สุดท้ายเมื่อพระโอรสได้เรือนร่างนี้ก็คงจักทิ้งเธอไปเหมือนกันสินะ
“ฮึก” ปมนี้ยังคงฝังใจตนอยู่ไม่คลาย เนตรเกล้าหลั่งหยาดน้ำตาออกมาหลังพระองค์ปลดปล่อยธุลีในน้ำภายในร่างกายทั้งที่เข้าไปได้แค่คราเดียว หล่อนรู้สึกไร้ค่า ไร้ตัวตน บาดแผลนั้นลึกและเหวอะมากขึ้นเมื่อพระองค์ท่านประกาศิตให้หล่อนถูกคุมขังโดยไม่คิดฟังการใด
แม้กระทั่งจำใจต้องตกมาเป็นของบุตรชายของเขา ทั้งที่ไม่ได้รัก
มันช่างน่าอดสูเหลือเกิน
“เจ้า... ร้องไห้หรือ” พระโอรสนึกหวั่นใจ ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้เห็นใจหล่อนนัก แค่เพียงอยากได้อยากลองตามประสาบุรุษที่เพิ่งแตกเนื้อหนุ่ม แต่เขาคงรีบร้อนเกินไป แถมลีลายังไร้สำนึก เสร็จสมอยู่เพียงผู้เดียว “เจ้ามิพอใจที่ข้าเร่งรัดเจ้าใช่หรือไม่”
“ฮึ พระองค์ทรงอ่อนประสบการณ์นักเพคะ แค่เพียงสอดแทรกเข้าไปก็เสร็จสมอย่างรวดเร็วแล้ว” ฝ่ามือหยาบใหญ่เอื้อมขึ้นมาซับน้ำตาให้ด้วยปลายนิ้วหัวแม่มือ เนตรเกล้ามองผ่านม่านตาที่พร่าเบลอ ได้แต่ขบฟันด้วยความเจ็บปวด
อย่างมาทำอ่อนโยนกับคนอย่างข้าเลย เพราะข้าเองก็กำลังหลอกใช้พระองค์อยู่ เหมือนที่พระองค์ทรงหลอกใช้ข้า
“นั่นเพราะเจ้าตอดรัดข้ามิต่างกับสาวแรกรุ่นต่างหาก!” เด็กหนุ่มร้อนตัวหาข้ออ้าง ออกจักน่าอายนักที่ต่อหน้าผู้หญิงที่ตั้งใจจักย่ำยีมาตั้งแต่แรก แลโอ้อวดกับนางไว้มากเหลือเกินว่าเขาจะทำให้หล่อนปราชัย แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น เพราะสิ่งที่หลงเหลือไว้มีเพียงคราบขาวขุ่นที่ไหลออกจากร่องงามจากการเสร็จสมด้วยความโง่เขลา
เนตรเกล้าทำเพียงก้มลงมองเศษซากราคีที่ปรากฏอยู่ในร่างกาย แล้วเบือนหน้าหนีไป
แต่ทว่า
หมับ!
“อะ! องค์ชาย” เมื่อพลั้งเผลออีกฝ่ายก็ยกร่างหล่อนขึ้นอุ้มด้วยแรงมหาศาล เขาอับอายขายหน้านัก ยิ่งหล่อนร้องไห้ยิ่งขัดใจ พระสนมทำเหมือนถูกบังคับขู่เข็ญให้ทำ ดูเหมือนว่าจักฝังรากลึกลงใจกับท่านพ่อน่าดูจนแม้แต่การตกเป็นเมียเขายังฝืนใจเกินทน เลยว่าจักลงไปต่อที่สระลึกด้านล่างราชวังเก่าเพื่อแก้มือ “ท่านจักทำกระไรเพคะ”
“รอบนี้เจ้าทำข้าหลั่งไว รอบต่อไป ข้าจักทำให้เจ้าเสร็จด้วยตัวของเจ้าเองบ้าง ไหนๆ ก็ได้เจ้ามาเป็นของข้าแล้ว ข้าจักมิปล่อยไปง่ายๆ ดอก” ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของพระโอรสอินทร์มุกนั้นน้อยนิดไปตามวัย เนื่องจากไม่เคยถูกเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนอย่างถูกต้อง ท่านพ่อปล่อยปละละเลยเขาตั้งแต่เล็กจนแตกเนื้อหนุ่ม การที่เขาทำสิ่งพวกนั้น ทั้งนารีบำเรอ ทั้งสุราเมรัยและล่าสัตว์ไม่ละเว้น เพียงแค่กลบปมด้อยที่พ่อไม่รักเท่านั้น
การที่ต้องการพระสนมเนตรเกล้านั้น มันคงเป็นเพียงการอยากเอาชนะเสด็จพ่อเท่านั้น
ยิ่งรู้ว่าหล่อนผิดหวัง ฝืนใจจนร้องไห้ ยิ่งเจ็บใจนัก!
พระสุวรรณราพณ์ร้อนใจ เมื่อในวันหนึ่งมีข่าวคราวส่งมาถึงพระชายาของท้าวไกรสิงห์นั้นเป็นอัปสรตนหนึ่ง และที่สำคัญ... นางกำลังตั้งครรถ์ทายาทน้อยๆ ของเมืองครุฑ ยิ่งแทบไม่ต้องเดาว่าเป็นใคร ฝ่ามือหนากำแน่น ดวงใจถูกบดขยี้จนแหลกลาญด้วยความเจ็บปวดจากหญิงที่รัก
“ทั้งที่มันควรจักฝืนใจเจ้าแท้ๆ แต่เหตุใดเจ้าถึง...!”
เหตุใดเจ้าถึงยอมตั้งท้องลูกของมัน?
ในข่าวลือนั้นบ่งบอกว่าแม่เมืองครุฑพระองค์ใหม่นั้นงดงามจนเป็นที่โจษจัน อัปสรปริศนาที่มีรูปโฉมสะคราญราวกับนางไม้ หล่อนครองรักกับท้าวไกรสิงห์ จนมันเปิดรับหญิงสาวมาเป็นพระชายาเคียงข้างบัลลังก์ ข่าวลือหนาหูอื้ออึงนี้หลังจากที่มันลักพาหล่อนหายไปแรมเดือน คงจงใจกระพือเพื่อให้มาถึงกรุงยักษา
เมื่อได้รับรู้ข่าวลือนี้ พระสุวรรณราพณ์ก็แทบจักทรงพระวรกายไม่อยู่ เขาไม่ยอมเสวยเนื้อสัตว์หรือพระกายาหารใดๆ จนร่างกายเริ่มซูบผอม อาการนี้คืออาการของคนกำลังตรอมใจสินะ
แม้พระสนมจักแวะเวียนเข้ามาปรนนิบัติ อาจจักด้วยคำสั่งของอำมาตย์ในวัง แต่ท่านก็ไล่พวกนางกลับไปแทบทุกครั้ง ส่วนข่าวคราวของเนตรเกล้า หรือแม้แต่บุตรชายที่หายตัวไปจากวัง เขาก็แทบไม่มีเวลาไปสะสาง เมื่อเสียหล่อนไปจากที่ตามหามาร้อยปี เขาก็หมดสิ้นหนทาง โซซัดโซเซเสียหลักไม่ต่างกับคนที่กำลังจักขาดใจตาย
ข้ารักใครมิได้อีกแล้ว... เพราะคู่ชะตาของข้า เป็นเจ้ามาตลอดร้อยกว่าปีที่ผ่านมา
มธุรสวดีของข้าตกเป็นของชายผู้อื่น แค่คิดก็เจ็บปวดจนบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจ
ให้ข้าตายดีกว่า หากมิได้ครองรักกับเจ้า
เช้าวันนี้ หน้าบัลลังก์เต็มไปด้วยแรงอัปมงคล ดวงหน้ากษัตริย์นั้นตึงเครียดถึงขั้นสุด ที่ถึงแม้ท่านจะเก็บตัวไม่สนใจลูกสนใจพระสนมในวัง แต่ก็ยังมาจัดการงานบ้านงานเมือง ปรึกษากับเหล่าขุนนางอำมาตย์ไม่เคยขาด แต่การปกครองของท่านนั้นเปลี่ยนไปมาก ดวงตาแดงก่ำสีชาดราวกับโลหิตนั้นเต็มไปด้วยแรงพยาบาท
บัดนี้เขาปล่อยให้ตัวตนด้านมืดครอบงำจิตใจ กลายเป็นกษัตริย์ผู้ดุร้าย การปกครองจึงเต็มไปด้วยความตึงเครียดไม่ต่างจากเชือกที่ถูกดึงจากทางสองฝั่งจนตึง
ประชาชนเริ่มอดอยาก ฤดูแล้งมาถึงเมืองยักษา ในขณะที่วสันตฤดูมาเยือนเมืองครุฑ พระชายาของครุฑตั้งท้องบุตรชายผู้มีสายเลือดกึ่งหนึ่งเป็นเทวดา กึ่งหนึ่งเป็นเทพปักษา
กรรณิกาตั้งชื่อเขาว่า ‘ไกรสร’ เพื่อให้คล้องจองกับพ่อของลูก
ปากบอกว่าจะไม่ตั้งท้องลูกกับท้าวไกรสิงห์ แต่ผัวฮอตเนิร์ดมันดีกว่าที่คิด แม้จะกลืนใจลืมสวามีเก่าไม่ลง แต่สามีใหม่ก็ครองใจได้ในเวลาไม่นานนัก
จะว่าหล่อนใจง่ายงั้นหรือ? ลองมามีผัวใหม่ช่างเอาอกเอาใจ ขยันทำการบ้านทุกวันก่อนดีไหม ค่อยมาตัดสินกันอีกที
หากรักของพระสุวรรณราพณ์เป็นรักที่ฝังลึกของคนโบราณมาชั่วลูกชั่วหลาน ตราบนานเท่านาน รักของมธุรสคงจะเป็นรักของคนสมัยปัจจุบัน เมื่อเขาคือรักแรก มันลืมยากก็จริง แต่ย่อมมีรักต่อไปเพื่อบรรเทามันได้
แต่มารู้ตัวอีกทีเขาก็ทำหล่อนตั้งครรภ์เสียแล้ว ไม่ทันได้หายคิดถึงสามีเก่าเลยด้วยซ้ำ พอตั้งท้องได้ไม่กี่สัปดาห์ หล่อนก็คลอดบุตรชายออกมา เด็กชายผู้แสวงผลบุญมาเกิดนั้นใช้เวลาเติบใหญ่เป็นหนุ่มประมาณสองอาทิตย์เท่านั้น
ตั้งแต่ได้คลอดเด็กแฝดอินทร์มุกจันทร์ดา ก็ไม่แปลกใจกับการเติบโตว่องไวของเด็กๆ อีกแล้ว ก็พวกเขาไม่ใช่มนุษย์ที่ต้องใช้เวลาเติบโตหลายสิบปีนี่นา
ไกรสรเป็นเด็กดีแลเป็นที่รักของปวงประชาปักษาปักษีน้อยใหญ่ นั่นเพราะทันทีที่ท้าวไกรสิงห์ประกาศว่าขอมีมเหสีเป็นของตนเอง ไม่นานนักมเหสีของท่านก็ตั้งครรภ์ มีว่าที่กษัตริย์องค์ต่อไปกำเนิดขึ้น ปวงประชาเล่าลือกันว่าไกรสรคือสมมุติเทพ บุตรที่เกิดมาเพื่อรับใช้พระนารายณ์ต่อจากคนเป็นพ่อ
ท้าวไกรสิงห์จงใจให้ข่าวลือแพร่สะพัดไปไกล ป่านนี้อสุราตนนั้นคงอกแตกตายแล้วกระมัง เพราะกรรณิกาเป็นของเขา รวมทั้งมีลูกกับเขาด้วย
ในขณะที่มันไม่มีโอกาสทำให้หล่อนมีลูกกับตนได้ด้วยซ้ำ แม้กรรณิกาจะไม่เคยปริปากพูดถึงเรื่องเก่าๆ ของตัวเองกับมัน แต่จากอาการของหล่อนตอนตั้งท้อง ก็ชัดเจนว่าไม่เคยผ่านประสบการณ์การอุ้มท้องมาก่อน หล่อนดูเลินเล่อ และไม่รู้การดูแลครรภ์เอาเสียเลย
รู้ข่าวคราวแค่ว่านางเป็นเพียงพระสนมคนที่สิบสามที่ไร้การถูกโปรดปราน แค่มีเค้าโครงที่คล้ายกับผู้หญิงแก่นแก้วในความทรงจำคนนั้นที่เขายังคงฝังใจ
แต่เขานั้นก็ตกหลุมรักกรรณิกาผู้น่ารักตนนี้ไปเสียแล้ว