บทที่ 1 ลืมตาตื่น
ผมอาศัยอยู่ด้วยตัวคนเดียวมาโดยตลอดพ่อแม่ของผม เสียชีวิตไปกับอุบัติเหตุตั้งแต่ตอนผมเด็กๆ จึงอาศัยอยู่กับคุณลุงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนกระทั้งไม่กี่ปีก่อนท่านได้จากไปด้วยโรคร้าย จนสุดท้ายแล้วผมก็ต้องโดดเดี่ยวอีกครั้ง แต่ผมไม่ยอมแพ้เพราะเรื่องแค่นี้หลอก ในวาระสุดท้ายของคุณปู่ท่านได้สั่งเสียไว้ว่า ‘หลานรัก อย่าเศร้าไปเลย ใช้ชีวิตให้มีความสุขแล้วก็ตั้งใจเรียนด้วยล่ะ ลุงขอให้หลานมีความสุข…’ ตั้งแต่วันนั้นผมได้สัญญากับตัวเองแล้ว ผมจะใช้ชีวิตให้สนุกสนานและตั้งใจเรียนตามลุงบอก แต่ทว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะหลังจากนั้นก็เกิดแต่เรื่องที่ทำให้ผม ทั้งท้อและไม่อยากสู้ต่อ แต่เพราะคำสัญญาที่มีผมจึงมาถึงจุดนี้ผมเรียนจบและมีอาชีพการงานที่ดีชีวิตของผมเต็มไปด้วยความสุข…
…ทว่าระหว่างผมเดินกลับบ้านตอนกลางดึก จู่ๆ สติของผมก็ดับวูบไปพร้อมกับสติอันเลืองลาง ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกระแทกกับหัวของผมอย่างรุนแรง ความจำสุดท้ายของผมคือ แสงสว่างที่รายล้อมตัวผม ช่างเป็นแสงที่อบอุ่นเหลือเกิน…
ผมไม่รู้ว่าผมหลับไปนานแค่ไหน แต่ตอนนี้ผมอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ๆผมอยู่ตอนนี้เป็นห้องสีขาวพร้อมกับผมยืนขึ้นและก้มสำรวจตัวเองก็ไม่มีอะไรผิดปกติไม่มีแผล หรือว่าที่นี้คือโรงพยาบาลกัน?
“ที่นี่ไม่ใช่ โรงพยาบาล”จู่ๆก็มีเสียงปริศนาดังมาจากข้างของผม ผมจึงหันไปต้นเสียงพร้อมกับเห็นลุงคนหนึ่งกำลังหมอบกราบ?
“ลุกขึ้นก่อนเถอะครับ!”ผมรีบเข้าไปดึงให้ลุงคนนั้นลุกขึ้นก่อนเรื่องต่อจากนี้ค่อยว่ากันอีกทีล่ะกัน!
“ไม่! ให้เราทำเถอะ! มันเป็นความผิดพลาดของเราเธอถึงตาย!”ลุงคนนั้นยังไม่ยอมลุกขึ้นพร้อมตะโกนกลับมาเสียงดัง
“เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะครับ! ลุกขึ้นเถอะ! ผมรู้สึกเหมือนใจจะหลากสลาย”
“ห่ะ?!”ลุงคนนั้นดีดตัวขึ้นพร้อมเข้าเช็ดผมทันที่ตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ในที่สุดก็ยอมลุกขึ้นนะครับ… เอาล่ะมาใจเย็นแล้วเล่าให้ผมฟังดีกว่าว่าผมตายได้ยังไง?”ผมกล่าวอย่างใจเย็นอย่างไงผมก็เคยมีลุงมาเหมือนกันนะ เห็นคนแก่มาหมอบกราบแล้วยิ่งใจไม่ดี
“ขออภัยที่แสดงกริยาไม่เหมาะสม…เอาล่ะเรื่องทั้งหมดมีอยู่ว่า…”คุณลุงเริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ผมฟัง แต่ก่อนจะเล่าจริงคุณเค้าดีดนิ้วหนึ่งครั้งห้องทั้งหมดเปลี่ยนไปมีโต๊ะและเก้าอี้อยู่พวกเราจึงนั่งลงเพื่อสนทนาแต่ผมก็อย่างแปลกใจกับเรื่องเมื่อครู่ไม่หาย คุณลุงที่เห็นอย่างนั้นจึงยิ้มขึ้น และกล่าวว่าไว้จะสอนให้ หลังจากที่โดนทำให้หลุดจากเรื่องหลักไปไกลสรุปคร่าวๆ คือ ผมตายเพราะกระถางต้นไม้ตกใส่หัว คุณเล่าว่าตามความเป็นจริงมันต้องหลังจากผมเดินไปแล้ว เกิดความผิดพลาดจากการคำนวนเวลาการตกของกระถางต้นไม้
“นี้ผมตายเพราะกระถางตกใส่หัวสินะ ซู้ด”ผมกล่าวพร้อมจิบน้ำชาในแก้ว
“เรื่องนั้นต้องขอโทษด้วย… ออกจะเสียมารยาทไปหน่อยแต่เธอชื่ออะไร?”คุณลุงกล่าวถามพร้อมน้ำเสียงรู้สึกผิด
“ไม่เป็นไรครับเรื่องมันเกิดไปแล้วคงแก้อะไรไม่ได้ ผมยามาโมโตะ เซกิ เรียกว่า เซกิ เฉยๆก็ได้ครับ”ผมแนะนำตัวอย่างใจเย็น
“เซกิ สินะ เรื่องที่เธอตายแล้วทำไมถึงดูใจเย็นนักล่ะ ถ้าเป็นคนอื่นนี้คงสติแตกไปแล้ว”คุณลุงกล่าวถามพร้อมค่อยๆ จิบน้ำชาช้าๆ
“ถึงสติแตกไปก็คงลำบากคุณล่ะครับ แต่จะว่าไปคุณลุงเป็นใครหรือครับ?”
“อา ขอบคุณที่เป็นห่วงจะว่าลืมแนะนำตัวเลยแหะ เราคือสิ่งที่พวกเธอเรียกว่า พระเจ้า น่ะ”
“ออ ท่านเป็นพระเจ้านิเองเอาล่ะหายข้องใจล่ะ”ด้วยคำพูดนี้ทำให้คุณลุงผู้ได้ชื่อว่าพระเจ้านี้เหวอเลยที่เดียว
“ไม่ตกใจเลยเรอะ!”
“ทำไมต้องตกใจด้วยล่ะครับ ถ้าท่านเป็นพระเจ้าก็คงอธิบายเรื่องทุกอย่างได้ทั้งหมดแล้วล่ะครับ”
“ให้ตายสิ ถ้าเธอมีชีวิตอยู่ล่ะก็คงทำให้โลกนั้นหน้าอยู่ขึ้นแน่ๆ”พระเจ้าบ่นอย่างเสียดาย
“ไม่หรอกครับ ยังไงที่โลกเดิมก็มีคนที่มีความสามารถมากกว่าผมอีกเยอะ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ”
“มันก็จริงอยู่หลอก… ถ้าคนที่ตายแล้วพูดคุยง่ายแบบเธอทุกคนนี้ก็ดีล่ะนะ”
“เคยมีคนอื่นนอกจากผมด้วยเหรอครับ?”
“ไม่มีหรอก ที่พูดหมายถึงพวกที่ตายตามธรรมชาติอย่างที่ควรเป็นน่ะ ไม่ใช่ตายเพราะพระเจ้า”
“พอพูดถึงเรื่องนี้แล้วผมจะเป็นยังไงต่อครับ ต้องไปนรกหรือสวรรค์?”
“ไม่เธอจะไม่ได้ไปทั้งนรกหรือสวรรค์ เธอตายเพราะเรา เพราะฉะนั้นต้องไปเกิดใหม่ที่โลกอื่นที่ไม่ใช่โลกเดิม”
“เอ้… ต่างโลกเหรอครับ แล้วโลกใหม่ที่ผมต้องไปนี้เป็นโลกแบบไหนเหรอครับ?”ผมถามอย่างสนใจ เพราะยังไงการไปต่างโลกก็เป็นความฝันของชายหญิงทุกคน
“เป็นโลกช่วงยุคกลางดาบและเวทมนตร์ มีมอนเตอร์ มีเผ่าพันธ์มากมายหมือนกับในนิยายแฟนตาซีของโลกเดิมพวกเธอนั้นแหละ”
“หวังว่าคงไม่มีจอมมารนะครับ…?”ผมพูดออกมางั้นๆแหละคงไม่ตรงกับนิยายขนาดนั้นหลอกมั้ง?
“มีสิ! จอมมารน่ะ แต่ไม่ต้องห่วงที่โลกนั้นจอมมารค่อนข้างใจดี และเป็นที่รักของทุกคน”
“เหอๆ แล้วผมไปเกิดใหม่นี้ยังไงครับ?”
“เราจะส่งเธอไปเกิดใหม่ในโลกนั้น เพราะกายเนื้อไม่สามารถพาไปได้ แต่ไม่ต้องห่วงเราจะให้พลังบางอย่างเพื่อช่วยในการมีชีวิตในโลกนั้นรวมถึงความทรงจำทั้งหมด ถือเป็นคำขอโทษ”
“ผมต้องขอบคุณท่านจริงๆ ที่จริงท่านไม่ต้องสนผมก็ได้ ผมขอรับไว้ด้วยความเต็มใจครับ”
“ฮ่าๆ ไม่ต้องขอบคุณหลอกเดิมที่เป็นความผิดของเรา แล้วเธอมีอะไรที่อยากได้ติดตัวไปโลกนั้นไหมล่ะ อย่างเช่น พลังเวทย์อันไร้ขีดจำกัด หรือดาบศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถตัดได้ทุกอย่าง”
“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกครับ ผมไม่ได้ไปเป็นผู้กล้าสักหน่อย อีกอย่างจอมมารที่โลกนั้นไม่ได้เลวร้ายนิครับและก็ก่อนที่ผมตายที่โลกเดิมผมเป็นนักดาบนะครับ ผมขอพึ่งฝีมือตัวเองก่อนดีกว่า”
“ไม่โลภเลยน้า~ ถ้าเป็นอื่นนี้ขอพลังแบบหมัดเดียวจอดหรือไม่พลังที่สามารถทำลายโลกได้ แต่อย่างน้อยขออะไรไปสักอย่างเถอะ”
“ก็ได้ครับ ผมขอคิดสักครู่นึ่งนะครับ”ว่าจบผมก็หลับตาลงเพื่อพยายามคิดถึงสิ่งที่ผมอยากได้หรือที่สามารถช่วยผม ตอนนี้ที่ผมมีก็ฝีมือดาบ สิ่งที่เราขาดไปมีอะไรไหมนะ จะขอพลังก็คงสร้างความลำบากแก่ชีวิตในอนาคตแน่ๆ งั้นเอาเป็น…
“โอ้! เลือกได้แล้วเหรอ!”
“ครับ! สิ่งที่ผมจะขอคือ ความสามารถที่ทำให้ผมเรียนรู้ได้รวดเร็วครับ”
“โห้! เลือกได้ดีนิ”
“ขอบคุณครับ”
“ต่อไปตาเราให้เธอบ้างล่ะนะโดยสิ่งเราจะให้เธอมีดังต่อไปนี้
1. ความทรงจำจากชาติก่อน
2. ความสามารถด้านภาษา ทำให้เธอสามารถฟังรู้เรื่องทันที
3. ภาระกำลังทั้งกายและเวทย์เพิ่มขึ้นจากคนปกติที่โลกนั้นเล็กน้อย โลกนั้นมอนเตอร์มันเยอะเดี๋ยวตายเร็ว
4. ความสามารถที่ทำให้เธอติดต่อเราได้ตลอดเวลา ถ้าเราว่างนะ
ประมาณนี้แหละ อยากได้อะไรเพิ่ม?”
“ไม่แล้วล่ะครับแค่นี้ก็เยอะแล้วครับ!”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ต้องการไปเกิดใหม่เลยไหม?”
“ครับ!”
“งั้นก็ดีเอาล่ะ หวังว่าจะได้เจอกันอีก”พระเจ้าชูมือขึ้นพร้อมเกิดแสงสว่างล้อมตัวผมและร่างกายของผมค่อยๆ กลายเป็นแสง
“ไม่ต้องตกใจไป ทำตัวสบายๆ ช่วงแรกของการเกิดใหม่อาจลำบากหน่อยนะ ขอให้โชคดี”คำพูดของพระเจ้าทำผมเลิกคิ้วจนต้องเอ่ยถาม
“หมายความว่ายังไ-”ก่อนที่จะได้ถามร่างของเซกิก็กลายเป็นแสงไปเหลือแต่เพียง พระเจ้าอยู่ในห้องลำพัง
“ขอให้โชคดีมีความสุขในต่างโลกนะเซกิ เราจะคอยเฝ้าดูเธอเสมอ…”พระเจ้ากล่าวอย่างเหงาๆก็เดินออจากห้องไป
ตอนนี้ผมไม่รู้ผมอยู่ที่ไหน มันทั้งมืดและอึดอัดแต่ก็รู้สึกอบอุ่นอย่างหน้าประหลาดทันใดนั้นผมก็รู้สึกอะไรบางอย่าง เมื่อผ่านไปสักพักผมรู้สึกถึงแสงสว่างอันอบอุ่นฉาบบนใบหน้าหน้าผมมองไปรอบๆ ผมถูกอุ้มโดยผู้คนหนึ่งเธอคนนี้มีเรืองยาวสีดำสนิทมีดวงตาสีฟ้าจนน่าหลงใหล และมีหูแหลมเธอนำผ้ามาห่อตัวผมไว้ก่อนจ้องมองผมอย่างพิจารณา แล้วทันใดนั้นก็มีน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วอ่อนเพรียแต่แผงไปด้วยความอ่อนโยนดังขึ้น
“ลูกเราเป็นยังไงบ้าง เฟย์?”หญิงสาวที่ดูเหนื่อยล้าเอ่ยถามหญิงสาวที่อุ้มเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขน
“ลูกของท่านสุขภาพแข็งแรงดีคะ! ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ!”หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าเอ่ยอย่างดีใจพร้อมค่อยๆ ส่งเด็กน้อยให้กับหญิงสาวที่อยู่บนเตียง เธอรับพร้อมจ้องมองด้วยสายตาอันอ่อนโยน
“เด็กคนนี้เป็นเพศชายค่ะ! ดิฉันขอไปตามคุณผู้ชายเข้ามาในห้องก่อนนะค่ะ!”เธอกล่าวจบพร้อมออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงสองแม่ลูกตามลำพัง ไม่นานนักประตูห้องได้เปิดออกอีกครั้งพร้อมเสียงของชายคนหนึ่งมาแต่ไกล
“เซริก้า! ลูกเราเป็นยังไงบ้าง?!”ด้วยเสียงอันดังทำให้ทารกน้อยสะดุ้งโยง จนหญิงสาวต้องค้อนตาตำหนิคนที่เข้ามาใหม่
“พอล! อย่าเสียงดังนักสิ ลูกเราตกใจนะ โอ้ๆ ไม่เป็นไรนะ”เธอกล่าวพร้อมตำหนิ
“ขอโทษจ้าที่รัก ก็ผมเป็นห่วงนิ…”ชายที่ชื่อพอลกล่าวเสียงเศร้า
“โถ่พ่อคุณ ม่ะ เข้ามานี้สิมาดูลูกของเรา”เซริก้าเอ่ยชวนให้เข้าดู พอลที่ได้มองลูกชายของตนก็มองดูอย่างอ่อนโยน
“ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลเหมือนคุณเลยนะเซริก้า…”พอลกล่าวอย่างอ่อนโยน
“ค่ะ ใบหน้าของเค้าเหมือนคุณมากเลยคะ สีผมของเค้าก็ขาวบริสุทธิ์เหมือนกับคุณ เราตั้งชื่อเค้าว่าอะไรดีค่ะ?”
“โรแลนด์ ชื่อนี้ดีไหม เซริก้า?”
“ค่ะ! ชื่อของลูกคือ โรแลนด์ เอสดีมาย มาเทสเนีย”เซริก้าก้มไปมองเด็กน้อย
“ฮ้าย~”เด็กน้อยตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มที่ทำเอาผู้ใหญ่หลายๆคนหลงได้เลยที่เดียว
มุมมองของทารกน้อย
ดูเหมือนพวกเค้าทั้งสองคนจะเป็นท่านพ่อ ท่านแม่ของผมสินะ ท่านแม่ของมีเรืองออกไปทางสีเทาดวงตาของท่านมีสีฟ้าน้ำทะเล เรียกว่าเป็นหญิงสาวที่ใครๆก็หลงแน่นอน ผมไม่ยอมให้ใครมาแตะท่านแม่ของผมและพ่อแน่ ส่วนท่านพ่อของผมน่ะเหรอ ท่านมีลูกร่างกำยำ กล้ามเป็นมัดๆ ผมสีขาวบริสุทธิ์ ท่านพ่อคงเป็นคงเป็นนักดาบสินะ มือหยาบเชียว ด้วยใบหน้าของท่านพ่อนี้จัดว่าหนุ่มหล่อเลยทีเดียว ต้องกันท่านพ่อให้ออกห่างสาวๆสักแล้วในอนาคตเดี๋ยวมาแย่งไปจากท่านแม่อันเป็นที่รัก
จะว่าไปตอนนี้ผมไม่ใช่ ยามาโมโตะ เซกิ แล้วแต่เป็นคนใหม่ที่มีชื่อ โรแลนด์ เอสดีมาย มาเทสเนีย เท่าที่ฟังจากชื่อดูเหมือนครอบครัวผมจะเป็นขุนนางนะ จะยังไงก็ชั่งขอบคุณนะครับ พระเจ้า!
มุมมองเฟย์
วันนี้เป็นวันที่น่ายินอย่างมากค่ะ! เพราะในที่สุดสิ่งที่นายหญิงเฝ้าคอยก็เป็นจริง นายหญิงของเราอยากมีบุตรมานานแล้ว และที่สำคัญในที่สุดพวกเราทุกคนก็มีนายน้อยแล้ว! ตอนนี้ดิฉัน เฟย์ อัสเตรีย หัวหน้าเมดดีใจอย่างมากค่ะ! และ ดิฉันเชื่อว่าทุกๆคนในเมืองและในคฤหาสน์หลังนี้ต้องดีใจมากๆแน่ค่ะ แต่ตอนนี้ดิฉันต้องไปเตรียมอาหารที่ประโยชน์ให้ท่านหญิงก่อน เพราะท่านอ่อนเพรียมากต้องได้รับสารอาหารเยอะๆ
แต่ก่อนหน้านี้แต่ดิฉันสบตากับนายน้อย ดิฉันรู้สึกหลงไหลในตัวของเค้าอย่างมาก… เอ้ะ! หรือฤดูใบไม้ผลิของดิฉันจะมาถึงแล้วหรือค่ะ! แ-ตต่ดิฉันเป็นเอลฟ์อายุ 100+ การที่มาหลงรักเด็กมนุษย์อายุไม่ถึงวัน! นี้ดิฉันเป็นพวกเคี้ยวหญ้าอ่อนยังนั้นเหรอคะ~?!!
มุมมองของพอล
เราคือ พอล เอสดีมาย มาเทสเนีย เราเป็นดยุคแห่งเมืองมาเทสเนีย ถึงเราจะเป็นดยุคแต่เมืองที่เราปกครองนั้นไม่ได้เป็นของเรา แต่เดิมเราเป็นเพียงแค่อัศวินหลวงเท่านั้น แต่เราได้พบรักกับบุตรีของดยุคแห่งเมืองมาเทสเนีย ในคร่าพวกเราทั้งสองต่างถูกขัดขวางจากทุกคนรวมถึงพ่อตาเพราะเดิมทีเราเป็นเพียงอัศวินเท่านั้นแต่แค่นั้นไม่อาจหยุดความรู้สึกของเราได้หลอก ด้วยความพยายามเราไต่เต้าจนเป็นอัศวินระดับสูงสุดและได้รับการยอมรับจากทุกคน รวมองค์ราชาของเราด้วย ชีวิตคู่ของเราดำเนินไปอย่างหวานชื่น จนวันที่เราเฝ้ารอคอยได้มาถึง วันนี้คือวันที่บุตรชายของเราได้ถือกำเนิดขึ้นมา ตอนแรกเรากังวลมากๆ จนโดนไล่ออกมารอข้างนอกโดยเฟย์นั้นเอง หลังจากนั้นไม่นานเราก็ถูกตามให้เข้าไปในห้องได้ถึงจะโดนดุก็เถอะ เมื่อเราได้สบตากับลูกของเรา ดวงตาของเค้าแสดงถึงความกล้าหาญ หน้าตาของเหมือนกับเราครั้งตอนเรายังเด็กสีดวงตาเหมือนกับแม่ของเค้าเซริก้า จากที่ดูในอนาคตลูกของเราคงมีคนมาเกี่ยวพันเยอะแน่ๆ สงสัยต้องเตรียมรับมือพวกขุนนางที่หวังเอาผลประโยชน์จากลูกของเราด้วยล่ะนะ เอาเถอะตอนนี้ขอนั่งเล่นกับลูกก่อนล่ะกัน~
มุมมองของเซริก้า
ตัวเรามีชื่อว่า เซริก้า เอสดีมาย มาเทสเนีย แต่เดิมเราเป็นเพียงลูกค้าดยุคธรรมดา ไม่มีความสามารถอะไรจนกระทั้งเราพบรักกับพอล ท่านพ่อขัดขวางเราเพราะว่าพลอน่ะเป็นแค่อัศวินไม่มีทางปกป้องเราได้ เรานี้เลยเริ่มฝึกเวทย์อย่างเอาเป็นเอาตายจนได้ตำแหน่งจอมเวทย์สูงสุดประจำราชวงศ์ เช่นเดียวกันเราตกใจมากที่พอลก็กลายเป็นอัศวินสูงสุดของราชอาณาจักร ทำให้ไม่มีใครขัดขวางการแต่งงานของเราได้ พวกเราทั้งสองอยู่กินกันอย่างมีความสุขที่เมืองมาเทสเนียเนืองจากท่านพ่อสละตำแหน่งเจ้าเมืองส่งต่อให้พอล เรื่องนั้นพักไว้ก่อนล่ะกัน~
เพราะวันนี้เป็นวันที่ลูกคนแรกของเราเกิดขึ้นมายังไงล่ะ! ลูกของเราชั่งมีใบหน้าหล่อเหรายิ่งนัก แววตาที่ดูการกล้าหาญนั้นที่ทำให้เฟย์จ้องมองอย่างยาวนานจนเราต้องทัก ลูกเรานี้ร้ายม่เบาจริงๆ นี้พึ่งเกิดมาไม่ถึงวันนะเนี้ย สงสัยในอนาคตคงมีสาวๆเยอะมาเกี่ยวพันเยอะแน่ๆ เราคงต้องสอนลูกให้อ่อนโยนกับผู้หญิงเข้าไว้เพราะผู้ชอบผู้ชายแข็งแกร่งและต้องอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน แต่ถ้าลูกพาสาวมาล่ะก็ท่านแม่ผู้นี้คงต้องขอตรวจสอบหน่อยล่ะนะ~
มุมมองพระเจ้าที่เฝ้าดูตลอดเวลา
ดูเหมือนการตัดสินใจของเราจะไม่ผิดสินะ ที่ให้พรเด็กคนนั้นไปเยอะขนาดนี้ ในคร่าแรกที่เราพบเค้าเราคิดว่าเค้าสติแตกเหมือนคนอื่นแน่ๆ แต่ผิดคาดเด็กคนนั้นใจเย็นและตัดสินใจอย่างลอบครอบ ในอนาคตเค้าต้องทำอะไรสนุกจนเราไม่เบื่อแน่ๆ ความผิดของเราที่ก่อนขึ้นจนทำเค้าตายจริงๆไม่น่าได้รับการให้อภัยเลยจริงๆ แต่เด็กคนนี้กลับไม่คิดอะไรแถมยังบอกว่ามันแก้ไขอะไรไม่ได้จะสนไปทำไม ชั่งเป็นคนที่เหตุผลจนน่ากลัวเลยที่เดียว ดูเหมือนเทพตนอื่นๆนอกจากพระเจ้าอย่างเราก็สนใจเค้าเหมือนกัน โดยเฉพาะเหล่าเทพธิดาทั้งหลาย… หวังว่าคงไม่ไปอวยพรอะไรแปลกๆนะ เอาเถอะ…
‘ในนามแห่งพระเจ้าเราควรพรให้เจ้าพบกับชีวิตที่ดีและเต็มไปด้วยความสุข’