บทที 1 ชีวิตปกติ
หลังจากไปโรงเรียนวันสุดท้าย เมลดารีบกลับมาที่บ้าน ไม่ได้ไปร่วมฉลองกับเพื่อนคนอื่นๆ ต่อที่ร้านไอศกรีม แต่รีบกลับมาช่วยยายขายข้าวแกง
“ห้าสิบบาทจ้า” เมื่อเดินมาถึงรถเข็นของยายซึ่งตั้งอยู่หน้าชุมชน สาวน้อยก็เห็นท่านทอนเงินให้สาวสวยคนหนึ่ง จนเมื่อหล่อนเดินจากไป เมลดาก็กระซิบถาม
“ใครอะยาย สวยจัง” ถามเพราะเห็นหล่อนเดินเข้าไปในชุมชน
ผิวของหล่อนขาวผ่องสว่างจ้า หน้าตาก็ดีมาก ถ้าบอกว่าเป็นดารา เธอก็เชื่อ หล่อนสวมสายเดี่ยว กางเกงยีนขาสั้น และรองเท้าแตะ มีความเป็นไปได้สูงว่าจะอาศัยอยู่ละแวกนี้
“เหมียว ลูกสาวยายติ๋มที่ขายของชำข้างใน ได้ยินว่าเป็นพริตตีหรือว่าเด็กเสี่ยด้วยนะ” บอกแป๊บเดียวยายก็หรี่ตามองเธอ “อย่าคิดไปทำแบบนั้นล่ะ ไม่งั้นฉันตีแกตายเลย”
“ยายดูสภาพขิงก่อน มอมแมมขนาดนี้จะสวยขนาดนั้นได้ยังไง” เมลดาขำ
“แต่งดีๆ ก็สวยอยู่ ว่าแต่เกรดเป็นยังไงบ้าง” เพราะยายกับตาไม่ได้เรียนมาสูง ท่านจึงหวังให้เธอมีการศึกษา
“แน่นอนว่าต้องไม่ต่ำกว่าสามจุดห้าสิยาย” เธอโชว์ผลการเรียนให้ยายดู
“อืม ก็ดี” ยายรับรู้แต่ไม่ชมให้เธอเหลิง ทว่าดูจากแววตาก็รู้ว่ายายภูมิใจ “ว่าแต่แกจะไม่เข้ามหา’ ลัยจริงเหรอ ยายส่งได้นะ”
“เรียนที่ไหนก็เหมือนกัน แต่เรียนที่นี่ค่าเทอมไม่แพง ได้ทำงานด้วย จะได้แบ่งเบาภาระตากับยาย” ถึงกระนั้นก่อนหน้านี้เธอก็ยังไปสอบตามรายวิชาที่ใช้ยื่นสำหรับจะเข้ามหาวิทยาลัยปิด ซึ่งเสียค่าสอบไปไม่ใช่น้อย
“เอาเถอะ เรียนที่ไหนก็ตามใจ ขอแค่ให้จบก็พอ ยายอยากเห็นแกใส่ชุดครุย”
“แน่นอนสิ ขิงจะรีบเรียนให้จบ จะพาตากับยายไปถ่ายรูปด้วยกัน” เธอกอดร่างอวบและเหี่ยวเล็กน้อยของคนสูงวัย ก่อนยายจะไล่เธอให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่อยมาช่วยยายขาย
หลังจากเดินเข้าตรอกมาประมาณสามเมตรก็มาถึงบ้านเช่าเล็กๆ ซึ่งเป็นบ้านไม้ มีพื้นที่หน้าบ้านแค่นิดหน่อย แต่ส่วนมากจะค่อนข้างรกและสกปรก เพราะเป็นพื้นที่คัดแยกของเก่าของตา ซึ่งเธออยู่ที่นี่มาตั้งแต่อายุเจ็ดแปดขวบ
“ถ้าตาทำไม่ไหวก็ไม่ต้องทำแล้วนะ เดี๋ยวขิงจะช่วยทำงานหาเงินมาให้ตากับยายเอง ขิงเรียนจบแล้ว ทำงานได้เต็มที่ละ”
“ถ้าแม่แกคิดแบบแกบ้างก็คงดี…ตั้งแต่มีลูกมีผัวใหม่ก็ไม่ส่งเงินมาเลย ถ้าไม่โทร.ไปหาก็นึกว่ามันตายไปแล้ว” ตอนนี้ตากำลังนั่งคลายร้อนอยู่หน้าพัดลม
“ไม่เป็นไรนะ ตากับยายมีขิงแล้ว ไม่ต้องสนใจคนอื่นหรอก ขิงจะหาเงินมาให้ตากับยายเอง” เธอเข้าไปกอดตา
“เฮ้อ เพราะแกเป็นแบบนี้ละนะ ตากับยายถึงมองแกเป็นเด็กตลอด ถ้าจะคบใครก็คบไปเถอะ แต่เลือกให้มันดีๆ อย่าให้พลาดเหมือนแม่แก”
“โห ขิงไม่เป็นแบบนั้นหรอก” ใช่ว่าไม่มีคนมาจีบ เคยมีเพื่อนร่วมชั้น รุ่นพี่ มาวนเวียนมาพูดคุยบ้าง แต่เธอไม่สนใจ เพราะคิดว่ายังไม่ถึงวัยที่จะรักหรือชอบใคร และที่สำคัญเธอไม่อยากเดินซ้ำรอยแม่ “แล้วนี่ตากินอะไรมาหรือยัง ถ้ายังเดี๋ยวขิงยกมาให้ มีผัดผักที่ยายทำไว้เมื่อเช้าอยู่”
“กินแล้ว กินข้าวเหนียวหมูปิ้ง ไม้ห้าบาท กินไปสองไม้…” บอกแล้วก็บ่นต่อ “ได้น้อยจริงๆ ของเดี๋ยวนี้อะไรก็แพง”
“จริง ขนาดซื้อมาทำกินเองยังแพงเลย” ยิ่งราคาข้าวของแพงขึ้น รายจ่ายก็ยิ่งมากขึ้นจนจะมากกว่ารายรับ นึกถึงตอนไปโรงเรียน เธอต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่น้อย ค่ากิจกรรมบางอย่างเช่นงานกีฬาสีที่ใช้งบเยอะแยะ “ตา ขิงไปช่วยยายขายของก่อนนะ เดี๋ยวกลับมา”
เมลดาช่วยยายขายอาหารจนถึงช่วงบ่าย ยายของเธอมีรสมือดี ทำอาหารอร่อย จึงสามารถทำอาหารขายเพื่อเลี้ยงชีพได้ ทว่าใช่จะได้กำไรมาก เพราะในย่านนี้ไม่สามารถขายแพงได้ ทั้งยายก็ไม่ชอบตักอาหารให้ใครน้อย เนื่องจากอยากให้คนซื้ออิ่มท้อง
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เธอก็จัดการทำความสะอาดรถเข็น ล้างหม้อ ขณะที่ตากับยายมานั่งดูทีวีเพื่อพักผ่อน แต่ก็ยังไม่วายสรรหางานการมาทำกันไปด้วย
“เออ พรุ่งนี้ขิงจะไปทำงานร้านที่พี่นุ่นฝากสมัครให้แล้วนะ เขาบอกว่าเริ่มงานได้เลย” เมลดามานั่งข้างๆ พวกท่าน เธออ่านนิตยสารวัยรุ่นที่มีแจกหน้าโรงเรียน