บทที่ 4 ช่วยตามหาคนเมื่อคืนนั้นหน่อยสิเพื่อนรัก

1811 คำ
ผ่านวันหยุดสุดสัปดาห์ วันนี้เป็นวันที่พริกหวานจะต้องมาทำงานแล้ว โดยที่เธอเองยังคิดไม่ตกเลยว่าจะสู้หน้าธชาอย่างไร ติ๊งง! หลังจากลิฟต์มาถึงเธอก็เดินเหม่อลอยเข้ามาโดยไม่ได้มองด้วยซ้ำว่ามีใครอีกคนที่ยืนอยู่ในลิฟต์ก่อนหน้านั้น ทางด้านประธานบริษัทที่ตั้งใจเข้ามาบริษัทเช้ากว่าปกติเพราะอยากเห็นหน้าเพื่อนกึ่งเลขาในฐานะใหม่ที่ตัวเองสถาปนายกย่องให้เป็นเมียโดยที่คนตัวเล็กยังไม่รู้ตัว ก็ต้องรีบลุกจากเตียงนอนเพราะคิดถึงคนตัวเล็กไม่ไหว แล้วก็ได้เจอจริงๆ แต่ดูเหมือนว่าคนตัวเล็กของเขาจะสติล่องลอยไปไกลเสียแล้ว เพราะตั้งแต่ลิฟต์เปิดจนลิฟต์ปิด เขาเห็นเธอเดินใจลอยเข้ามาในลิฟต์ยืนนิ่งอยู่แบบนั้น ชั้นประจำที่จะขึ้นก็ไม่แม้แต่จะกด จนตอนนี้ลิฟต์มาหยุดชั้นบนสุดสักพักแล้ว เธอก็ยังไม่มีทีท่าจะเดินออกจากลิฟต์ ทำให้ธชาต้องจับมือบางจูงออกมาจนถึงห้องในทำงาน พาเธอมานั่งที่โซฟา โดยที่คนตัวเล็กก็เดินตามมาอย่างว่าง่ายคล้ายกับคนละเมอ พริกหวานที่มัวแต่คิดหาวิธีรับมือกับธชาคิดยังไงก็ยังคิดไม่ตก ไม่รู้เลยว่าตัวเองเข้ามานั่งในห้องทำงานได้ยังไง จนได้สติเพราะรู้สึกเหมือนมีอะไรมาปัดป่ายที่แก้ม ก่อนจะกะพริบตาถี่ๆ ตาเบิกโพลงให้กับคนตัวโตตรงหน้าที่มองกันอยู่ ธชาที่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังจากเมื่อกี้อดใจไม่ไหวแอบหอมแก้มคนตัวเล็กโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ "เตี้ย มึงเหม่อมาก... วันนี้เป็นอะไรวะ! ไหนบอกกูสิ มึงรู้ตัวไหมว่ามึงไม่ได้สติเลยตั้งแต่ที่เข้ามาในลิฟต์ ขนาดกูจับมือจูงมึงเดินเข้ามาจนถึงที่นี่มึงก็ยังไม่รู้ตัวเลย แล้วถ้าเป็นคนอื่นพาไปปล้ำมึงจะทำยังไงห๊ะ!!" "เห้ย!! ชะ...ชา มาได้ไง เอ๊ะ..แล้วเราเข้ามาได้ไงอ่ะ" พริกหวานที่เพิ่งรู้ตัวว่าเข้ามานั่งในห้องทำงานคนตัวโต ยิ่งได้เจอหน้าคนที่พาให้คิดไม่ตกก็ทำหน้าตาเลิ่กลั่ก ร่างบางผุดลุกจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว พรึบ!! "เอ๊ย!!ไอ้ชา ทะ..ทำบ้าอะไรวะ" พริกหวานที่ถูกธชาจับดึงเข้ามาหาตัวเองโดยที่เธอไม่ได้ตั้งตัวก็ขึ้นมานั่งบนตักคนตัวโตไปอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวแถมยังถูกคนตัวโตอุ้มเปลี่ยนท่ามานั่งคร่อมหันหน้าเข้าหากันด้วยท่าทางล่อแหลม เต้าอวบเกินตัวบดเบียดอกแกร่งอย่างไม่ตั้งใจ มือหนายิ่งโอบรัดเอวบางไว้แน่นจนไม่มีช่องว่าง ร่างสูงสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นจากเนินทรวงที่ถูกกั้นเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวกับชุดชั้นในไร้โครงเท่านั้น "ชาต้องถามว่าเธอเป็นอะไรมากกว่าถึงได้อยู่ในสภาพเหม่อลอยขนาดนี้” เสียงทุ้มกระซิบถามข้างใบหู มันใกล้เสียจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวพาหญิงสาวสั่นสะท้าน ยามคิดไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้น “ทำไม หืม..เดี๋ยวนี้เตี้ยมีความลับกับชาหรอ " น้ำเสียงของคนตัวโตยังคงนุ่มทุ้มชวนให้เคลิ้มแล้วยังคำที่ใช้เรียกใหม่นั่นอีก ตอนนี้ทั้งเธอและธชาใกล้กันมาก อีกนิดก็จะได้จูบปากกันแล้ว ลมหายใจผ่าวร้อนรินรดแก้มนวลที่ตอนนี้ขึ้นสีชมพูระเรื่อจนเห็นได้ชัด "อะ..ไอ้ชา เป็นบ้าอะไร ปล่อยกูนะเว้ย " พริกหวานที่นั่งอยู่ในท่าลามก กระโปรงพีชสั้นแค่หัวเข่าเปิดออกมาจนเห็นขาเรียวสวย มือหนาเปลี่ยนมาเป็นช้อนก้นตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ แถมยังบีบเคล้นอย่างมันมืออีก มือบางยกขึ้นดันใบหน้าคมที่ก้มลงเรื่อยๆ จนได้กลิ่นลมหายใจสะอาด เธอดันหน้าคมให้ออกห่างก่อนที่อะไรๆ มันจะเลยเถิด แล้วไอ้เพื่อนตัวดีจะจับได้ว่าเธอคือผู้หญิงในคืนนั้น หลังจากที่เธอได้กับมันแล้ว เธอก็เพิ่งรู้ตัวว่าพอมันสัมผัสกันนิดหน่อยร่างกายเธอก็เหมือนกับไฟช็อตเลยทีเดียว อีกนิดเดียวเท่านั้น ถ้าเธอไม่ผลักมันออกเสียตอนนี้เธอคงได้เอากับมันอีกรอบแน่ แล้วคงเป็นเธอเองที่โป๊ะแตกเผยตัวเองออกมา "ชาแค่จะถามมึงว่าตกลงเธอหาผู้หญิงคนนั้นเจอหรือยัง” ตาคมจ้องใบหน้านวลที่ตอนนี้ขึ้นสีอย่างเห็นได้ชัด “แล้วเป็นอะไรทำไมตัวเธอสั่นๆ ไม่สบายเหรอ" ธชาที่รู้ดีว่าคนตัวเล็กเป็นอะไรก็ไม่วายเย้าแหย่อีก น้ำเสียงแหบพร่าถามกระเส่าชิดข้างแก้ม พริกหวานไม่รู้เลยว่าตัวเองหน้าแดงและน่าแกล้งขนาดไหนในสายตาคนตัวโต "เอ่อ..กูยังสืบไม่ได้เลย กะ...กูขอเวลาอีกหน่อยได้ไหมล่ะ มึงจะรีบอะไรขนาดนั้นวะ แล้วจะปล่อยได้หรือยัง อื้อ..ไอ้บ้าจะทำอะไรมันจั๊กจี้" พริกหวานเอ่ยถามเสียงแผ่วเบาใบหน้างามหลบเลี่ยงจมูกโด่งที่ปัดป่ายข้างแก้มไล่ต้อนไม่หยุด ร่างบางยังคงดิ้นขยุกขยิกอยู่บนตักแกร่งทำให้สิ่งที่อยู่ใต้กางเกงของคนตัวโตนูนแข็งออกมา ธชาแทบอดใจไม่ไหวกลิ่นหอมที่คุ้นเคย ร่างกายที่เคยได้สัมผัสจนอยากจะจับคนตรงหน้ากระแทกเสียให้ยับซะตอนนี้เลย "ธชา มะ..มึง มีอารมณ์เหรอ มึง ปะ..ปล่อยกูเดี๋ยวนี้เลยนะ ไอ้บ้ากาม" ทันทีที่เธอสัมผัสได้ว่าใต้กางเกงของคนที่เธอนั่งคร่อมตักอยู่นั้นมันกำลังขยายจนเธอรู้สึกได้ แล้วมันก็เคยทำเธอเจ็บมาแล้วเพราะขนาดของมัน "เออ..แล้วถ้าชาบอกว่าชามีอารมณ์ล่ะ เธอจะทำอย่างไร หืม.." คนตัวโตแกล้งเป่าลมชิดใบหูทำเอาร่างบางสั่นสะท้านขนอ่อนตั้งชัน "อะ..ไอ้บ้า" พริกหวานที่ดิ้นหลุดจากตักอย่างง่ายดายเพราะธชาปล่อยมือจากเอวก็รีบลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองทันทีโดยไม่แม้แต่หันมามองธชาแม้แต่น้อย "หึ! ชอบหนีตลอดอ่ะเรา...” ร่างสูงส่ายหน้ายามเห็นเลขาตัวเล็กลุกลี้ลุกลนไปนั่งโต๊ะทำงาน “แล้วอย่าลืมหาตัวผู้หญิงคนนั้นให้ด้วยนะ" ธชาส่งเสียงทุ้มไล่ตามหลังเลขา ก่อนลุกออกไปห้องน้ำจัดการปลดปล่อยอารมณ์ ทั้งที่ใจจริงอยากจะจับยัยเตี้ยของเขากระแทกจะแย่แค่ไหนก็ตาม