ตอนที่1:ขุนแผน
Part: ขุนแผน
สวัสดีครับ... พวกคุณคงพอจะคุ้นหน้าคุ้นตาผมมาบ้างแล้วจากเรื่อง (เมียรักช่างสักมาเฟีย "ตอนลูก")
ผมชื่อ ‘ขุนแผน’ ตอนนี้เรียนอยู่ปี 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ความจริงใบปริญญามันก็แค่กระดาษแผ่นเดียวสำหรับผม เพราะต่อให้เรียนไม่จบ ผมก็ต้องไปรับช่วงต่อธุรกิจมืดและงานมาเฟียจากป๊าอยู่ดี ชีวิตผมมันถูกขีดเส้นไว้ตั้งแต่วันที่ม๊าเสียไปแล้วครับ ป๊าผมท่านรักม๊ามาก หลังจากม๊าจากไป ท่านก็ไม่เคยรับผู้หญิงคนไหนเข้ามาในฐานะเมียอีกเลย จะมีก็แค่เด็กกินเล็กกินน้อยที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
ซึ่งนั่นก็ดีครับ... ผมไม่อยากมีแม่ใหม่ และไม่มีใครหน้าไหนมาแทนที่ม๊าได้ทั้งนั้น ความตายของม๊าพรากเอาความรักและความอ่อนโยนไปจากชีวิตผมจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเย็นชาที่ผมใช้เป็นเกราะป้องกันตัวเอง
ส่วนเรื่องผู้หญิง... มีดาหน้าเข้ามาหาผมไม่ขาดสาย บางคนยอมถวายตัวให้ฟรีๆ เพียงเพราะอยากใกล้ชิดลูกชายมาเฟีย แต่ผมไม่ชอบครับ ผมเลือกที่จะจ่ายเงินให้ทุกคนที่ผมนอนด้วย ผมเกลียดการเป็นหนี้บุญคุณใคร โดยเฉพาะหนี้ความรู้สึก
ผมเป็นคนพูดน้อย ชอบใช้ความคิดมากกว่าการเอ่ยปาก ผิวหนังเกือบทุกส่วนใต้ร่มผ้าของผมเต็มไปด้วยรอยสัก ป๊าต้องยัดเงินหนักพอสมควรเพื่อให้ชื่อของผมอยู่ในรายชื่อนักศึกษา ผมเองยังไม่เข้าใจเลยว่าจะมาเรียนไปทำไม...
จนกระทั่งคืนนั้น...
ด้วยความเมาที่หนักเกินไป ทำให้ผมขาดสติฉุดผู้หญิงคนหนึ่งมาแล้วฝังรากลึกความสัมพันธ์ลงบนร่างกายเธอ ผมจำหน้าเธอไม่ได้ชัดเจนนักในคืนที่แสงไฟสลัว แต่พอตื่นมาในตอนเช้า เธอก็หายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงคราบเลือดที่ตอกย้ำว่านั่นคือครั้งแรกของเธอ และที่สำคัญ... คืนนั้นผมไม่ได้ใส่ถุงป้องกัน ผมสดกับเธอเป็นครั้งแรกในชีวิต
ผมพลิกแผ่นดินตามหาเธออยู่ 2-3 อาทิตย์ จนกระทั่งได้เบาะแสจากกล้องวงจรปิดที่เห็นหน้าเพียงลางๆ แต่วันนี้... ตอนนี้... ผมกำลังนั่งมองร่างบางหุ่นดีในชุดกระโปรงฟิตเปรี๊ยะที่เดินเข้ามาในร้านกาแฟ หัวใจที่เคยกดนิ่งมาตลอดกลับเต้นผิดจังหวะ ผมจ้องมองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดชัตเตอร์ถ่ายรูปเธอไว้ ความรู้สึกบางอย่างมันตะโกนบอกผมว่า 'ต้องใช่เธอแน่ๆ'
ผมตัดสินใจเดินตรงเข้าไปหาเธอที่กำลังยืนรอกาแฟอยู่ แล้วก้มลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงเรียบพร่าแต่แฝงไปด้วยความกดดัน
"มึงนี่เองที่เอากับกูวันนั้น..."
เธอกระตุกวูบ ทำหน้าตกใจสุดขีดก่อนจะละล่ำละลักปฏิเสธเสียงสั่น
"เห๊ย! อะอะไอ้โรคจิต... มะมะไม่ใช่ฉันๆ ไม่รู้จักคุณนะ!"
หึ... ดูแค่นี้ก็รู้ว่าโกหก หน้าเสียขนาดนี้แต่ยังจะมาทำปากแข็ง ไม่เนียนเอาซะเลย
"ออกมาคุยกันหน่อย Bm สีดำซ้ายมือ"
ผมทิ้งคำสั่งไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกจากร้าน เพราะคนเริ่มมองเยอะแล้ว ผมรำคาญพวกชอบสอดรู้สอดเห็น ผมไปยืนรอที่รถพลางจุดบุหรี่ขึ้นสูบเพื่อสงบอารมณ์
สักพักยัยนั่นก็เดินออกมาจากร้าน เธอหันซ้ายหันขวาอย่างระแวง ก่อนจะโกยเท้าวิ่งไปที่รถของตัวเองแล้วเหยียบคันเร่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
ผมแสยะยิ้มออกมามองตามท้ายรถคันนั้นไป... เจอตัวซะทีนะ
ดูท่าทางจะแสบพอตัว ผมกดส่งรูปที่ถ่ายไว้ให้ลูกน้องทันที
"ไปตามประวัติผู้หญิงคนนี้มาให้หมด"
พยศให้พอนะแม่สาวน้อย... เพราะถ้าเจอตัวอีกที พ่อจะเอาให้สลบคาเตียงแน่ มึงชอบพยศดีนัก เดี๋ยวจะจัดให้ลุกไม่ขึ้นเลย!