เจ้าจันทร์เมียยักษ์ บทที่ ๑ ต่อให้มีมนตรากี่คาถา นางก็มิรัก (๒)

1628 คำ
“สายพระเนตรของท่านดูออดอ้อนข้าเหลือเกิน ข้ามิบังอาจไปใช่หรือไม่ที่ไปท้าทายความปรารถนาอันแรงกล้าในนั้น” แค่สบดวงตาชายมากเล่ห์นั้นก็รู้แล้ว มันฉ่ำปรือไปด้วยความปรารถนาที่โหมกระหน่ำราวกับเพลิงกัลป์ ช่างแปลกใหม่ชวนให้คะนองอารมณ์ เพราะพระสนมเนตรเกล้ามิเคยสัมผัสได้ถึงสายตาที่เต็มไปด้วยราคะกระหายในตัวนางขนาดนี้มาก่อน ที่ผ่านมาคงตายอดตายอยากจากกระดังงาเช่นข้ามานานสินะ ไอ้เจ้าเด็กแก่แดด หนึ่งสิ่งที่มั่นใจเลยว่าจักกุมดวงใจของเด็กหนุ่มกลัดมันเช่นนี้ได้ คงมีแต่เรื่องเพศที่เขาชัดเจนว่าให้ความสนใจกับมันมาก “พร่ำพูดเสียมากมาย สัมผัสข้าประเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ข้าจักมิเกรงใจเจ้าในฐานะพระสนมอีกต่อไป” ถึงกับออกคำสั่งประกาศิตหญิงสาว เขาไม่เคยเป็นเช่นนี้ จริงๆ ด้วยฐานะที่มีก็สามารถบังคับให้พระสนมสมยอมได้อยู่แล้ว แต่อยากรู้เท่านั้นว่าหล่อนจักกลั่นแกล้งเขาด้วยวิธีการใดต่ออีก ความรู้สึกแบบนี้ทำไมมันถึงสนุกสนานรื่นรมณ์เหลือเกิน กินรีที่สมยอมเพราะความหวาดกลัวก็ดี แต่ช่างแตกต่างกับกองไฟตรงหน้า ที่ยิ่งเข้าใกล้ลามเลียไม่ยอมลุกโหมตัวเขา กลับยิ่งทวีความต้องการที่เพิ่มพูนขึ้นจนล้นแก่น “ถึงจักว่าเช่นนั้น แต่เจ้าก็ดูชอบใจ” “เพราะทัศนียภาพของเจ้ามันน่าดูชม” “หึ เรือนร่างเปลือยเปล่าเช่นนี้ท่านเห็นมามากมาย ข้าเป็นเพียงหนึ่งในร่างกายที่ท่านเคยเชยชมยามร่วมสวาทมิใช่หรือ” “หากแต่มิมีใครงดงามหมดจดเช่นเจ้า” ดวงใจงามเริ่มคึกคะนองราวกับม้าคลั่ง ไม่รู้เพราะจงใจหรือเป็นเล่ห์กลของอสุราหนุ่มกันแน่ แต่เรือนร่างงดงามนี้ถูกถ่ายทอดผ่านมารดาที่เป็นบุปผางามเพียงหนึ่งเดียวในเมืองแคร่ และพระสุวรรณราพณ์ก็เชยชมมันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น คนอย่างข้ามันไม่งดงามหรือไร ท่านไม่เคยมองมาที่ข้าด้วยแววตาที่มองว่าข้าเป็นมนูษย์คนหนึ่งที่น่าทนุถนอมเลยสักครั้ง พระสุวรรณราพณ์ ทั้งที่ข้าฝังใจกับท่านเช่นนี้ ท่านกลับเข้าหาข้าแค่เพียงราตรีเดียวด้วยอาการไร้สติ... ปมนั้นฝังลึกอยู่ในใจของเนตรเกล้าเสมอมา ทั้งที่ข้าก็สวยมิเป็นรองใครเลยแท้ๆ เผลอๆ อาจจักสวยที่สุดในบรรดาสนมทั้งหมดที่เขาเสียด้วยซ้ำ ใช่... พระโอรสเองก็คิดตรงกันในข้อนี้ ที่เขาสนใจหล่อนแลมองเนตรเกล้าเป็นข้อยกเว้นเสมอมา เพราะหล่อนงดงาม... อาจจะยิ่งกว่าตองนวล อาจจะยิ่งกว่าพระสนมคนอื่นๆ แม้กิริยาวาจาจักป่าเถื่อนช่างระราน แต่มีเพียงหล่อนที่เข้าหาเขาอย่างไม่หวั่นเกรง แม้ว่าจุดประสงค์จักไม่บริสุทธิ์ก็ตาม ในสายตาของเขา เนตรเกล้าเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังตั้งแง่จู่โจมเขาด้วยสัญชาตญาณอันดุร้าย แต่สัตว์ป่าที่รอวันถูกฝึกให้เชื่องน่ะ... เป็นสิ่งที่เขาโปรดปรานมากเป็นพิเศษอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งอย่างรสนิยมอัปสรตนนั้นที่ท่านพ่อชมชอบหรอก เขาชอบผู้หญิงดุร้าย ที่ปราบพยศยากๆ อย่างเธอยิ่งกว่าใครๆ มั่นใจว่าปราบได้ แลท้าทายมากพอที่จักทำให้ไม่มีวันเบื่อหน่ายอย่างง่ายดายเช่นเหล่าปักษีน้อยที่เขาจับกินมาไม่รู้กี่รายต่อกี่ราย ใช่ ผู้หญิงเช่นนี้มันไม่ง่ายเลยที่จักทำให้อยู่นิ่งแลจับให้มั่นคงจนยอมสวามิภักดิ์ต่อกัน ดวงตาร้ายกาจนั้นคงผุดพรายความคิดชั่วช้าอยู่เป็นแน่ ยามที่หล่อนหลุบมองเขาตั้งแต่ดวงหน้าคมคาย ปลายจมูกโด่งเป็นสัน ไปจนถึงสันกรามที่เด่นชัด ไล่สายตาไปจนถึงแผงอกที่กำยำหนั่นแน่น จนกระทั้งสายตาที่ดุร้ายนั้นมาหยุดลงที่... ส่วนสงวนใต้ร่มผ้า แค่เพียงดวงตาอันร้ายกาจนั้นเท่านั้น ดวงตาสีครามราวกับท้องนภา แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ต่างจากใต้น้ำอันลึกล้ำจนเกินกว่าจักไขว่คว้า เกลียดเขาใช่ไหม ชิงชังมิอยากร่วมเสพสวาทกับไอ้ยักษ์ตนนี้เต็มทนเพราะยังฝังใจรักเสด็จพ่ออยู่ใช่ไหม หึ มิว่ากระไรที่พ่อโปรดปราน คงมีเพียงหล่อนที่เขาไม่นึกเกลียดนัก ไม่สิ... เพราะเสด็จพ่อไม่ได้โปรดปรานนาง เขาถึงชอบ “ข้างดงามอย่างนั้นหรือ” ดวงตาสีครามที่เขาชื่นชอบนั้นสบพระพักตร์ของพระโอรส ด้วยสีหน้าของคนร้างรักและอยากย้ำน้ำคำให้มั่นใจว่าหล่อนยังมีคุณค่า “ใช่ เจ้าช่างน่าหลงใหล” เป็นประโยคเดียวที่ทำให้พระสนมรู้สึกว่าไอ้เด็กนี่มันก็คารมคมคายไม่เบา ไม่รู้ว่าเขาจริงใจในคำชมนั้นหรือไม่ แต่สายพระเนตรก็เห็นประจักษ์ว่าตกหลุมรักเรือนกายนี้เข้าแล้วจริงๆ “งั้นข้าจักมิทำให้ท่านผิดหวัง” เมื่อจบประโยคนั้น ดวงหน้างามก็แนบรอยจูบที่เต็มไปด้วยพิษร้ายลงกับกลีบปากหยัก ดูดดึงเกี่ยวกระหวัดพันพวงด้วยแรงโหมกระหน่ำของความพิศวาส สะโพกงามงอนบดถี่ขยี้จุดสวาทของพระโอรสจนเขาครางในลำคอด้วยความพึงพอใจ ปลายท่อนลึงค์ถูกกลีบดอกกระดังงาถูไถด้วยความตั้งใจ ปลดปล่อยน้ำรักทะลักมากมายสมดังปรารถนา แปลกใจเหลือเกิน มิเคยมีกินรีหน้าไหนทำให้เขาเสร็จสมสมดั่งปรารถนาได้ว่องไวถึงเพียงนี้ เขาไม่ได้อยากเร่งรัดนางนัก หากแต่เมื่อได้สัมผัสกับความงดงามที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเพลิงไฟร้อนๆ เขากลับอดรนทนกักเก็บสัญชาตญาณของตนเองมิไหว เด็กหนุ่มร่างกายใหญ่โตยกสะโพกเล็กกว่านั้นจ่ออยู่ประจันกับปากทางแลท่อนจันทร์เตรียมประหารด้วยกามาจนอุ่นร้อน ฝ่ามือหยาบใหญ่คว้าสุรามากรอกปากหล่อนโดยมิทันให้ตั้งตัว หญิงสาวสำลักกลิ่นสุราแรง ปลายนิ้วใหญ่จึงป้อนน้ำกามสู่ปากหล่อนเป็นอย่างถัดไป “มันคือสุราผสมธุลีในน้ำ เจ้าคงคุ้นเคยจากเสด็จพ่อมาบ้าง หากเจ้าลิ้มรสมันเมื่อใด แม้กลีบสวาทเจ้าจักปิดสนิท หรือแม้แต่ว่าเจ้าจักเป็นหญิงบริสุทธิ์ ก็จักครอบครองตัวตนของเผ่าพันธุ์อสุราเช่นเราไปได้โดยง่ายโดยมิเจ็บปวด” “อึก... ข้ารู้เพคะ” แม้ว่าเขาจักเป็นเด็กวัยรุ่นที่ป่าเถื่อน แต่ก็ยังมีแก่ใจจักทำตามประเพณีที่สืบทอดมาช้านานเพื่อให้หล่อนไม่ได้รับบาดเจ็บจากความมโหฬารของเขา ที่แม้ไม่ได้ใช้สายตาจดจ้อง แต่เพียงปลายเกษรงามที่หยาดเยิ้มแตะต้องแค่ส่วนปลาย ก็รับรู้ได้ในทันทีว่ามันต้องใหญ่โตเพียงใด เนตรเกล้าอยากรีบให้มันจบๆ ไปได้แล้ว การที่ถูกเด็กหนุ่มที่กำลังร้อนระอุจ้องมองเช่นนั้น มันช่างน่าอับอายเหลือเกิน “รีบใส่มันเข้ามาเถิด” สายตานั้นดูไม่เหมือนคนที่พยายามปฏิเสธการร่วมสัมพันธ์เลยสักนิด อย่างน้อยองค์ชายอินทร์มุกก็อยากคิดเข้าข้างตนเอง นั่นเพราะยิ่งนางปลดเปลื้องอาภรณ์ มันช่างงดงามจับจิต เสียจนไม่อยากให้ใครได้มองเห็นเรือนกายอันงดงามนี้อีก การที่เสด็จพ่อปล่อยหล่อนมาจนถึงตอนนี้ นั่นเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ ท่านพลาดสิ่งสวยงามของโลกไปอีกสิ่งหนึ่งแล้ว แลข้าจักขอรับตัวนางไปประเดี๋ยวนี้แล สวบ “อึก!” เสียงหวานระคนครางครวญสะดุ้งเฮือก เมื่ออุ้งท่อนที่ใหญ่โอฬารนั้นสอดแทรกในร่องกลีบกายเข้าไปมิดอย่างน่าอัศจรรย์ ร่างกายของหญิงสาวสั่นระทวยเต็มไปด้วยความเร่าร้อนแลเปียกปอนด้วยน้ำแห่งความปรารถนา ดวงหน้างามหลุบลงมองพระโอรสที่บัดนี้ดวงหน้าคมคายนั้นแดงก่ำ เขาหอบหายใจด้วยแรงกามอารมณ์ สบพระเนตรมองที่ทรวงอกคู่งามของนาง พลางเคลื่อนดวงหน้าเพื่อครอบครองดูดดึงยอดอกอิ่ม ชวนเสียวสะท้านเป็นยิ่งนัก “อึก ดะ... เดี๋ยวก่อน” เมื่อส่วนล่างของพระองค์เริ่มขยับ ถึงแม้ว่าหล่อนจักเปียกชุ่มแต่ก็ยังคงแน่นขนัด ภายในของนางนั้นตอดรัดเป็นพักๆ ชวนให้เสียวซ่านจนต้องขบฟัน องค์ชายนั้นมีความปรารถนาในเครื่องเพศอย่างมากมาย แลคิดว่าการได้ครอบครองหล่อนเป็นเพียงบาปหนึ่งประการที่ต้องแสวงหา แต่เมื่อได้เข้าถึงตัวตนแลเรือนร่างที่อบอุ่น มันตอดเขาประหนึ่งเถาวัลย์ที่มีเรี่ยวแรงมหาศาลที่กำลังบิดเกลียวเพียงเพื่อสูบชีวิตของเขา พระโอรสพลั้งเผลอ... เสร็จภายในของนางอีกครา “... เจ็บใจนัก!” ขายหน้าเหลือเกิน ไม่คิดว่าผู้หญิงที่มีสามีมาก่อนจะยังตอดรัดแน่นหนาเช่นนี้ โพรงนุ่มนั้นไม่ต่างจากหญิงสาวบริสุทธิ์ เขารู้สึกเหมือนร่างกายจักปริแตกเป็นเสี่ยงๆ พระสนมเนตรเกล้าไม่ได้ผ่านการร่วมรักมานานนับสิบกว่าปี หล่อนถูกพามาตอนที่เข้าสู่วัยออกเรือน เมื่ออายุ ๑๗ ปีบริบูรณ์จู่ๆ พระองค์ที่ไม่เคยแม้แต่จักชายตาแลกลับเข้ามาเย้าเซ้าซี้ จนหล่อนหลวมใจตกเป็นเมียท่าน และหวังว่าการถูกเปิดบริสุทธิ์ครานี้จักทำให้ท่านหันมาไยดีกันบ้าง แต่ทว่า... เช้าวันต่อมามันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม มีเพียงดวงตาสีชาดที่แสนเย็นชาแลว่างเปล่า พระองค์จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ทั้งที่... ทำให้นางตกหลุมรักเขาเต็มใจไปแล้วแท้ๆ เลวที่สุด!
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม