีสาขาทั่วทั้งประเทศโดยใช้ชื่อว่า อชิระ โรงพยาบาลในเครือ อชิระ ACHIRA หรือชื่อย่อที่บุคคลทั่วไปเรียกกันว่า เอรา กรุ๊ป ผู้ผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานที่สุดในประเทศไทย และต่อมาได้จัดจำหน่ายออกไปทั่วโลก
ในอดีตตระกูลของพวกเขาเคยได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อวยยศให้โรงพยาบาลอชิระขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ ในการให้บริการสาธารณะ ถึงแม้ว่าอชิระจะเป็นของเอกชน ทว่าพวกเขาก็รับผู้ป่วยยากไร้มาไว้ในการดูแลจำนวนปีละหลายแสนชีวิต
ดังนั้นเมื่อตระกูลส่งเสริมให้สร้างกุศล ลูกสาวลูกชายหรือกระทั่งเครือญาติในตระกูลอดิศวรจึงต่างก็เป็นหมอ แต่ทว่าลูกชายคนเล็กของบ้านหลักซึ่งมีสิทธิ์สืบทอดตำแหน่งหัวเรือใหญ่ เอรา กรุ๊ป กลับแตกหน่อจากมะม่วงเป็นผลชมพู่ เขาไม่ได้เรียนหมออย่างที่ครอบครัวต้องการ...
ไม่ใช่สิ อันที่จริงเขาก็เป็นหมอนั่นแหละ เพียงแต่อาชีพหมอของเขาไม่ใช่หมอรักษาพยาบาลแบบทั่วไป แต่เป็นหมอผี
ตั้งแต่เด็กแล้วที่เขาไม่ตั้งใจศึกษาร่ำเรียน พอโตขึ้นงานการก็ไม่ยอมทำเป็นหลักแหล่ง แต่ชอบเล่นมนตร์ไสยศาสตร์ ทำเอาคนทั้งบ้านปวดหัวเป็นที่สุด
เพราะฉะนั้นชื่อของเขาจึงเปรียบเสมือนรอยด่างที่ป้ายลงบนผ้าสีทองอันเจิดจรัส เพียงแค่ญาติสนิทมิตรสหายได้ยินชื่อ ไรวินท์ อดิศวร ก็จะพากันหลีกหนีให้ไกลที่สุด เพราะกลัวว่าเขาจะแพร่เชื้อไม่เอาไหนใส่
คนไม่เอาไหนไม่แคร์สายตาคนอื่นแต่ไหนแต่ไรกำลังจัดแต่งทรงผมให้เข้าที่ ใบหน้าหล่อเหลาเป็นหนึ่งเอียงซ้ายขวาหน้ากระจก ทำราวกับมองไม่เห็นสีหน้าบึ้งตึงขึ้นเรื่อยๆ ของ โยษิตา อดิศวร พี่สาวคนเดียวของเขา
“นี่ ตาวินท์ ตกลงแกจะเอายังไง พ่อให้โอกาสเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ ถ้ายอมแต่งงานดีๆ เขาจะยอมยกโทษให้ ส่วนบัตรเครดิตของแกก็จะกลับมาใช้งานได้ปกติ”
โยษิตาทำหน้าที่แม่สื่ออย่างเต็มที่ เชิญน้องชายมาถึงโรงพยาบาลเพื่อมอบตารางแนะนำผู้หญิงที่คัดเลือกอย่างดีให้ หวังเหลือเกินว่าหญิงสาวในรายชื่อพวกนั้นจะสามารถดึงน้องชายกลับจากโคลนตมได้สำเร็จ
แต่ทว่าเจ้าน้องชายไม่เอาการเอางานของเธอกลับมองไม่เห็นความร้อนใจของพี่สาวสักนิด หลังจัดผมที่ชี้โด่ชี้เด่สำเร็จ ค่อยวางกระจกลง “โชคชะตาบอกว่ายังไม่ถึงเวลา” โดยไม่เสียเวลาชำเลืองมองสักนิดเขาจัดการเลื่อนกระดาษรายชื่อกลับไปหาพี่สาว
“เนื้อคู่ของผมยังมาไม่ถึง แต่งไม่ได้หรอก”
โยษิตากลอกตาอย่างรู้ทัน เจ้าหมอนี่ใช้ข้ออ้างนี้ตั้งแต่อายุ 26 จนตอนนี้อายุปาเข้าไป 34 ปีแล้วก็ยังไม่เบื่อสักทีสิน่า
แต่เธอเบื่อหน่ายจะตายอยู่แล้ว ต้องอยู่เป็นคนกลางคอยประสานงานให้แทบจะเสียสติอยู่รอมร่อ
ดวงหน้าสวยหวานถูกแทนที่ด้วยความทมึงถึง สายตาคมกริบหรี่ลงราวกับตาของอสรพิษ ซึ่งพอไรวินท์มองเห็นถึงกับเกิดความสะเทือนใจอย่างหนัก
“พี่ จริงๆ นะ ผมยังแต่งไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เนื้อคู่”
โยษิตาพยายามปรับลมหายใจ ระบายความคับอกคับใจออกมาช้าๆ ก่อนจะเปิดลิ้นชักหยิบกระดานสำหรับดูดวงออกมาโยนใส่หน้าน้องชาย
“ดูดวงให้ตัวเองเดี๋ยวนี้ ฉันจะดูซิ ว่าเนื้อคู่แกจะมาเมื่อไหร่”
ไรวินท์เลิกคิ้วน้อยๆ อย่างแปลกใจ
ถึงขนาดเตรียมของไว้ให้ด้วย!
ต้องบอกว่าพี่สาวของเขาเป็นคนยุคใหม่ หัวใจมีแต่วิทยาศาสตร์ การที่เธอถึงขั้นเตรียมกระดานดูดวงไว้ให้ แสดงว่าคราวนี้เอาจริง
กระแอมไอขณะหาข้ออ้าง “ตามหลักแล้วผมดูดวงให้ตัวเองปีละครั้ง ต้นปีผมเพิ่งจะดู...ดวง”
ปึก!
ไม่รอให้น้องชายพูดจบ ฝ่ามือบอบบางทว่าหนักแน่นก็ตบปึงลงบนโต๊ะ เล่นเอาไรวินท์สะดุ้งโหยง แทบกระโดดจากเก้าอี้พร้อมอุทานเสียงอ่อย
“พี่!”
ถ้าบอกว่าไม่กลัวพี่สาวเลยมันคงจะเป็นเรื่องโกหก คนที่เขาเกรงใจยิ่งกว่าคุณพ่อก็คือพี่สาวนี่แหละ โยษิตาเป็นพี่ที่เวลาดีก็ดีใจหาย แต่เวลาร้ายขึ้นมา ช้างทั้งโคลงก็ฉุดเธอไม่อยู่
เขาถูกพี่สาวใช้ทั้งพระเดชพระคุณเลี้ยงดูมาจนโต ภาพจำที่มีต่อเธอจึงตราตรึงเสียยิ่งกว่าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเสียอีก
ไรวินท์ค่อนข้างลำบากใจ จึงยื่นมือออกไปช้าๆ เหมือนปูไต่หยิบกระดานดูดวงมาถือไว้ ก่อนจะเหลือบมองพี่สาวอย่างหวาดๆ กลัวว่าเธอจะทนไม่ไหวแล้วกระโจนมากินหัวเขา
“แค่ดูดวงอย่างเดียวใช่ไหม”
โยษิตาสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ มือไม้สั่นเทาไปหมด “ใช่ ดูจริงๆ ห้ามเล่นตุกติกต่อหน้าฉันเด็ดขาด”
ชายหนุ่มหรือจะกล้า ยกกระดานขึ้นมาอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะขีดเขียนตามหลักโหราศาสตร์อย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ แต่ทว่าเมื่อเขียนไปได้สักพัก เขาก็นั่งตัวตรง เริ่มจริงจังขึ้นมา เนื่องจากในกระดานบ่งบอกว่า อีกไม่นานเขาจะมีลูก
หา มีลูก
มีได้ยังไง?
แล้วเมียล่ะ
เห็นด้านหลังตามมาด้วยดวงเนื้อคู่ ชายหนุ่มค่อยถอนหายใจโล่งอก
โธ่เอ๊ย นึกว่าตรูจะได้เป็นพ่อเลี้ยงเดี๋ยว
ว่าแต่ทำไมถึงมีลูกก่อนเมียล่ะ
ระหว่างที่ถูกพี่สาวนั่งคุมอยู่ ชายหนุ่มก็ใจลอยไปไหนแล้วก็ไม่รู้ หัวคิ้วขมวดชิดอย่างคิดไม่ตก ก่อนหางตาจะสะดุดเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินผ่านประตูไป
เนื่องจากโยษิตารับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลอชิระสาขา 2 ห้องทำงานของเธอจึงค่อนข้างกว้างขวางและถูกตกแต่งอย่างหรูหรา ช่วงก่อนคุณพ่อถูกเพื่อนพาเข้าคลับดูศาตร์ฮวงจุ้ย จึงตามซินแสมาชี้แนะยกหนึ่ง สรุปผลที่ได้คือห้องทำงานของพี่สาวต้องได้รับการแก้ไข ประตูเปลี่ยนจากไม้กลายเป็นกระจกสีดำขุ่นแบบมองเห็นด้านเดียว คนด้านในมองเห็นข้างนอก แต่ข้างนอกมองมาไม่เห็นด้านใน ดังนั้นยามที่ไรวินท์ลากสายตาตามบุคคลเมื่อครู่จนเสียกิริยา จึงไม่ทำให้เธอรู้ตัว
สมองอันรวดเร็วของเขาคำนวณผลอย่างเคยชินทันที
รูปร่างของอีกฝ่ายค่อนข้างสูงโปร่ง สวมชุดกาวน์สีขาวสะอาดตา เหมือนจะเป็นหมอคนหนึ่งในโรงพยาบาล กะด้วยสายตาคร่าวๆ ขายาวคู่นั้นน่าจะแตะถึง 170 เซนติเมตร เรียกได้ว่ารูปร่างของเธอแทบจะไร้ที่ติ สูง ขาว ขายาว ผมดำขลับเป็นประกาย นี่ขนาดเห็นแค่ผ่านๆ ยังสะกดตาคนขนาดนี้ ไม่รู้หากเจอตรงๆ จะขนาดไหนกันนะ
ไรวินท์เหม่อลอยไปพัก คอหมุน 80 องศาจนเกือบเคล็ด
โยษิตาที่กำลังรอผลลัพธ์ว่าน้องชายจะหาข้ออ้างแบบไหนอีก ก็พบว่าสายตาอีกฝ่ายเลิกจดจ่อกับเครื่องมือทำมาหากินนานแล้ว จึงเสมองตามไป สรุปทันเห็นเพียงแผ่นหลังอรชรของผู้หญิงคนหนึ่ง
หันกลับมามองน้องชาย ครั้นพบว่าสีหน้าของเขาราวกับหนุ่มน้อยตกอยู่ภวังค์หวานของรักแรกพบ ดวงตาพลันกระตุกยิกๆ
“นี่! มองอะไร อย่าบอกนะว่าถูกใจเข้าให้แล้ว”
ไรวินท์เก็บสายตากลับ แต่กระนั้นก็เหมือนจะถูกพี่สาวมองจนทะลุปรุโปร่ง “ผู้หญิงคนนั้นชื่อมารี ระวีภัทร์ เธอเป็นสูตินรีแพทย์คนใหม่ของเรา ห้องพักอยู่ชั้นเดียวกันกับฉันนี่แหละ เพราะเธอเพิ่งย้ายมาจึงยังไม่ได้จัดเตรียมห้องส่วนตัวให้ ฉันเลยแบ่งห้องให้เธอห้องหนึ่ง”
เห็นว่าน้องชายกำลังตั้งใจฟัง หญิงสาวจึงพูดต่อ “ปีนี้เธออายุ 33 ปี เป็นสาวสวยคนดังประจำโรงพยาบาลเลยล่ะ” พูดถึงประโยคหลัง สีหน้าของโยษิตาพลันฉายประกายแปลกประหลาด
ไรวินท์เห็นเช่นนั้นก็เกิดความสนใจขึ้นมา “ทำไมเหรอครับ เธอผิดปกติที่ตรงไหน”
โยษิตาชั่งใจสักพัก ก่อนจะตอบตามที่ได้ยินมา “เห็นพยาบาลด้านล่างบอกว่าเธอค่อนข้างจะ...โชคร้าย...แบบช่วงนี้มักจะเกิดอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ให้เจ็บตัวอยู่เสมอ นี่ถ้าเธอไม่ซวยขนาดนั้น ฉันคงจะเอาเธอมาไว้ในรายชื่อนัดบอรด์ให้แกนานแล้ว”
ไรวินท์ร้อง “อ้อ” ก่อนจะเม้มปากเป็นเส้นตรง
เขารู้ว่าทำไมเธอถึงเกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ นั่นก็เพราะด้านหลังของผู้หญิงคนนั้นมีผีเด็กคนหนึ่งตามอยู่น่ะสิ ดูจากออร่าของเด็กนั่น ท่าทางคงมีความแค้นกับเธอพอสมควรเลยด้วย
ไรวินท์ออกจากบ้านมาทำอาชีพเป็นพ่อหมอแล้วอยู่รอดมาถึงวันนี้ได้ แน่นอนว่าเขาย่อมมีความสามารถไม่ธรรมดา ชายหนุ่มมีดวงตาที่มองเห็นสิ่งลี้ลับ มันติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด เขารู้ว่าตัวเองไม่เหมือนใครจึงเลือกเดินทางที่ต่างจากคนในบ้าน
ว่ากันตามจริงเลยนะ ไรวินท์ไม่ได้ตั้งใจทำตัวลอยชายไปวันๆ ทว่าคนที่บ้านต่างหากไม่เชื่อถือเขา นอกจากคุณพ่อที่รักเขาประดุจแก้วตาดวงใจ คนอื่นก็ล้วนแต่เห็นเขาเป็นนักต้มตุ๋นกันทั้งนั้น
มาถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็หยุดคิดอะไรบางอย่างก่อนจะบอกลาพี่สาวแล้ววิ่งตามหลังหญิงสาวคนนั้นออกไป
ตอนนี้ไรวินท์เหมือนจะรู้แล้ว ว่าทำไมคำทำนายของเขาถึงมีลูกก่อนเมีย
โยษิตาห้ามไม่ทัน น้องชายก็วิ่งปรู๊ดจากไปเสียแล้ว เธอจึงทำเพียงถอนหายใจออกมาดังๆ
ช่างเถอะ ถ้าเขาชอบก็ดี อย่างไรเสียประวัติของมารีก็ขาวสะอาด แถมยังเป็นหมออีกด้วย ถือว่าดวงสมพงษ์กับบ้านเธอพอดี
“ฉันจะดีใจมาก ถ้าไอ้หมอนั่นจีบผู้หญิงสักคนแล้วเอาตัวออกห่างจากเรื่องไสยศาตร์สักที”
มาที่แพทย์หญิง มารี ระวีภัทร์ กันบ้าง เธอเพิ่งจะได้พักเที่ยง จึงลงบันไดไปกินข้าวที่โรงอาหารสำหรับบุคลากร
และถ้าหากมีคำถามว่าทำไมเธอจึงเลือกเดินบันไดแทนการลงลิฟต์ นั่นต้องเล่ากันตั้งแต่ต้น
ช่วงนี้เธอซวยหนักมาก เข้าลิฟต์ ลิฟต์ก็ค้าง ขับรถออกจากบ้านก็ชนกำแพง นั่งวินมอเตอร์ไซด์ก็ซิ่งเกินไปเกือบเอาชีวิตสวยๆ เริดๆ ไปทิ้ง สุดท้ายเพื่อที่จะมีชีวิตที่ดีเธอจึงต้องระมัดระวังทุกลมหายใจ มือเล็กจับราวบันไดแล้วค่อยๆ ไต่ลงมาช้าๆ แต่ละขั้นที่เท้าเหยียบลงมา เธอก็ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นตุบๆ อย่างลุ้นระทึก
“ให้ตายสิ ฉันไปทำบาปกรรมอะไรไว้กันนะ ถึงได้ซวยขนาดนี้”
ระหว่างที่บ่นกับตัวเอง การก้าวอย่างระมัดระวังของเธอก็ใกล้ดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุด อีกสองขั้นสุดท้ายก็จะถึงพื้นราบอย่างปลอดภัยแล้ว หญิงสาวจึงคลี่ยิ้มดีอกดีใจพร้อมเป่าปากออกมาเบาๆ
แต่เหมือนจะมีบางสิ่งไม่ชอบเห็นเธอมีความสุข เพราะเส้นชัยที่กำลังจะมาถึงไม่ได้มาด้วยดีเท่าไหร่ เพียงเธอเลือกก้าวเท้าเหยียบขั้นบันได ด้านหลังพลันมีลมเย็นพัดมา พาให้ร่างกายของเธอเสียศูนย์ ตกจากบันไดจนหน้าคว่ำลงกับพื้น
เสียงหัวเข่ากระแทกกระเบื้องดังปึก พยาบาลที่เห็นเหตุการณ์แถวนั้นพากันกรีดร้อง “คุณหมอ!!” กันเป็นทิวแถว
มารีเจ็บจนน้ำตาร่วง กัดฟันข่มความอาย ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ฉับพลันนั้นเองเธอก็พบว่าเบื้องหน้ามีผู้ชายคนหนึ่งยืนรออยู่ตั้งนานแล้ว รูปร่างของเขาค่อนข้างสูง กะด้วยสายตาคงถึง 190 เซ็นติเมตร เขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าพอดีตัวแบบสั่งตัดเป็นพิเศษ และถ้าเธอมองไม่ผิด แบรนด์ที่ติดอยู่หลังคอเสื้อนั้นเป็นแบนรด์หรู ตัวหนึ่งราคาหมื่นอัป
ใบหน้าของเขาขาวใสมาก คิ้วคมกริบดำขลับเรียงตัวสวยเกือบถึงขมับ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักตรงขอบอมสีน้ำตาลหน่อยๆ อาจจะเป็นเพราะสูบบุหรี่จัด ส่วนดวงตานั้น บอกไม่ได้เพราะมีแว่นดำปิดไปกว่าครึ่ง กระนั้นแค่เห็นไม่เต็มหน้า อีกฝ่ายก็ยังงามตระการตาสุดๆ
เขากำลังมองเธออยู่ ด้วยมุมมองสูงลงต่ำทำให้มารีเกิดอาการประหม่า
“คะ...คุณ”
ชายหนุ่มไม่ได้มีปฏิกิริยากับคำเรียกขานของหญิงสาว เพียงเชิดหน้ามองไปด้านหลังของเธอราวกับมองเห็นอะไรบางอย่างตรงนั้น
มารีขนลุกซู่ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากถามอีกฝ่ายก็ยื่นนามบัตรให้กับเธอ
หญิงสาวรับมางงๆ ขณะอ่าน
พ่อหมอไร โทร 081 xxx xxx รับปรึกษาเรื่องเหนือธรรมชาติ
มารีอ้าปากเหวอ
นักต้มตุ๋นจากไหนกันละเนี่ย