หญิงสาวผอมบางยืนทำอาหารเมนูง่ายๆเพื่อเตรียมไปวางไว้ให้ชายหนุ่ม เธอตื่นเร็วกว่าที่เคยทำร่างบางยืนมองซ้ายมองขวาก่อนจะวางกล่องข้าวพร้อมกระดาษโน๊ตเอาไว้ให้เค้า เมื่อวางเสร็จก็รีบกลับเข้ามาในบ้านเพื่อดูเค้าขับรถไปเรียน
"แล้วเจ้าตัวไปไหนเนี่ย" ปณัฐสงสัยว่าสองสามวันมานี้เค้าไม่เจอไม่ได้ยินเสียงของภัทรวิตาเลยจะมีก็เพียงแค่กล่องข้าวพร้อมกระดาษโน๊ตที่มีข้อความสั้นว่า 'ตั้งใจเรียนนะคะ' ว่าไว้ที่กระโปรงรถของเค้า ปณัฐมองเข้ามาในบ้านของเธอหญิงสาวรีบก้มหลบทันทีเธอทำเป็นว่าไม่มีใครอยู่บ้านเพื่อไม่ให้เค้าสงสัย
"ตั้งใจเรียนนะคะ บายๆ" ร่างบางพูดออกมาเบาๆเมื่อรถของเค้าผ่านหน้าบ้านเธอไป
"ทำไมแขนขาเริ่มไม่มีแรงนะ" ภัทรวิตาบ่นออกมาเมื่อแขนขาของเธอเริ่มอ่อนแรงและเริ่มไม่มีความรู้สึก อาจเป็นเพราะสารอาหารที่ไปไม่ถึงสมองของเธอทำให้ร่างกายของเธออ่อนแรงจนขึ้นขั้นไม่สามารถขยับตัวได้
เมื่อเวลาที่รอมาถึงอาการของเธอทรุดหนักจนไม่สามารถลุกขึ้นเดินได้แล้วเธอจึงไม่ได้ทำอาหารให้คนที่รักได้ทานทำได้แค่เพียงนอนอยู่บนเตียง
"ข้าวต้มปลาทานหน่อยนะลูก" คนเป็นแม่ที่ลางานเพื่อดูอาการของลูกสาวที่แย่ลง
"หนูทานอะไรไม่ได้เลย^^" ใบหน้าซีดเซียวตัวผอมบางแต่ยังคงยิ้มตอบกลับผู้เป็นแม่
"สักนิดนะลูก ฮึก" คนเป็นแม่พยายามจะไม่ร้องไห้แต่พอได้เห็นสภาพของลูกสาวเธอก็ทนไม่ได้ลูกของเธอต้องทรมานมากขนาดไหน
"ขอบคุณนะคะ ขอบคุณทุกอย่างเลย หนูรักคุณแม่มากนะคะ" ร่างบางพูดออกมาก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้พูด
"แม่ก็รักหนูนะ รักมากจ๊ะ ฮึก" คนเป็นแม่ลูบศรีษะลูกสาวเบาๆอย่างอ่อนโยน
"แม่ว่าหนูควรบอกให้พี่เปรมเค้ารู้ได้แล้วนะลูก" คนเป็นแม่พูดออกมาอย่างน้อยให้คนที่ลูกรักได้รับรู้สักนิดก็ยังดี
"ไม่ดีกว่าค่ะ ไม่รู้ดีแล้ว" ร่างบางพูดออกมาก่อนจะมองไปที่หน้าต่างอย่างเลื่อยลอย
ชายหนุ่มที่ยืนรออาหารเช้าของร่างบางอยู่นานจนจะไปเรียนไม่ทันเธอก็ยังไม่มาเค้าจึงตัดสินใจขับรถออกไป นึกสงสัยว่าเธอหายไปไหนเค้าไม่ได้เห็นหน้าเธอมาเป็นอาทิตย์แล้วนะ แถมวันนี้ยังไม่เอาข้าวมาให้เค้าอีก จะว่าเธอไม่อยู่คงไม่ใช่เพราะรถของพ่อเธอก็ยังจอดอยู่ เมื่อผ่านไปอีกวันเค้าก็ยังคอยอาหารเช้าจากเธออยู่แต่ก็เป็นเช่นเคยเธอก็ไม่มาโชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุดเค้าจึงตัดสินใจเดินไปที่บ้านของเธอ
"คุณน้าสวัสดีครับ" ชายหนุ่มยกมือไหว้ทักทายพ่อและแม่ของเธอที่นั่งหน้าเครียดกันอยู่
"ตาเปรมมีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ" ผู้เป็นแม่ถามชายที่ลูกสาวรักอย่างสงสัยร้อยวันพันปีชายหนุ่มไม่เคยมาที่บ้านของตน
"พรีมไปไหนหรอครับผมไม่เห็นมาหลายวันแล้ว" ชายหนุ่มถามออกไป แต่คำถามของเค้าทำให้คนเป็นแม่ไม่รู้จะตอบยังไงเพราะลูกสาวขอไม่ให้บอกเค้า
"บอกไปเถอะคุณถึงเวลาแล้ว" ผู้เป็นพ่อพูดขึ้นมา ปณัฐสงสัยว่าครอบครัวนี้มีอะไรปิดบังเค้าไว้อย่างนั้นหรือ
"พรีมไม่ได้ไปไหนหรอกลูกอยู่บนห้อง แต่พรีม....." คนเป็นแม่ตัดสินใจเล่าทั้งหมดให้ชายหนุ่มฟัง เรื่องทั้งหมดที่ถูกปิดมาตลอด 4 ปีได้ถูกพูดออกไป ปณัฐได้ยินแทบล้มทั้งยืนเค้าไม่คิดว่าเธอจะปิดบังเรื่องที่สำคัญแบบนี้