“เงื่อนไขอะไร ?” หย่งหยวนหลงขมวดคิ้ว แม้นเขาเองก็มิอาจเข้าใจเงื่อนไขที่เหมินลู่เอินว่าสักนิดเดียว
“เงื่อนไขที่ว่าก็คือ มันยังจำเป็นที่ท่านจะต้องได้รับความรักตอบจากหลี่เหมยฮวาอย่างไรเล่า เพื่อให้ท่านสามารถรักนางต่อไปได้”
“…”
“ท่านยังอยู่ในขั้นตอนของการเลือก หนึ่งคือเลือกที่จะเลิกรัก หลี่เหมยฮวา สองคือเลือกว่าจะรักนางต่อไป หากท่านเลือกจะรักนางต่อไปท่านจะก้าวเข้าสู่ขั้นต่อไป”
หย่งหยวนหลงอ่านนางไม่ออก เขาอ่านเหมินลู่เอินไม่ออกสักนิดเดียว ขณะที่เหมินลู่เอินคล้ายกำลังอ่านเขาออกจนหมดสิ้น
“ขั้นต่อไปที่ว่าคืออะไรกัน ?”
รอยยิ้มและความสำราญใจของเหมินลู่เอินเลื่อนหายไปทีละนิด นางเลื่อนมือสางเส้นผมของตนเองลงปรกดวงหน้า จนเขามิอาจมองเห็นว่านางกำลังแสดงสีหน้าแบบไหนออกมา
“มันก็คือการไม่ได้รับความรักตอบก็ไม่เป็นไรอีกแล้ว เป็นเพียงความรักที่ทำได้แค่มอบให้ แต่ไม่มีวันได้รับตอบกลับมา และการต้องอยู่กับความจริงพวกนี้ไปตลอดชีวิต”
“…”
“หยวนหลง ความรักน่ะสมควรเป็นการให้และได้รับกลับมาถึงจะถูกต้อง เพราะมันน่าเศร้าใจจะตายไป ต่อให้รักคนนั้น ๆ มากแค่ไหน แต่การทำได้แค่มอบความรักให้ แต่มิเคยได้รับกลับมาไปตลอดชีวิต มันก็ข่มขื่นมากอยู่ดี”
“…”
“เหนืออื่นใด หม่อมฉันมิอยากให้ท่านต้องไปถึงขั้นนั้นเหมือนกับหม่อมฉันหรอกนะ”
เขาคิดว่าเหมินลู่เอินกำลังร้องไห้ หากนางกลับหันมามองเขาด้วยสายตาเฉยชา พร้อมรอยยิ้มบางเบาบนดวงหน้างดงาม นั่นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเหมินลู่เอินมิได้หลั่งน้ำตาแม้นแต่หยดเดียว มิว่าตอนไหน นางก็ไม่เคยเดือดเนื้อร้อนใจ วัน ๆ เอาแต่ฉีกยิ้มไม่ยอมหยุด
มันช่างน่าหงุดหงิดนัก โดยเฉพาะท่าทางที่เหมือนอ่านเขาออกอย่างชัดเจนของนาง
เหมินลู่เอินเปล่งเสียงหัวเราะแผ่วเบา พลางยกเรียวขางามขึ้นมาตั้งชัน แล้วซบดวงหน้าลงไป ก่อนจดจ้องมองเขาด้วยความสำราญใจเช่นปรกติ “หม่อมฉันมิใช่คนที่จะร้องไห้ออกมาง่าย ๆ ด้วยเรื่องเล็กน้อยนี่อยู่แล้ว ยิ่งกว่านั้นหม่อมฉันมีความสุขจะตายไป ได้ครอบครองสมบัติมากมายของจวนอ๋องอย่างถูกต้อง ไหนหม่อมฉันจะยังเป็นเจ้าของร่างกายอันงดงามของท่านอีก…”
หย่งหยวนหลงเกลียดรอยยิ้มกว้างของนางในยามนี้เป็นที่สุด เหมินลู่เอินยกปลายนิ้วมือเปื้อนเลือดถอดปิ่นขนนกกระเต็นบนหัวออก แล้วโยนมันทิ้งบนพื้นอย่างไม่ไยดี ตามด้วยสร้อยไข่มุกล้ำค่าที่เขาเคยให้
ยิ่งเขามองนางอย่างหวาดระแวงมากเท่าไหร่ เหมินลู่เอินก็ฉีกยิ้มกว้างมากขึ้นเท่านั้น ฝ่าเท้าขาวเนียนของนางเหยียบลงบนผืนพรมหนานุ่ม มือข้างหนึ่งยกขึ้นสัมผัมเรือนผมยาวสลวยของหย่งหยวนหลงอย่างนุ่มนวล
“หยวนหลง นอกจากสมบัติล้ำค่าแล้ว หม่อมฉันโปรดปรานร่างกายของท่านเป็นอย่างมาก เมื่อมีสองอย่างนี้อยู่ด้วยกัน ก็นับว่ามีความสุขมากทีเดียว”
