bc

เรื่องเล่าสาวดอกไม้

book_age18+
119
ติดตาม
1K
อ่าน
จบสุข
เบาสมอง
ใจถึง
ออฟฟิศ/ที่ทำงาน
like
intro-logo
คำนิยม

ดอกเหมย...ดอกไม้อันงดงามนี้ช่างมีเสน่ห์ที่แสนรัญจวนใจและน่าพิศวงเช่นเดียวกับสาวงามที่ภายนอกดูบอบบางไร้พิษสงแอบแฝงแต่ ‘เหม่ยจวี๋’ เธอมีอำนาจบางอย่างที่ซ่อนอยู่ แม้แต่ตัวของเธอเองก็ยังประหลาดใจกับเรื่องนี้

เนื้อหานิยายเรท 18+ มีการกล่าวถึงเรื่องลี้ลับ วิญญาณ ความเชื่อและลัทธิต่างๆ เยาวชนควรได้รับคำแนะนำ

นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องสมมุติที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น กรุณาอ่านเพื่อความบันเทิง

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
เหม่ยจวี๋
ภายในห้องเช่าราคาถูกหลังมหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่ง บรรยากาศอึมครึมไรแสงสว่างจากเสาไฟฟ้าข้างถนนรอดผ่านได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ณ เวลาโดยประมาณเที่ยงคืนกว่าหญิงสาวตัวบางร่างเล็กกว่ามาตรฐานกำลังคู้ตัวนอนหดแขนหดขาอยู่ใต้ผ้าห่มน่วม เธอรู้สึกไม่สบายเนื้อตัวนัก ความอึดอัดเหมือนมีของหนักกดทับปลุกเธอจากห้วงนิทรา ดวงตาเรียวแหลมค่อยๆ เปิดขึ้นเล็กน้อยช้าๆ เพื่อมองดูรอบๆ ทันใดนั้นเองเจ้าของห้องเช่านั้นเห็นหญิงชราสวมชุดสีขาวมอซอผมเผ้ารุงรัง นั่งหันหลังอยู่ข้างๆ ตัวของเธอซึ่งหญิงสาวมั่นใจว่าไม่ใช่ญาติหรือคนรู้จักอย่างแน่นอน “ป้า!...เข้ามาในห้องฉันทำไม” “หึ! หึ! หึ!” คนถูกถามตอบกลับมาเป็นเพียงเสียงหัวเราะอันแหบแห้งและเย็นยะเยือกราวกับลมในฤดูหนาวแล้วก็ยังคงนั่งนิ่งหันหลังให้เด็กสาวอยู่อย่างนั้น “อย่ามากวนฉันนะถ้าไม่อยากโดนดี” คนอ่อนกว่าไม่สน เธอเหยียดกายคลายเมื่อยแล้วตวัดผ้าห่มคลุมตัวอีกครั้งและตะแคงตัวหันหนี พยายามไม่สนใจว่าหญิงชราชุดขาวผมยาวรุงรังนางนั้นต้องการอะไรแล้วข่มตานอน พรุ่งนี้ เธอมีกิจธุระต้องตื่นแต่เช้าและอาจจะเจอสิ่งที่ไม่คาดสิ่งอีกมาก การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยและอีกไม่นาน ‘เหม่ยจวี๋’ จะก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว “วี๊ดดด....” “โอ๊ยป้า!” “วี๊ดดดด” “รำคาญ” กรี๊ดดดด “อยากลองดีกับกูนักใช่มั้ยอีแก่ ได้เลย!!!” Peep Peep Peep ‘เหม่ยจวี๋’ ตื่นขึ้นในเช้าวันถัดมาภายในห้องเช่าเล็กๆ หลังเดิม ครั้งแรกที่ออกจากสถานสงเคราะห์บ้านเด็กกำพร้าและได้มาใช้ชีวิตตามลำพังข้างนอก วันนี้เป็นวันกิจกรรมรับน้องที่ทางมหาวิทยาลัยจัดขึ้น โดยปกติพื้นฐานนิสัยของเหม่ยจวี๋เธอไม่เคยสนหรือใส่ใจกับเรื่องต่างๆ รอบตัวอยู่แล้วแต่จากประสบการณ์ในช่วงที่ตนมาเรียนปรับพื้นฐานเมื่อเดือนที่แล้ว การแบ่งแยกตัวเองออกจากสังคมไม่ใช่เรื่องดีเอาเสียเลยทั้งที่ตนก็เพิ่งออกมาเรียนรู้เผชิญโลกภายนอก การปรับตัวให้เข้ากับสิ่งรอบตัวเป็นเรื่องแปลกใหม่ที่เหม่ยจวี๋ต้องทำให้ได้ เมื่อหญิงสาวหน้านิ่งเดินทางมาถึง ณ ลานกิจกรรมของมหาวิทยาลัย รุ่นพี่ตามคณะต่างๆ กำลังจัดซุ้มต้อนรับน้องปีหนึ่งกันอย่างครึกครื้น สถาบันการศึกษาอันทรงเกียรติ เก่าแก่และมีประวัติมาอย่างยาวนานเต็มไปด้วยความทรงจำมากมาย เหม่ยจวี๋กวาดตามองบรรดานักศึกษาเสื้อขาวจำนวนมากที่ต่างก็ทำกิจกรรมของตัวเองกันอยู่เพื่อหวังจะเจอเพื่อนร่วมคณะแต่สายตาของเธอก็ดันสะดุดเข้ากลุ่มควันจางๆ ที่โต๊ะม้านั่งถัดไปใกล้ๆ จากกลุ่มควันสีอ่อนมันค่อยๆ ก่อตัวและเริ่มเห็นเป็นโครงสร้างของชายวัยกลางคน คนหนึ่ง เสื้อผ้าขาดเก่ามอมแมม ผมสีดอกอ้อกลางกบาลแลดูบางเป็นหย่อมๆ เจ้าของใบหน้าม่วงจนดำคล้ำผิดธรรมชาติและทันใดนั้นเองทั้งคู่สบสายตากันโดยบังเอิญอย่างมิได้นัดหมาย มันรู้ว่าเธอมองเห็นเขา เหม่ยจวี๋เองก็หาได้กลัวเกรงกับสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็น เธอจึงจ้องมองเขม็งเข้าไปในดวงตากลมลึกจนเกือบโบ๋ ‘อย่ามายุ่งกับฉัน’ การสื่อสารโดยไม่ขยับปาก เหม่ยจวี๋ส่งกระแสจิตไปยังกลุ่มก้อนพลังงานนั้นในเชิญออกคำสั่ง ‘ช่วยลุงด้วย’ ลุงแก่ผมสีดอกอ้อนั้นพานักศึกษาสาวผู้มีฌานวิเศษกลับไปดูช่วงสุดท้ายในชีวิตของตน ในอดีตที่ไม่สามารถระบุปีพ.ศ.ได้เขาเคยเป็นภารโรงและเสียชีวิตจากเด็กนักศึกษา (เวร) ในตอนนั้น ณ วันเกิดเหตุ ลุงแกกำลังยืนกวาดใบไม้อยู่หน้าลานกิจกรรมแห่งนี้ตามกิจวัตรและพบเข้ากับเงินจำนวนหนึ่งที่มากพอให้แกอยากยึดเงินนี้ไว้ มันมีค่ามากกว่าเงินเดือนภารโรงหลายสิบเดือนรวมกันนักแต่เมื่อสติยั้งคิดของคนหาเช้ากินค่ำชักหน้าไม่ถึงหลัง เงินนี้น่าจะเป็นของนักศึกษาคนใดคนหนึ่งเตรียมมาเพื่อจ่ายค่าเล่าเรียน มันมีคุณค่ามากกว่าที่แกจะเห็นแก่ตัวยึดไว้ซะเอง ฉะนั้นจึงคิดว่าจะนำเงินนี้ไปประกาศหาเจ้าของ “เฮ้ยลุง! เอาเงินมาจากไหนวะ” นักศึกษาหัวโจกเห็นภารโรงถือเงินก้อนโตจึงออกอุบายล่อลวงโดยวิธีต่างๆ แต่ไม่สำเร็จ พวกมันลากลุงภารโรงขึ้นไปบนอาคารที่ ณ ตอนนั้นอาจารย์หรือนักศึกษาคนอื่นๆ หลงเหลืออยู่อีกแล้ว “อย่าทำแบบนี้เลยพ่อหนุ่ม” “งั้นก็เอาเงินนี้มาแล้วก็หุบปากซะ” “อย่าทำแบบนี้เลย” ผลัวะ! วัยรุ่นขึ้นชื่อว่ากำลังอยู่ในคึกคะนอง เลือดร้อนและใช้อารมณ์มากกว่าสติสัมปชัญญะอย่างสุดโต่ง แล้วถ้าหากมีพวกมีพ้องเป็นตัวยุยงด้วยแล้วก็ยิ่งเหมือนแรงเสริมให้ทำอะไรไปโดยไม่คิดไตร่ตรองถึงผลได้ผลเสียที่จะตามมาต่อจากนั้น เหล่าบรรดานักเลงในคราบนักศึกษารุมสกรัมคนแก่ไร้ทางต่อกรเสียจนน่วมเพื่อเงินก้อนนั้น “ลุงกลัวแล้วปล่อยลุงไปเถอะนะ” “ถ้าปล่อยแล้วลุงจะสงบปากสงบคำทำไม่รู้ไม่ชี้หรือเปล่าฮึ” “ลุง...” “ไอ้แก่เอ๊ย! งั้นคืนนี้มึงจะนอนในห้องนี้แหละ” ปัง! ฮาๆๆๆ เสียงเฮเสียงฮาคึกคักและเสียงฝ่าเท้าของบรรดาเด็กนักศึกษากำลังเดินห่างออกไปไกลเรื่อยๆ คนแก่ร่างกายบอบช้ำพยายามคลานมาที่ประตูทั้งเขย่าสุดแรงและตะโกนสุดเสียงเพื่อร้องขอให้ใครสักคนช่วยเหลือแต่ในเวลาพลบค่ำแบบนี้ เสียงร้องโหยหวนลอยไปกับลมจนกระทั่งเงียบลงไปเองในคืนอันมืดมิด เช้าวันต่อมาเหล่านักเรียนนักเลงรีบขึ้นอาคารเรียนมาเพื่อปล่อยลุงภารโรงแต่!...ก็ไม่ทันการณ์ซะแล้ว คนแก่เป็นโรคหอบเรื้อรังขาดใจตายอย่างอนาถและเดียวดายภายในห้องนั้น คนผิดกลัวความผิดจึงคิดอำพรางศพโดยการนำร่างไร้วิญญาณไปโยนทิ้งที่บ่อขุดหลังมหาวิทยาลัย และเพื่อรักษาภาพลักษณ์อันดีงามของสถานศึกษาให้ทรงเกียรติต่อไป ผู้มีอำนาจจึงลงความเห็นว่าลูกจ้างชั่วคราวนายนั้นช่างโชคร้ายนัก ประสบอุบัติเหตุจมน้ำตายขณะปฏิบัติหน้าที่ภารโรง

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

นางสาวอินทุอรณ์

read
12.2K
bc

ไฟรักซาตาน

read
53.9K
bc

ซาตานร้ายเดิมพันรัก

read
11.1K
bc

อ้อนรักพ่อผัว

read
7.0K
bc

สอนรัก ลูกสาวท่านประธาน

read
1.4K
bc

ปราบพยศรักยัยรุ่นพี่

read
1.2K
bc

วิวาห์(ไม่)ไร้รัก

read
9.4K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook