“ของขวัญที่น้ำรินอยากได้คือเบบี๋ตัวน้อยๆ คะปะป๊า ยายชมบอกว่าถ้าน้ำรินมีเบบี๋น้ำรินจะไม่เหงา ปะป๊าให้เบบี๋น้ำรินหน่อยได้ไหมคะ?”สิ้นคำพูดของเด็กหญิงตัวน้อย ใบหน้าของรรกรรณาก็ไปไม่เป็นทันที เธอไม่รู้ว่าคำว่าเบบี๋สำหรับลูกสาวเข้าใจว่าอะไรถึงได้พูดแบบนี้ออกมา แต่คนที่ดูชอบใจมากที่สุดก็คงไม่พ้นชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาที่หลังจากได้ยินคำพูดลูกสาวตัวน้อยก็เงยหน้ามามองเธออย่างไม่ลดละ
แววตาคมเข้มเผยความเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างชัดเจน โดยไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอัคคีคิดอะไรอยู่ รอยยิ้มมุมปากของชายหนุ่มเผยออกมาเมื่อเห็นสายตาดุๆ ของรรรรณาส่งมาให้กับเขา คำพูดของลูกสาวได้ใจเขาจริงๆ
“น้องรินอยากได้เบบี๋จริงๆ ใช่ไหมครับลูก?”รรรรณาจะพูดแทรกขึ้นมาเสียงเจี้ยวจ้าวของบุตรสาวก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
“จริงๆ ค่า น้ำรินอยากมีเพื่อน ยายชมบอกว่าน้ำรินมีเบบี๋จะมีเพื่อนเล่นไม่ต้องเล่นคนเดียว นะคะปะป๊าให้เบบี๋น้ำรินหน่อย”
“งั้น น้ำรินต้องไปอ้อนมามี๊แล้ว บอกมามี๊เลยครับว่าอยากได้เบบี๋”
“นี่คุณยังจะมาพูดเล่นอีกนะคะ”รรรรณาทนไม่ไหวจึงเอ่ยดุชายหนุ่มออกมาทันที
“ใครพูดเล่นกันเนอะน้ำรินอยากมีจริงๆ ไม่เชื่อถามลูกเลยฟ้า”เด็กน้อยมองคนเป็นพ่อสลับกับคนเป็นแม่ ก่อนที่เด็กน้อยจะลงจากตักอัคคีไปหารรรรณาแทน ใบหน้าเล็กแนบซบลงตักของมารดาตามแบบฉบับที่เด็กตัวน้อยมักจะทำเวลาอ้อนเอาอะไรสักอย่าง
“น้ำรินจะเอาเบบี๋ค่ะมามี๊”
“น้ำรินขา เบบี๋ไม่ได้มีง่ายๆ นะคะอีกอย่างมามี๊ไม่อยากมีแล้ว”คำพูดของหญิงสาวไม่ได้ทำให้แค่น้ำรินเผยแววตาเศร้าออกมา ชายหนุ่มคนตัวสูงก็เหมือนกัน เขาได้ยินอย่างนั้นก็หุบยิ้มทันที
“ทำไมล่ะครับ?”
“ทำไมคะ มามี๊?”คำถามมาแพ็คคู่ทำให้หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอทันที รรรรณายกมือขึ้นมาลูบใบหน้าของลูกสาวอย่างอ่อนโยน
“น้ำรินขา เบบี๋คือน้องตัวน้อยๆ ที่จะต้องอยู่ในท้องมามี๊เหมือนที่น้ำรินเคยอยู่ แต่ตอนนี้มามี๊ไม่อยากมี น้ำรินต้องเป็นเด็กดีก่อนมามี๊ถึงจะยอม”
“น้ำรินเป็นเด็กดีค่ะ”
“ถ้างั้นเด็กดีต้องเชื่อฟังมามี๊ มาทานข้าวให้หมดก่อนนะคะ”แม่หนูน้อยทำหน้าคิดตามก่อนจะพยักหน้าพร้อมระบายยิ้มออกมา
“โอเคค่ะ น้ำรินจะทานข้าวให้หมดเลย มามี๊จะได้มีเบบี๋ให้น้ำรินเยอะๆ”คำพูดใสซื่อบริสุทธิ์ทำให้รรรรณาอมยิ้มออกมา เธอพยายามเปลี่ยนเรื่องคุย เด็กยังไงก็เป็นเด็กพอหลอกล่อนิดหน่อยก็ลืมเสียแล้ว
หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จนรรรณาก็พาลูกสาวมาอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน ก่อนจะนอนหญิงสาวก็อ่านนิทานให้ลูกสาวฟังเฉกเช่นเหมือนทุกวัน ในคืนนี้บนเตียงกว้างไม่ได้มีแค่เธอกับลูกสาวอีกแล้ว ยังมีชายหนุ่มร่างสูงที่นอนตบก้นให้น้ำรินไปมาอยู่ด้วย
“น้ำรินมีความสุขมากๆ เลยค่ะวันนี้ปะป๊านอนกับน้ำรินด้วย”คำพูดของเด็กหญิงตัวน้อยทำให้อัคคีอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมาอย่างไม่อาจปิดกลั้นไว้ได้ เขาเองก็มีความสุขเหมือนกันที่ในชีวิตของเขามีลูกสาวอย่างน้ำริน
“ปะป๊าก็มีความสุขครับ น้ำรินนอนได้แล้วนะคนเก่งของปะป๊า”เด็กหญิงพยักหน้าก่อนจะหลับตาลงนอนอย่างว่าง่าย
เพียงไม่นานเด็กหญิงตัวน้อยก็หลับไป เหลือเพียงรรรรณาที่รู้สึกทำตัวไม่ถูกที่ต้องนอนแปลกที่แปลกทางอย่างนี้ แรงขยับตัวของรรรรณาทำให้อัคคีที่นอนถัดลูกสาวตัวน้อยไปชะโงกหน้าขึ้นมามองคนตัวเล็กทันที
“นอนไม่หลับเหรอครับ?”
“คะ? ค่ะ แปลกที่ไปหน่อย”
“เดี๋ยวก็ชิน เพราะคุณต้องอยู่กับผมไปอีกนาน”คำพูดของอัคคีทำให้รรรรณาเงียบไปชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่หญิงสาวจะหันหน้าไปมองชายหนุ่มอีกทางด้าน
“คุณแน่ใจใช่ไหมว่าอยากให้ฉัน เอ่อ ฟ้าอยู่ในชีวิตคุณ?”
“ก็เรามีลูกด้วยกันแล้ว ผมคิดดีแล้วที่จะสร้างครอบครัว หรือคุณกลัวว่าผมจะดูแลคุณกับลูกได้ไม่ดี?”
“ฟ้าเชื่อว่าคุณดูแลลูกได้ดีแน่นอน แต่คุณเพลิงค่ะ คำว่าครอบครัวไม่ใช่แค่พ่อแม่ลูกแต่มันยังมีคำว่ารัก คุณไม่เคยรักฟ้า ไม่เคยรู้จักฟ้ามาก่อนแน่ใจหรือคะว่าฟ้าเหมาะสมกับคุณ”
“คำว่าเหมาะสมรึเปล่า ผมเป็นคนตัดสินใจผมยังยืนยันคำเดิมว่าผมอยากสร้างครอบครัวกับคุณจริงๆ และผมก็คิดว่ามันจะไปได้ดีแน่นอน”คนตัวเล็กเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะคิดอะไรๆ ต่ออะไรมากมายภายในหัวสมองของเธอ ความรู้สึกของเธอแน่นอนไม่ได้รักผู้ชายคนนี้ แต่ก็ไม่ได้นึกรังเกียจหรืออะไร ถ้าอีกฝ่ายบอกว่าจะสร้างครอบครัวกับเธอจริงๆ เธอก็พร้อมที่จะเรียนรู้อีกฝ่ายเหมือนกัน ทำไงได้เธอมีลูกกับเขาไปแล้วหนิ อีกอย่างน้ำรินก็ต้องการพ่อ อัคคีเองก็ไม่ได้รังเกียจในตัวลูกสาวของเธอเลยบางทีทุกอย่างอาจจะดีขึ้นก็ได้
“ก็ได้ค่ะ ก่อนหน้าที่คุณเคยขอฟ้าแต่งงาน ฟ้าตัดสินใจแล้ว เราแต่งงานกันนะคะคุณเพลิง”คำพูดของคนตัวเล็กทำให้อัคคีสะดุ้งโหยงทันที เขาหันมามองใบหน้าสวยของรรรรณาก่อนจะอมยิ้มออกมา
“คุณแน่ใจใช่ไหมครับฟ้า?”
“แน่ใจค่ะ ฟ้าติดสินใจแล้ว”
“ขอบคุณนะครับ ขอบคุณที่ฝากชีวิตให้ผมดูแล ผมสัญญาว่าจะเป็นสามีที่ดีเป็นพ่อที่ดีของลูก ผมสัญญา”
“ฟ้าก็สัญญาว่าจะเป็นภรรยาที่ดีเป็นแม่ของลูกที่ดีเหมือนกัน”เธอก็ไม่ได้อยากเริ่มต้นใหม่กับใครมากมาย อีกอย่างอัคคีก็ไม่ใช่คนอื่นอะไรมาก อย่างน้อยระหว่างเธอและเขาก็เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาก่อนในอนาคตอาจจะดีขึ้นก็ได้เธอเชื่ออย่างนั้น
หลายวันผ่านไป
การเริ่มต้นใหม่ของรรรรณากับคนที่ได้ชื่อว่าพ่อของลูก ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดพอได้เปิดใจพูดคุยกันอัคคีก็ดูเหมือนเข้าใจเธอมากขึ้น หญิงสาวตัดสินใจที่จะแต่งงานกับชายหนุ่มโดยการจดทะเบียนสมรสกันก่อน ส่วนงานแต่งเธอยังไม่เร่งรีบอะไร เพราะมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรมากกับเธอ จะมาจัดงานแต่งงานตอนที่ลูกสาวเธอโตมันก็ไม่ใช่เรื่อง อีกอย่างเธอไม่อยากจัดงานอะไรมากมายเพราะในชีวิตของเธอไม่ได้มีญาติที่ไหนอีกแล้ว
พอคนตัวเล็กนึกถึงคำว่าครอบครัวจู่ๆ ใบหน้าสวยก็เผยความเศร้าออกมาทันที เธอพยายามไม่นึกถึงแต่ทว่าหลายปีมานี้มันก็ไม่ง่ายเลยสักนิด ครั้งหนึ่งเธอเคยไขว้คว้าหาความอบอุ่นจากครอบครัว พยายามทุกอย่างให้คนที่ได้ชื่อว่าพ่อหันมาสนใจมารักเธอเหมือนลูกคนหนึ่ง ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาเกือบยี่สิบปีรรรรณาไม่เคยได้รับเลย เธอเป็นลูกสาวคนเล็กที่เกิดจากภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอได้ยินคำบอกเล่าจากแม่นมของเธอว่าคุณหญิงศรัญญามารดาของเธอต้องอยู่อย่างเจ็บปวด ยอมเป็นภรรยาหลวงใจดีให้ภรรยาอีกคนของสามีเข้ามาอยู่ชายคาเดียวกัน
ด้วยความตรอมใจทำให้คุณหญิงศรัญญาเริ่มป่วยหนักมากขึ้นจากเดิม เดิมที่ร่างกายของมารดาเธอก็ไม่แข็งแรงอยู่แล้ว พอหลังจากที่คลอดเธอ คุณหญิงศรัญญาก็เสียชีวิตลง ทำให้รรรรณาไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากคนเป็นแม่เลย ส่วนพ่อนั่นเหรอมีก็เหมือนไม่มี
“คิดอะไรอยู่ครับฟ้า?”เสียงของชายหนุ่มที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งตัวเล็กน้อย เธอมัวแต่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนทำให้ไม่ได้ยินเสียงรถของอัคคี
“คุณเพลิงเลิกงานแล้วเหรอคะ?”เธอหันไปมองนาฬิกาที่บ่งบอกว่าเพิ่งจะสี่โมงเย็นเอง ปกติกว่าชายหนุ่มจะกลับมาก็เกือบหกโมงไปแล้ว
“วันนี้ผมต้องไปออกงาน คุณไปกับผมนะ”
“ให้ฟ้าไปด้วยงั้นเหรอคะ ไม่ดีมั้งคะ”
“ทำไมถึงว่าไม่ดีหืม คุณเป็นภรรยาผมนะฟ้า”เขาไม่เห็นว่ามีอะไรไม่เหมาะสมเลยสักนิด ตอนนี้รรรรณาคือภรรยาของเขา มีอะไรที่ไม่ดีกัน
“ฟ้ากลัวทำให้คุณขายหน้า”
“อย่าคิดมาก เดี๋ยวผมให้คนมาแต่งตัวให้นะ ส่วนน้ำรินเดี๋ยวให้ยายชมดูแล”ในเมื่อชายหนุ่มอยากให้เธอไปให้ได้ หญิงสาวก็คงหมดทางเลือกแล้ว เธอจงพยักหน้าตอบตกลงอีกฝ่าย
ณ งานการกุศล
งานในวันนั้นถูกจัดขึ้นโดยคุณหญิงแพรวพรรณ เจ้าของร้านเพชรขนาดใหญ่ของประเทศ การจัดงานในครั้งนี้ก็เผื่อเปิดประมูลเครื่องเพชรเพื่อที่จะมอบรายได้บางส่วนให้กับมูลนิธิต่างๆ ผู้คนที่มาร่วมงานในครั้งนี้มาจากทุกวงการจริงๆ ไม่ว่าจะนักธุรกิจ ดารา นางแบบหรือนักการเมืองก็ต่างมาร่วมงานในวันนี้
รรรรณาในชุดราตรีสีครามเดินเข้ามาในงานด้วยหัวใจที่เต้นแทบไม่เป็นจังหวะ เธอไม่ค่อยได้เจอผู้คนมากมายเท่านี้มาก่อน ถึงครอบครัวเธอจะมีหน้ามีตาในสังคมแต่ก็แทบไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นใคร อัคคีลอบมองหญิงสาวข้างกายที่ดูตื่นเต้นจนเขารับรู้ได้ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามหญิงสาวข้างกายทันที
“ตื่นเต้นเหรอครับ?”
“ใช่ค่ะ เอ่อฟ้าขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”ท่าทางของคนตัวเล็กทำให้ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มออกมาก่อนจะพยักหน้าให้อีกฝ่าย รรรรณาแยกตัวออกมายังห้องน้ำก่อนจะทำธุระส่วนตัวเพียงไม่นานก็กลับเข้ามาในงาน แต่ทว่าใบหน้าสวยของรรรรณาก็เลิกคิ้วสูงขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเห็นอัคคียืนพูดคุยอยู่กับผู้หญิงอีกคนที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี จากที่ดูจากตรงนี้ชายหนุ่มก็ไม่ได้อยากจะพูดคุยกับอีกฝ่ายสักเท่าไหร่เขาเลือกที่จะเดินเลี่ยงไปพูดคุยกับนักธุรกิจคนอื่นๆ ทันที โดยไม่สนใจลลัลดาเลยสักนิด ท่าทางเย็นชาของชายหนุ่มทำให้ผู้หญิงคนนั้นชักสีหน้าออกมาก่อนจะฟึดฟัดเดินออกไปจากงานทันที
รรรรณาเห็นอย่างนั้นก็พ่นลมหายใจออกมาก่อนจะย่างกายไปหาชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่ยืนอยู่ พออัคคีเห็นหญิงสาวก็เอ่ยปากขอตัวก่อนจะมาหารรรรณาแทน มีหลายสายตาที่จับจ้องมาที่สองหนุ่มสาวอย่างสงสัยว่าคนที่ยืนอยู่ข้างกายอัคคีนั้นเป็นใคร
“คุณเพลิงรู้จักคุณลลัลดาด้วยงั้นเหรอคะ?”จู่ๆ รรรรณาก็เอ่ยถาคนตัวสูงขึ้นมา เมื่อสิ่งที่เธอสงสัยมันรบกวนหัวใจเธอตลอดเวลา
“หืม คุณรู้จักผู้หญิงคนนี้ด้วยเหรอ?”
“ฟ้าถามคุณก่อนนะคะ”หญิงสาวมองใบหน้าชายหนุ่มนิ่ง ไม่รู้ทำไมแววตานั้นของรรรรณาเหมือนหึงหวงเขาเลย
“ก็แค่คนรู้จักไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรพิเศษ หึงผมงั้นเหรอครับ?”รรรรณาเงียบไป ก่อนจะเผยสีหน้าเป็นปกติจากเดิมเล็กน้อย
“ดีใจจังที่คุณหึงผมด้วย”อัคคีพูดติดตลกจนทำให้คนตัวเล็กส่งสายตาดุๆ ออกมาพร้อมรอยยิ้ม
“ใช่ค่ะ เปลี่ยนใจยังทันนะคะฟ้าขี้หึงมากบอกไว้ก่อน”
“ไม่เปลี่ยนใจแน่นอนครับ ทำไงได้สนใจไปแล้วหนิ”อัคคีจะพูดต่อแต่โทรศัพท์ของชายหนุ่มก็ดังขึ้นมา ทำให้คนตัวสูงเงยหน้าขึ้นมาบอกว่าจะไปคุยโทรศัพท์ข้างนอกให้รรรรณายืนรอที่นี่ก่อน ค่อยเข้าไปนั่งข้างในพร้อมกัน แต่ทว่าเพียงไม่นานคนที่รรรรณาไม่อยากเจอที่สุดก็ไม่อาจหนีได้อีก
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะน้ำฟ้า นึกว่าไปแล้วไปลับแล้วเสียอีก ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้?”น้ำเสียงของหญิงสาวปากแดงเอ่ยถามน้องสาวต่างมารดาด้วยแววตาสงสัยที่เห็นรรรรณามางานนี้ด้วย ตอนแรกนึกว่าไม่ใช่แต่พอเดินมาใกล้ เธอถึงจำได้เป็นอย่างนี้ว่าผู้หญิงคนนี้คือน้องสาวต่างมารดาของเธอ
เพียงแต่รรรรณาคนตรงหน้านี้ดูแตกต่างจาก รรรรณาคนเดิมอยู่มาก อาจจะเป็นด้วยเวลาที่ทำให้ผู้หญิงคนนี้โตขึ้นก็มีส่วน คนตัวเล็กหันหน้าไปมองลลัลดาก็ถึงกลับเผยสีหน้าเรียบนิ่งออกมาทันที
“ฟ้าอยู่ที่นี่ได้ยังไงก็คงไม่ต้องรายงานพี่ดาหรอกมั้งคะ”
“หึ! อย่ามาปากเก่งให้มาก อ๋อลืมไปคงมาหาเหยื่อรายใหม่สินะ ผู้หญิงที่ท้องไม่มีพ่อคงใช้ชีวิตลำบากมากสินะน้ำฟ้า ถึงได้ทำตัวไม่ต่างจากอีตัวแบบนี้”
“ถ้าจะพูดจาแบบนี้ขอตัวนะคะ!”รรรรณาไม่อยากต่อปากต่อคำอีกจึงจะเดินหนีมา แต่ทว่าลลัลดาก็ไม่ยอมหยุดง่ายๆ หญิงสาวปากแดงเดินออกมาหาเรื่องอีกจนได้
“ถ้าฉันเป็นเธอก็คงไม่กล้าเสนอหน้าให้ใครเห็นหรอก ทำตัวต่ำจนคุณพ่ออับอาย ร่านไปนอนกับผู้ชายที่ไหนไม่รู้ถึงได้ท้องป่องแบบนี้ ไม่แน่ผู้ชายคนนั้นก็คงมีเมียเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วถึงได้ไม่รับผิดชอบเธอกับนังเด็กนั้น”
“ฟ้าก็คงไม่ต่างจากคุณน้าลันตามั้งคะที่รู้ทั้งรู้ว่าผู้ชายแต่งงานมีภรรยาอยู่แล้วแต่ก็มาให้ท่าจนท้องป่องเหมือนกัน!”
“อีฟ้า มึงกล้าพูดถึงแม่กูแบบนี้เลยงั้นเหรอ?”