อย่างไรก็ตาม เลือดจากบาดแผลของเหมินลู่เอินยังไหลไม่ยอมหยุด ยิ่งกว่านั้นปลายนิ้วมือเรียวยาวของนางก็สั่นระริกอยู่ตลอดเวลา พวกมันเป็นเครื่องย้ำเตือนอย่างชัดเจนว่าร่างกายของเหมินลู่เอินถึงขีดจำกัดแล้ว
ทว่านางกลับเอาแต่จ้องมองเขาเพียงอย่างเดียว ไม่มีท่าทางจะแยแสตนเองสักนิด ก่อนจะปลดอาภรณ์ตัวนอกออก แล้วโยนมันทิ้งไว้ตรงมุมห้อง
ชั่วขณะหย่งหยวนหลงเกิดอาการพูดไม่ออก แม้นร่างกายของนางจะกลายเป็นแบบนั้น ทว่าเหมินลู่เอินกลับไม่ไยดี และยังกระเสือกกระสนจะกลืนกินเขาเสียด้วยซ้ำ
ดูเหมือนว่าความหน้าด้าน รวมถึงไร้ยางอายของเหมินลู่เอินล้วนมากเกินกว่าเขาจะประมาณการณ์
หากยามแสงสว่างจากตะเกียงสะท้อนสู่ดวงตาเรียวยาวคู่นั้น หย่งหยวนหลงกลับมองเห็นบางอย่าง นอกเสียจากความเฉยชาและความสำราญใจอันจอมปลอม
แม้นปากจะบอกว่ามีความสุขมาก ทว่าลึกลงไปแล้ว ความเศร้ากลับกัดกินหัวใจของนางอยู่ดี
หย่งหยวนหลงเหยียดยิ้ม ท่ามกลางความแปลกใจเล็กน้อยของนาง เขาออกแรงผลักร่างบอบบาง จนแผ่นหลังแนบชิดกับตั่งไม้ตัวงาม แล้วค่อยเป็นฝ่ายครอบครองริมฝีปากของนางก่อน
รสหวานของสุราดอกท้อคละคลุ้งอยู่ในปาก ปลายเล็บเรียวยาวจิกลากลงบนกลางอกของเขา ขณะเหมินลู่เอินพยายามหอบหายใจอย่างยากลำบาก กระนั้นหย่งหยวนหลงกลับรุกรานนางไม่ยอมหยุด
เขาจูบนางอีกครั้ง อีกครั้งและอีกครั้ง ก่อนจะยอมผละตัวออกไป ยามเห็นว่าเหมินลู่เอินใกล้จะเป็นลมล้มลงกลางอ้อมกอด หย่งหยวนหลงพยายามประคองนางอยู่สักพัก หากหยดน้ำตากลับไหลอาบตามดวงหน้าของเขาอย่างเชื่องช้า แน่นอนว่าทุกอย่างตกอยู่ภายใต้สายตาของเหมินลู่เอิน
หย่งหยวนหลงก้มหน้าลงหลบเลี่ยงสายตาวาววาม หัวใจของเขาเยียบเย็นราวเกล็ดหิมะกลางธารา กระนั้นเขายังรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก จนน้ำตาไหลลงมาไม่ยอมหยุด
เหมินลู่เอินอาจกำลังสมน้ำหน้าเขาอยู่ ทว่ายามหย่งหยวนหลงเงยหน้าขึ้น มันมิได้เป็นเหมือนที่เขาคาดการณ์ เหมินลู่เอินกำลังมองหน้าเขาอยู่ก็จริง หากนางกลับร้องไห้ออกมามิต่างกันนัก แม้นว่าจะเป็นเพียงการร้องไห้เงียบ ๆ ไม่มีเสียงสะอื้น
ตลอดระยะเวลาสามปีในจวนอ๋อง เขามิเคยเห็นเหมินลู่เอินร้องไห้เลยสักคราเดียว
หย่งหยวนหลงยกมือปาดน้ำตาของตนเองออก แต่แล้วมันกลับไหลลงมาอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนสุดท้ายก็ทำได้แค่ยอมจำนนเท่านั้น ขณะที่เหมินลู่เอินสามารถควบคุมการร้องไห้ได้เป็นอย่างดี
หยดน้ำตาของนางไหลลงมาเพียงมิกี่ครั้ง ก่อนหลงเหลือเพียงความว่างเปล่าตรงขอบตาและคราบน้ำตาอันเลือนรางยากสังเกตบนดวงหน้า
หย่งหยวนหลงเปล่งเสียงหัวเราะเย้ยหยันตนเอง เหตุใด เหมินลู่เอินถึงอยู่เหนือเขาหนึ่งก้าวเสมอกันนะ ?
เขาผลักเหมินลู่เอินกระแทกตั่งไม้อีกรอบ แล้วเริ่มจูบนางอย่างเอาแต่ใจยิ่งกว่าเดิม สร้างรอยขบเล็ก ๆ กลางริมฝีปากอวบอิ่ม พร้อมหยดน้ำตาที่ไหลรินของตนเอง
มิว่าตอนไหน เหมินลู่เอินก็ชอบมาเห็นสภาพอันน่าสมเพชของเขาอยู่ตลอด ช่างน่าเวทนาตนเองเสียจริง