ยื้อเวลา

1302 คำ
ภัทรวิตายังคงทำหน้าที่ของเธอเช่นเคยทุกเช้าเธอตื่นแต่เช้ามาเตรียมอาหารให้คนที่เธอรัก ขณะที่กำลังทำจู่ๆหัวของเธอก็หนักอึ้งขึ้นมาทำให้ร่างบางเซจนเกือบล้มแต่ยังคงฝืนทำอาหารต่อไป "เธอทำฉันเกือบสาย" ปณัฐพูดออกมาเค้ารอกล่องข้าวจากเธอตั้งนานกว่าเธอจะนำออกมาให้ "ขอโทษค่ะ นี่ค่ะ ตั้งใจเรียนนะคะ^^" ร่างบางยังคงยิ้มรับ พร้อมยื่นกล่องข้าวให้กับเค้า "รู้แล้วหน่า คนที่ไม่ตั้งใจเรียนคือเธอนั้นแหละ" ชายหนุ่มพูดออกมาเค้าอาจจะให้เธอกลับไปเรียน "ค่ะๆฟังจนเบื่อแล้ว วันนี้เป็นเมนูข้าวหน้าเนื้อนะคะ" ร่างบางบอกกับเค้าแล้วเปิดประตูรถให้เค้าขึ้นไปนั่ง เธอยืนโบกมือบายๆจนแทบจะมองไม่เห็นรถ "โอ๊ยยย เป็นอะไรเนี่ย" ร่างบางทรุดตัวนั่งกุมศรีษะเอาไว้จู่ๆวันนี้เธอก็ปวดหัวมากกว่าทุกวัน "ขอเวลาอีกหน่อยได้มั้ย" เธอพูดกับตัวเองภาวนาขอให้สวรรค์เห็นใจยืดเวลาให้เธออีกสักหน่อยเถอะ "ลูกพรีม" เสียงคมเข้มของผู้เป็นพ่อเรียกลูกสาวคนเดียวที่เดินเข้ามาในบ้าน "ลูกอยากเรียนต่อไหม" ผู้เป็นพ่อถามลูกสาว ถ้าหากลูกอยากทำอะไรเค้าจะให้ทุกอย่างเพราะรู้แล้วว่าอาการของลูกนั้นไม่ได้ดีขึ้นเลยแถมแย่ลงด้วยซ้ำ "ไม่ค่ะ^^ หนูเคยบอกไปแล้วไงคะ คุณพ่อรีบทำงานได้แล้วค่ะ เดี๋ยวจะสายนะ" ร่างบางยิ้มร่าเริงก่อนดันร่างใหญ่ของผู้เป็นพ่อไปที่รถ เธอไม่ยอมเรียนต่อเพราะเธอรู้ว่ายังไงเธอก็เรียนไม่จบยังไงเธอก็ต้องตายก่อนอยู่ดี เธอจึงเลือกเรียนจบแค่ม.6 เธอไม่อยากให้พ่อและแม่เหนื่อยเพราะเธออีกแล้ว ร่างบางขึ้นมาบนห้องก่อนจะหยิบไดอารี่เล่มโปรดของเธอขึ้นมาเขียนเธอจะเขียนทุกอย่างเอาไว้เสมอ "เพื่อนที่ดีที่สุด" ร่างบางพูดออกมาก่อนจะพรมจูบไปที่สมุดไดอารี่ของตัวเอง "พี่เปรมจะเสียใจไหมถ้าพรีมไม่อยู่แล้ว" เธอนั่งคุยกับตุ๊กตาที่เค้าเคยซื้อให้ตอนวันเกิดเธอเมื่อตอนอายุ 13 ปี เธอดูแลมันอย่างดีทุกคืนเธอจะต้องนอนกอดเจ้าตุ๊กตาตัวนี้เอาไว้ "พี่เย็นชากับพรีมจนบางครั้งพรีมก็อยากถอยออกมา" เธอยังคงพูดคุยกับตุ๊กตาตัวนั้นอยู่อย่างตัดพ้อ "ตอนก่อนพี่อบอุ่นกว่านี้มากเลยนะรู้ไหม แต่ช่างมันเถอะเนอะยังไงพรีมก็รักพี่" พูดจบก็ก้มลงไปจูบตุ๊กตาแสนรัก เธอรักเค้าเค้ารู้ดีแต่เค้ารักเธอบ้างมั้ยไม่มีใครรู้อาจจะไม่เคยเห็นเธออยู่ในสายตาเลยก็ได้ "ฮึก อยากอยู่ให้นานกว่านี้ ฮือออ" เธอกอดตุ๊กตาก่อนจะร้องไห้ออกมา เธออยากอยู่ถึงวันที่เค้าเรียนจบแต่คงไม่มีทางได้เห็นเวลาของเธอใกล้มาถึงแล้ว ถ้าเธอเลือกผ่าตัดแล้วความจำทั้งหมดของเธอหายไปเธอเลือกที่ตายไปพร้อมความทรงจำดีๆเสียดีกว่า เธอไม่อยากลืมคนที่รักทุกคนเธออยากเก็บช่วงเวลาดีๆทั้งหมดนี้เอาไว้ ร่างบางเผลอหลับจนเกือบเย็นเธอจึงตื่นและรีบล้างหน้าล้างตาเพื่อเตรียมอาหารเย็นให้คนที่เธอรักทุกคน พ่อของเธอทำงานกระทรวงคมนาคม ส่วนแม่ของเธอเป็นครูสอนเด็กประถมที่โรงเรียนใกล้ๆ ส่วนเธอสาวน้อยขี้โรคมีหน้าที่ทำอาหารให้พวกท่านทานมันคือสิ่งเดียวที่เธอสามารถช่วยพ่อและแม่ได้ เวลาผ่านไปร่างกายของภัทรวิตาก็เริ่มแย่ลงทานอะไรลงไปก็อาเจียนออกมาจนหมดเธอทานได้แค่น้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้เท่านั้นทำให้ร่างกายที่เคยสมส่วนเริ่มผอมบาง "ทำอะไรอยู่ลูกทำไมไม่นอนพัก" คนเป็นแม่เห็นลูกสาวเข้าครัวทำอาหารทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่แข็งแรก "ทำข้าวผัดปูค่ะ ของโปรดพี่เปรมวันนี้พี่เปรมมีสอบ ของคุณพ่อคุณแม่ก็ทำแล้วนะคะ" ร่างบางตอบออกมาอย่างยิ้มๆเธอจดจำรายละเอียดของคนรอบข้างได้เสมอ "โถ่ลูก" คนเป็นแม่พูดออกมาสั้นๆถึงจะห้ามยังไงลูกสาวก็ยังดื้อรั้นที่จะทำอาหาร "ปล่อยลูกเถอะ แกมีความสุขของแก" ผู้เป็นสามีและพ่อบอกกับภรรยาให้ปล่อยลูกสาวได้ทำในสิ่งที่มีความสุขเพราะดูจากสภาพการแล้วลูกสาวของตนเองพร้อมจะไปได้ตลอดเวลา "ข้าวผัดปูค่ะ ตั้งใจสอบนะคะ^^" ร่างบางยื่นกล่องข้าวก่อนจะยิ้มแฉ่งให้ชายที่ตนรัก ปณัฐมองดูหญิงสาวตรงหน้าที่ดูผอมลงอย่างเห็นได้ชัดจนเค้าสงสัย "กินข้าวบ้างเธอน่ะ ผอมจะเห็นกระดูกแล้ว" ปณัฐพูดออกมาทำให้ร่างบางยิ้มรับ เธอดีใจนะที่เค้ายังเป็นห่วงเธอ "ค่ะ ไปสอบได้แล้วค่ะ บายๆ" ร่างบางตอบรับก่อนจะบอกให้เค้ารีบไปก่อนที่จะสาย "พรีมทานอะไรไม่ได้เลยต่างหาก เฮ้ออออ ขอเวลาอีกหน่อยเถอะนะ" ร่างบางพูดกับตัวเองสายตาวิงวอนมองไปบนฟ้าขอร้องให้สวรรค์เห็นใจต่อเวลาให้เธออีกสักนิด "พรุ่งนี้หมอนัดนะลูก" เมื่อเดินเข้ามาในบ้านเสียงของคนเป็นแม่ก็พูดขึ้นมา "ค่ะทราบแล้วค่ะ^^" ร่างบางตอบก่อนจะเดินขึ้นห้องไป เธอไม่อยากไปหาหมอแล้วหาไปก็ไม่มีประโยชน์ยาที่หมอให้เธอกินมาตลอดมันไม่ได้ส่งผลต่อร่างกายเธอแล้วเธอกลายเป็นคนดื้อยาเพราะต้องทานยาติดต่อกันมานาน [โรงพยาบาล] ภัทรวิตาพร้อมกับคุณแม่นั่งอยู่ในห้องตรวจที่เธอมาประจำทุกสัปดาห์ "หมอคงไม่ต้องให้ยาแล้วนะ" คุณหมอพูดออกมาอย่างปลงๆเพราะอาการของเธอเห็นแน่ชัดแล้วว่าพร้อมจะจากไปทุกเมื่อ "ทำไมล่ะคะหมอลูกพรีมก็ไม่ดีขึ้นสิค่ะ" คนเป็นแม่ที่อยากยื้อชีวิตลูกสาวเอาไว้นานๆเอ่ยถามหมออย่างสงสัย "ร่างกายของหนูพรีมต่อต้านยาที่ทานแล้วครับ เรียกง่ายๆคือดื้อยา ต่อให้ทานยาไปอาการก็ไม่ดีขึ้น รอเพียงเวลาเท่านั้นครับ จากที่เห็นคือก้อนเนื้อที่อยู่ในหัวมันใหญ่จนปิดทับสารอาหารที่เข้าไปเลี้ยงสมองแล้วครับ" คุณหมอพูดออกมาน้ำเสียงเศร้าเพราะตนรักษาหญิงสาวตรงหน้ามาตั้งแต่เมื่อ 4ปีที่แล้ว โรคที่เธอเป็นยังไม่ได้ถูกวิจัยอย่างแพร่หลายไม่ได้มีตัวยาที่ดีกว่านี้ที่ทำให้หายขาดได้นอกจากผ่าตัด "ฮือออออ ทำไม" คนเป็นแม่ร้องไห้ออกมาปานใจจะขาดเมื่อรู้ว่าจะต้องเสียลูกสาวสุดที่รักไปในเร็ววัน "ไม่ร้องสิค่ะคุณแม่หนูยังอยู่นะคะ" ร่างบางกอดคนเป็นแม่เอาไว้ให้รู้ว่าเธอยังอยู่ตรงนี้ยังไม่ได้จากไปไหน วันแล้ววันเล่าร่างกายเธอก็ซูบผอมจนเริ่มเห็นซี่โครงแล้วภัทรวิตาพยายามหลบหน้าปณัฐโดยการที่จะรีบตื่นแต่เช้าทำอาหารง่ายๆและไปวางไว้ที่หน้ากระโปรงรถของเค้า เธอไม่อยากให้เค้าเห็นสภาพที่ย่ำแย่ของเธอตอนนี้
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม