บทนำ
เขาได้ยินเสียงกระซิบ
เสียงกระซิบของปีศาจที่ดังอยู่ข้างหู
‘ดีแลน… ตื่นได้แล้วเพื่อน นายนอนมานานเกินไปแล้วนะ’
มันทั้งน่าหงุดหงิด น่ารำคาญ หนวกหู แต่ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้เขากลัว
เขาคิดว่าตัวเองควรจะได้นอนหลับอย่างผาสุก แต่เสียงนั่นมันกระทบเข้ามาในโสตประสาท ถี่ขึ้นๆ จนในที่สุด เมื่อถึงจุดที่เขาทนไม่ไหว เขาก็ต้องลืมตาตื่นขึ้นมาจนได้
และสิ่งแรกที่ได้เห็น คือท้องฟ้าสีครามที่มีก้อนเมฆปุกปุยลอยอยู่เป็นกลุ่มๆ เขาตื่นขึ้นมาบนพื้นหญ้าที่สูงต่ำไม่เท่ากัน ดูขึ้นแบบไร้ระเบียบไปตลอดทั้งแนวสายตา มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่เด่นสุดในพื้นที่แห่งนั้น มันห่างจากตัวเขาไปประมาณสามเมตร ใต้ต้นไม้นั่นมีม้านั่งที่ทำจากไม้อยู่อีกตัว และก็มีใครคนหนึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งนั่น
ดีแลนลุกขึ้นจากพื้น เดินไปหาชายหนุ่มปริศนาคนนั้น และเมื่อเขาเข้าไปใกล้ในระยะประชิด อีกฝ่ายก็เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับส่งยิ้มประหลาดมาให้
“หวัดดี” ชายคนนั้นทักอย่างเก้อเขิน “เอ่อ ฉันชื่อแอรอน วู”
“ดีแลน ฮิกกินส์” พูดพลางยื่นมือให้จับ ทั้งสองคนจับมือกันเล็กน้อยพอเป็นพิธี “ยินดีที่ได้รู้จัก”
วูไม่พูดอะไรตอบเขา แค่ส่งยิ้มชืดๆ มาให้เท่านั้นเหมือนไม่รู้จะพูดอะไร แอรอน วูเป็นชายหนุ่มที่ประเมินจากสายตาแล้วน่าจะอายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปด ผิวขาวออกไปทางซีด เรือนผมสีดำสนิทกับนัยน์ตาสีฟ้าที่ฉายแววหม่นๆ เหมือนคนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง
แต่จะว่าไป… นอกจากชื่อดีแลน ฮิกกินส์ของตัวเองแล้ว เขาก็นึกอะไรเกี่ยวกับตัวเองอย่างอื่นไม่ออกเลยแฮะ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอายุน้อยกว่าหรือมากกว่าคนตรงหน้านี้ แม้แต่หน้าตาตัวเองยังจำไม่ได้ แล้วเขาก็ไม่สามารถมองเห็นหน้าตัวเองโดยที่ไม่ใช้กระจกหรืออะไรที่จะสะท้อนเงาออกมาได้ใช่ไหมล่ะ
“คือ… มันอาจจะกะทันหันไปหน่อย” ในที่สุดวูก็พูดขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่ตกอยู่ท่ามกลางความเงียบไปครู่หนึ่ง “แต่ฉันจะต้องไปแล้วล่ะ ฉันหมายถึง… ฉันตายไปแล้วน่ะ”
“อ่า” ดีแลนเอ่ยเพียงสั้นๆ เขายังเรียบเรียงเรื่องราวไม่ค่อยได้เท่าไรจึงยังงงๆ “หมายความว่าไง?”
แอรอน วูยกยิ้ม มันฉายแววเศร้าหมองออกมาในครั้งนี้
“ฉันโดนรถชน หมอช่วยยื้อชีวิตของร่างฉันเอาไว้ได้ แต่พวกเขายื้อวิญญาณฉันไว้ไม่ได้ ไม่มีใครทำได้อยู่แล้ว ถ้าฉันคิดอยากจะตายเองแบบนี้ แต่นั่นก็ไม่สำคัญหรอก ที่ฉันจะบอกก็คือต่อจากนี้นายต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในร่างฉัน… หรือนายจะเลือกไปกับฉันทั้งๆ แบบนี้เลยก็ได้นะ ฉันไม่ถือหรอก”
“ไปกับนาย…” ด้วยความที่เป็นคนหัวเร็ว แม้จะยังงุนงงกับสถานการณ์ฉับพลันนี้ แต่ดีแลนก็เข้าใจความหมายทันที “หมายถึงตายไปพร้อมๆ กับนายน่ะเหรอ?”
“ถูกต้อง”
“แต่ฉันเลือกจะมีชีวิตอยู่ต่อไปก็ได้ใช่ไหม”
“ใช่ แต่ต้องอยู่ในร่างฉันนะ เพราะร่างของนายน่ะตายไปแล้ว”
เวรกรรม ไอ้ความจริงที่กระหน่ำซัดเข้ามาทีเดียวพวกนี้มันอะไรกัน
“ฉันตายได้ยังไง”
“เอ่อ โทษที ฉันเองก็ไม่รู้เรื่องนั้นเหมือนกัน”
“แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าฉันตายแล้ว”
วูนิ่งคิดไปครู่หนึ่งเพื่อเรียบเรียงคำพูด
“อืม… ก็การที่นายมาอยู่ตรงนี้ แถมยังพร้อมจะเข้าไปอยู่ในร่างฉันแบบนี้ ก็แปลว่านายตายไปแล้วน่ะสิ คือฉันก็ไม่ได้เข้าใจลึกซึ้งหรือรู้อะไรละเอียดหรอกนะ ก็แค่… เอ่อ คิดว่าเป็นอย่างนั้น”
“ฉันยังไม่อยากตาย” บ้าเหรอ มีโอกาสได้เลือกว่าจะอยู่หรือจะตาย ใครจะไปเลือกตาย “นายเองก็เหมือนกัน คิดดีแล้วเหรอที่จะไม่กลับไปใช้ชีวิต ถ้าฉันได้เข้าไปอยู่ในร่างนายล่ะก็ ฉันไม่คืนให้แล้วนะ”
“ตามสบายเลย ฮิกกินส์” คนผมดำยิ้มเหยียด “อยู่ร่างฉันน่ะ มันไม่สนุกเท่าไรหรอก”
แล้วจากนั้นผู้ชายคนนั้นก็หายไป รู้ตัวอีกที ดีแลนก็ยืนอยู่คนเดียวบนสนามหญ้าสีเขียวที่ไกลสุดลูกหูลูกตาเสียแล้ว
จากนั้นเสียงปีศาจนั่นก็กระซิบข้างหูเขาอีกครั้ง
‘ดีแลน… ตื่นได้แล้วเพื่อน นายนอนมานานเกินไปแล้วนะ’
ไอ้ปีศาจนี่มันพูดเป็นอยู่ประโยคเดียวหรือไงนะ?
…
ร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงสะดุ้งเฮือกสุดตัว เขาได้ยินเสียงก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นตึกตักอย่างรุนแรงราวกับมันจะหลุดออกมาจากอกได้
เขาได้ยินเสียงอุทานของใครบางคนดังที่ข้างเตียง คนๆนั้นรีบวิ่งออกไปตามแพทย์ให้มาดูอาการเขา
ความรู้สึกแรกที่ถาโถมเข้ามาในวินาทีที่ลืมตามองเห็นเพดานคือความหวาดกลัว เหมือนคนที่เฉียดเข้าใกล้ความตายแต่ก็รอดมาได้อย่างหวุดหวิดไม่น่าเชื่อ
ชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดกาวน์เข้ามาพร้อมกับกระดานขนาดเอสี่ จากนั้นก็เริ่มซักถามอาการเขา สมองทุกส่วนยังเบลอ เขาไม่ค่อยรู้สึกอยากตอบหรือพูดอะไรเท่าไร นางพยาบาลที่เป็นคนเดียวกับที่ไปตามหมอมาจึงกุลีกุจอหาน้ำมาให้แทน ส่วนหมอ… ก็เหมือนจะพูดคนเดียว เพราะคนไข้ไม่ให้ความร่วมมือเอาเสียเลย
“ตอนนี้อาการของคุณพ้นขีดอันตรายแล้วนะครับ คุณวู”
ชื่อที่ถูกเรียกเหมือนเรียกสติของดีแลนกลับมาได้ เขาหันกลับไปมองหน้าคนพูด
“เดี๋ยวยังไงให้คุณนอนดูอาการอีกสักระยะ แล้วมาดูอีกทีว่าคุณจะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไหร่ ส่วนเรื่องคุณแม่… ไม่ต้องตกใจนะครับ ทางเราจะรีบติดต่อให้ ถ้าท่านหาเวลามาได้คงรีบมาหาคุณอย่างแน่นอน ไม่ต้องใจเสียไปนะครับ”
พูดเองเออเองเสร็จสรรพ แพทย์หนุ่มก็หายออกจากห้องไป ปล่อยให้พยาบาลสาวคนเดิมคอยดูแลเขาแทน
ดีแลนออกปากว่าอยากเข้าห้องน้ำ เจ้าหล่อนเลยช่วยพยุงเขาไป เขามองตัวเองในกระจกเงาที่ติดอยู่กับฝาผนัง
ร่างของชายหนุ่มวัยประมาณสิบแปดปี เส้นผมสีดำกับนัยน์ตาสีฟ้าสะท้อนกลับมาให้เห็น สภาพค่อนข้างทรุดโทรมสมกับเป็นผู้ป่วยที่โกงความตายกลับมาได้อีกครั้งหนึ่ง
ใช่
ดูเหมือนว่าเขาจะเข้ามาอยู่ในร่างของแอรอน วูจริงๆสินะ
แม้ว่าเขาจะไม่แน่ใจว่าตัวตนเดิมที่แท้จริงของตัวเองเป็นใคร หรือมีรูปร่างหน้าตายังไง แต่เขาคือดีแลน ฮิกกินส์ไม่ผิดแน่ ไม่ใช่แอรอน วูที่เขากำลังใช้ร่างอยู่ตอนนี้
‘ยินดีต้อนรับกลับมาสู่โลกของการมีชีวิตนะ ดีแลน’
ไอ้เสียงปีศาจนั่นมาหลอกหลอนเขาอีกแล้ว
‘ฉันคิดถึงนายแทบแย่เลยนะ’
ถามกันสักคำไหมว่าเขาคิดถึงมันรึเปล่า