ลลัลดาขึ้นเสียงดังออกมา ดีที่ในตอนนี้ผู้คนรอบนอกไม่ค่อยมี เพราะในเวลานี้แขกที่มาร่วมงานเข้าไปข้างในแล้ว
“หึ! ทำไมคะพอเป็นพวกคุณโดนบ้างถึงกับรับไม่ได้เลยเหรอคะ จำเอาไว้นะรรรรณาคนเดิมได้ตายไปแล้ว พวกคุณจะไม่มีวันทำอะไรฉันได้อีก!”เมื่อก่อนเธอเป็นคนถูกกระทำมาตลอดจากสองแม่ลูกคู่นี้ เธอต้องทนอะไรมามากมายถึงได้ไปประชดชีวิตตัวเองอย่างในวันนั้น ต่อไปเธอจะไม่ยอมอีกแล้ว
“หึ ทำเป็นพูดดีไปเถอะ น้ำหน้าอย่างแกจะสู้อะไรฉันได้ แกมันก็แค่หมาหัวเน่าที่ไม่มีใครต้องการ ตอนนี้แกก็คงไม่รู้สินะว่าแม่ของฉันกลายเป็นภรรยาถูกต้องตามกฏหมายแล้ว ก็อยากว่าคนตายไปแล้วใครจะจดจำกัน แกก็เหมือนแม่ของเธอไม่มีค่าในสายตาของคุณพ่อ!”รรรรณาบีบมือกำเข้าหากันแน่นเมื่อได้ยินคำพูดของลลัลดา
“ไสหัวกลับไปซะ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่แกควรอยู่!”หญิงสาวปากแดงพูดจบก็มองมาที่รรรรณาด้วยความเกลียดชัง เธอเดินชนไหล่ของรรรรณาก่อนจะเข้าไปในงาน พอรู้ว่าชายชราบิดาของเธอยกย่องผู้หญิงคนนั้นออกหน้าออกตาแทบจดทะเบียนสมรสกันแล้วด้วยหัวใจของหญิงสาวก็เจ็บปวดไม่น้อย เธออดไม่ได้ที่จะสงสารมารดาที่ลาลับโลกนี้ไปแล้ว ตอนอยู่ก็ต้องทนอยู่อย่างทุกข์ใจแทนที่พ่อของเธอจะคิดได้บ้างแต่ก็ไม่เลย
น้ำตาหยดใสของรรรรณาไหลออกมาอย่างไม่อาจอดกลั้นไว้ได้อีก เธอแค่ต้องการความรักจากผู้เป็นพ่อสักครั้งก็ไม่เคยได้ ไม่เคยเลยสักนิด ความน้อยใจต่างๆ นานาปะทุขึ้นมาในหัวใจของหญิงสาว ถ้าให้เดาในเวลานี้ท่านเกษมบิดาของเธอก็คงอยู่ในงานนี้เหมือนกัน เธอไม่อยากเห็นภาพครอบครัวของชายชราที่ไม่มีเธออยู่นั้น ไม่อยากจะเห็นเลยสักนิด
“ฟ้า”ภาพของรรรรณาที่ยืนร้องไห้ทำให้หัวใจของอัคคีวูบไหวทันที เขาได้ยินทุกอย่างหมดแล้ว ชายหนุ่มตกใจอยู่ไม่น้อยที่ได้รู้รรรรณาเป็นพี่น้องกับผู้หญิงคนนั้น ที่ผ่านมาเขารู้จักท่านเกษมแต่ก็ไม่เคยรู้เลยว่าชายชรามีลูกสาวอีกคน หญิงสาวหันหน้ามามองเจ้าของเสียงไม่รู้ทำไมพอเห็นหน้าของอัคคีน้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลออกมามากกว่าเดิม เธออ่อนแอเหลือเกินอยากได้อ้อมกอดของใครสักคน เพียงแค่คิดร่างบางอรชรก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าไปหาเจ้าของร่างสูงทันมี
สองแขนเรียวสวยโอบกอดร่างกำยำเอาไว้แน่น ในเวลานี้เธอต้องการคำปลอบโยนของเขา ต้องการอ้อมกอดของเขาคนเดียว เสียงสะอื้นไห้ดังออกมา ทำให้ชายหนุ่มนิ่งชะงักไปก่อนที่อัคคีจะยกมือขึ้นมาโอบกอดร่างเล็กเอาไว้แน่น
“ไม่ต้องร้องนะ ผมอยู่ตรงนี้แล้วไม่ต้องร้องต่อไปจะไม่มีใครมาทำอะไรคุณได้อีก ผมสัญญา”เธอรับรู้ถึงความจริงใจจากคำพูดของอีกฝ่าย ยิ่งได้ยินอย่างนั้นรรรรณาก็เอาแต่ร้องไห้ออกมามากกว่าเดิม
ผ่านไปนานหลายนาที
ในเวลานี้รรรรณาหยุดร้องไห้แล้ว เธอไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยสักนิดเอาแต่คิดอะไรต่างๆ นานา อัคคีไม่อยากจะถามเรื่องราวที่ผ่านมาของคนตัวเล็ก เขาจะรอวันที่รรรรณายอมเล่ามันออกมาเอง แต่ถึงไม่ถามก็คงพอเดาได้อยู่ไม่น้อยว่ามันเกิดอะไรขึ้น จู่ เจ้าของร่างสูงก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ มือหนาของอัคคีก็คว้าแขนของรรรรณาก่อนจะพาเดินเข้าไปในงาน
“คุณเพลิงค่ะ ฟ้าอยากกลับแล้ว ฟ้าไม่อยากเข้าไปข้างใน”เธอไม่พร้อมที่จะเจอคนเหล่านั้น เธออยากจะกลับบ้านไปหาลูกสาวตัวน้อยของเธอแล้ว
“อยู่กับผมไม่ต้องกลัวเข้าไปข้างในกับผมนะ”คำพูดอ่อนโยนของชายหนุ่มที่เอ่ยออกมาทำใฟ้รรรรณายอมเข้าไปในงานจนได้
ทั้งสองมานั่งอีกทางด้านที่ท่านเกษมนั่งอยู่ ภาพในงานเปิดไฟสลัวๆ ทำให้มองรอบๆ ไม่ค่อยถนัดนอกจากบนเวทีที่สว่างที่สุด เพราะนางแบบกำลังเดินโชว์เครื่องเพชรอยู่
“เครื่องเพชรชิ้นสุดท้ายของงานในค่ำคืนนี้ คือพริ้งไดมอนด์ ออกแบบเป็นทรงรูปหัวใจนิยามของความรักสุดแสนจะโรแมนติก โดยจะเปิดประมูลเริ่มต้นที่ห้าล้านบาท”สายตาของอัคคีจ้องมองไปทางด้านท่านเกษมที่ผู้หญิงข้างกายของชายชราทำท่าเหมือนสนใจสร้อยเพชรเส้นนี้มากเป็นพิเศษ และดูเหมือนว่าชายชราจะร่วมประมูลเสียด้วย
“หกล้านบาท”
“หกล้านห้าแสนบาท”
“สิบล้าน!”เสียงชายชราดังขึ้นมาทำให้ผู้คนส่งเสียงฮือฮาทันที คุณหญิงลันตาพอเห็นว่าสามีประมูลให้กับตนก็ยิ้มหน้าบานไม่น้อย
“ในเมื่อคุณอยากได้ผมในฐานะสามีจะขัดข้องได้อย่างไรกัน”ราคาที่ชายชราเสนอไปคงไม่มีใครมาแย่งอยู่แล้ว ยังไงสร้อยเพชรเส้นนี้ก็ต้องเป็นของเขา
“ยี่สิบล้าน!”เสียงอัคคีดังขึ้นมาทันที รรรรณาตกใจไม่น้อยที่ชายหนุ่ร่วมประมูลด้วยแถมให้ราคาสูงกว่าบิดาของเธอเสียอีก แสงไฟสาดส่องมาที่นั่งข้างอัคคีทำให้แขกที่มาร่วมงานต่างหันหน้ามามองเป็นตาเดียวกัน เฉกเช่นเดียวกับท่าน เกษมเขาไม่ได้ตกใจที่มีคนแย่งประมูลแต่เขาตกใจที่เห็นบุตรสาวคนเล็กที่เกิดจากภรรยาเก่านั่งอยู่ในงานนี้ด้วย
รรรรณาเม้มริมฝีปากเข้าหากันเมื่อเห็นสายตาของคนเป็นพ่อมองมาที่ตน เธอไม่เคยรู้สึกประหม่าเท่านี้มาก่อนเลย ยิ่งเป็นจุดเด่นแบบนี้เธอยิ่งรู้สึกประหม่า แต่ทว่าจู่ๆ มือของอัคคีก็เลื่อนขึ้นมากุมมือเธอเอาไว้ทำให้หญิงสาวหันหน้าไปมองคนข้างกายทันที
“ไม่เป็นไร ผมอยู่ตรงนี้แล้ว”คำพูดอ่อนโยนของชายหนุ่มทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของรรรรณาสั่นไหวแทบไม่เป็นจังหวะ เธอรู้สึกดีรู้สึกอบอุ่นหัวใจที่ได้ยินคำพูดของชายหนุ่มข้างกาย รรรรณาระบายรอยยิ้มออกมาให้กับชายหนุ่มก่อนจะพยักหน้าให้
“ยี่สิบล้านครั้งที่หนึ่ง!”
“ยี่สิบล้านครั้งที่สอง!”อัคคีเห็นท่าทางของผู้หญิงทั้งสองที่อยู่ข้างกายของชายชราที่ดูเหมือนไม่พอใจอยู่มาก ยิ่งลลัลดาแล้วใบหน้าของเจ้าหล่อนเผยความไม่พอใจออกมาชัดเจน แต่แล้วไงเขาไม่สนใจอยู่แล้วเพราะผู้หญิงที่เขาสนใจที่สุดคือรรรรณาคนนี้ต่างหาก
“ยี่สิบล้านครั้งที่สาม ยินดีกับคุณอัคคีด้วยนะครับที่ได้เป็นเจ้าของสร้อยเพชรเส้นนี้”เสียงปรบมือดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มพยักหน้าขอบคุณแขกทุกคน อัคคีลุกขึ้นก่อนจะเดินไปรับสร้อยเพชรก่อนจะเดินมาหารรรรณาที่นั่งตัวเกร็งอยู่
ชายหนุ่มค่อยๆ บรรจงสวมใส่ให้กับรรรรณา การกระทำของชายหนุ่มสร้างความประทับใจให้กับแขกที่อยู่ในงานไม่น้อย ใครๆ ก็สงสัยว่าผู้หญิงที่ชายหนุ่มสวมสร้อยเพชรราคายี่สิบล้านให้เป็นใครกันแน่ ยิ่งเห็นสร้อยเพชรอยู่บนตัวของรรรรณาแล้วความสวยของมันก็ยิ่งเฉิดฉายมากกว่าเดิม
“เหมาะสมกับคุณที่สุดเลยรู้ไหมครับ?”
“ขอบคุณนะคะคุณเพลิง”หญิงสาวไม่รู้ว่าสิ่งที่ชายหนุ่มทำหรือการแก้หน้าให้เธอหรือเพราะอะไรก็ตาม แต่เธอก็รู้สึกขอบคุณชายหนุ่มจริงๆ ที่ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองมีค่า จากเหมือนเดิมเธอเหมือนเป็นตัวอะไรไม่รู้ถึงแม้จะเกิดจากภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแต่ทว่าในหัวใจของคนเป็นพ่อของเธอกับไม่เคยมีแม่ของเธอเลย รวมถึงเธอด้วยที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของท่านเกษมเลยสักครั้ง
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาอมยิ้มให้กับหญิงสาวตรงหน้า ก่อนที่ชายหนุ่มจะโอบเอวคอดกิ่วของรรรรณาเดินไปหาท่านเกษมที่นั่งอยู่อีกทางด้าน
“ขอบคุณท่านมากนะครับที่ให้ผมเป็นผู้ชนะการประมูลในครั้งนี้ สร้อยเส้นนี้ผมตั้งใจให้กับภรรยาของผมเอง อ๋อผมลืมแนะนำไปนี่รรรรณาเธอคือภรรรยาและแม่ของลูกผม”คำพูดของอัคคีสร้างความตกใจให้กับแขกทุกคนไม่น้อย ทั้งท่านเกษมหรือแม้แต่ชายชราอีกคนที่เพิ่งเข้ามาในงานแห่งนี้เหมือนกัน
“อะไรนะ?”เสียงชายชราดังออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของอัคคีที่บอกว่ารรรรณาเป็นภรรยาของตน
“ครับ ไม่ทราบว่าท่านตกใจอะไรงั้นเหรอครับ?”ชายหนุ่มยังคงทำหน้าเรียบนิ่งเหมือนไม่รู้ว่าหญิงสาวข้างกายเป็นลูกสาวของชายชราคนตรงหน้านี้
“ปะ เปล่า เอ่อเพียงแต่ไม่คิดว่าคุณอัคคีจะเป็นสามีของลูกสาวผม”
“อ้าว นี่น้ำฟ้าเป็นลูกสาวของท่านงั้นเหรอครับ ที่รักทำไมคุณไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังเลย ดูสิจนลูกสาวเราพูดได้แล้วผมถึงรู้ว่าคุณเป็นลูกสาวของท่านเกษม”รรรรณาหันหน้าไปมองใบหน้าของชายหนุ่มก็ถึงกับยกมุมปากขึ้นมาเล็กน้อย ผู้ชายคนนี้เล่นละครได้เก่งจริงๆ เธอยอมแล้ว
“ขอโทษที่ไม่ได้บอกนะคะ ฟ้าเห็นว่ามันก็ไม่ได้สำคัญอะไร เพราะที่ผ่านมาฟ้าก็ไม่ได้มีตัวตนอยู่ในครอบครัวนี้อยู่แล้ว ครอบครัวของฟ้าคือคุณต่างหาก”อัคคีอมยิ้มออกมาก่อนจะยกมือลูบใบหน้าของหญิงสาวอย่างอ่อนโยนทันที คำพูดของรรรรณา สร้างความไม่พอใจให้แก่ชายชราอยู่มาก
“คุณก็คือครอบครัวผมเหมือนกัน ผมขอบคุณท่านอีกครั้งนะครับที่ทำให้ผมได้ของขวัญพิเศษที่สุดในชีวิต ขอตัวก่อนนะครับ”อัคคีกระซับเรียวแขนก่อนจะพารรรรณาเดินมาออกมาจากงาน ส่วนเรื่องเงินประมูลเขาให้เลขาจัดการให้เรียบร้อยแล้ว
ท่านวายุภัคเห็นบุตรชายตัวเองเดินไปกับผู้หญิงอีกคนก็กระดิกนิ้วเรียกคนสนิทของตนให้มาหาทันที เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าบุตรชายตัวดีของตนไปมีเมียตอนไหน ไหนจะลูกสาวอีกงั้นเหรอที่เขาได้ยินจากปากของอัคคี
“ครับท่าน”
“ไปสืบมาเรื่องเป็นยังไงกันแน่”
“ได้ครับท่าน”หนุ่มวัยกลางคนก้มหัวให้ก่อนจะไปตามสืบเรื่องของคุณชายของเขา หญิงสาวปากกระจับที่นั่งอยู่ข้างๆ ท่านวายุภัคก็เผยสีหน้าแปลกใจออกมาไม่ต่างกัน เธอไม่เคยได้ยินเรื่องของลูกเลี้ยงคนนี้มาก่อนว่าไปมีครอบครัวตอนไหน ชีวิตของอัคคีถูกสื่อจับตาจะตายไปทำไมเรื่องนี้ถึงไม่มีข่าวออกมาเลย
“คุณเพลิงไปมีเมียตอนไหนกันคะท่าน?”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แถมมันมีลูกแล้วด้วยมันน่านักไอ้ลูกคนนี้ไม่กลับมาบ้านหลายปีมีเมียมีลูกแล้ว!”