แต่ก็ต้องเล่นตามที่ยัยเตี้ยบอกไปก่อน รอถึงครั้งหน้าก่อนเถอะเธอโดนยับแน่ จะเอาให้ลุกจากเตียงไม่ขึ้นเลยทีเดียว หลังจากผ่านมาหนึ่งอาทิตย์ความอดทนของธชาก็หมดลง เพราะยัยเตี้ยของเขามัวแต่หลบหน้ากัน พูดกับเขาน้อยลงกว่าเดิมแถมยังเหมือนจะไม่อยากให้เขาเข้าใกล้เธออีก ‘เปลี่ยนไป’ ยัยเตี้ยของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดไม่ได้การล่ะ เขาต้องคุยให้รู้เรื่อง ในเมื่อไม่ยอมเข้าใกล้กันและยังคิดจะหลบหน้ากันไปอย่างนี้เขาก็จะบอกเองว่าเขารู้แล้วว่าคืนนั้นผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ดูสิยัยเตี้ยของเขาจะทำหน้ายังไง "เตี้ย! วันนี้แวะไปซื้อของด้วยกันหน่อยสิ" ธชาที่ยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเลขาที่ดูตั้งใจทำงานเสียเหลือเกิน นอกจากจะทำตัวให้ยุ่ง หลีกเลี่ยงการพูดคุยกับเขาแล้ว เวลาพูดด้วยทีก็ไม่ค่อยจะสบตา เหมือนคนมีความลับ 'หึ!! คงกลัวว่าความลับตัวเองจะแตกละสิ ยัยเตี้ยเอ๊ย..' แล้วดูตอนนี้สิหน้าตาเลิ่กลั่กไม่ไหว อยากบีบแก้มแดงๆ นั่นเสียเหลือเกิน "ห๊ะ..ชา มึงว่าอะไรนะ" "ช่วงนี้มีปัญหาอะไรเปล่า วันนี้เธอดูไม่ค่อยมีสมาธิเลย หรือชาให้งานเธอหนักเกินไป บอกชาได้นะหรือจะให้ชาหาผู้ช่วยมาให้ก็บอก ชาไม่อยากให้เธอเหนื่อย" ธชาเอื้อมมือมาจับปลายผมที่ปริวปิดใบหน้าหวานทัดหูให้กับคนตัวเล็ก ความอ่อนโยนที่ได้รับทำเอาพริกหวานหน้าแดงขึ้นอีกเป็นเท่าตัว "เห้ย..ไม่ต้องๆ กูทำได้ งานที่มึงให้ก็ไม่ได้หนักอะไรเสียหน่อยแล้วเมื่อกี้มึงว่าอะไรนะ จะชวนกูไปไหน" พริกหวานที่ทำอะไรไม่ถูกที่อยู่ๆ ธชาก็เข้ามาถึงเนื้อถึงตัว ความวูบวาบก่อเกิดทันทีหลังจากธชาสัมผัส เป็นแบบนี้ไง เป็นอย่างนี้อีกแล้วเพราะแบบนี้ไงเธอถึงต้องคอยหลบหน้าธชามาโดยตลอด เพราะว่าถ้าเข้าใกล้ทีไรเธอจะมีอาการแปลกๆ อยู่เรื่อย บางทีเธอก็อยากจะเข้าไปสัมผัสตัวของธชาเหมือนคืนนั้น คืนที่เธอลืมเองก็ไม่ลงมาจนถึงตอนนี้ "ไปซื้อของกับชาหน่อย" "ไม่ไป" "เป็นไร แค่จะชวนให้ไปเลือกของขวัญให้แม่เอง เธอก็รู้ว่าอีกสองวันจะถึงวันเกิดแม่แล้ว" "อ่อ..เอ่อ.. ไปก็ไป กูลืมขอโทษทีนะ แล้วจะออกไปตอนไหน" "ตอนนี้" พูดจบธชาก็ดึงคนตัวเล็กก่อนจะหยิบกระเป๋ามาถือเองมือหนาจับมือคนตัวเล็กเดินออกจากห้องทำงานไปทันที "ชา ไม่ต้องจับมือก็ได้ กูเดินเองได้ไม่ได้จะหลงสักหน่อย" หลังจากที่ ธชาพาเธอมาที่ห้างก็ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยมือ หลังจากที่ยื้อยุดกันมาตั้งแต่ตอนเดินลงจากบริษัทแล้ว พนักงานที่เห็นต่างก็มองกันที่พวกเขาเป็นตาเดียว พรุ่งนี้เธอคงได้กลายเป็นหัวข้อสนทนาในวงข้าวแน่ๆ "ชาไม่ได้กลัวเธอหลง แต่แค่ไม่อยากปล่อย มีไรไหมคะ" ธชาหันมายักคิ้วด้วยใบหน้ากวนๆ ก่อนจะพาเธอเดินเข้ามาที่ร้านเพชรของเพื่อนคุณแม่เธอ ‘ไอ้บ้า! พูดจาคะขาอีกแล้ว รู้ไหมว่าคนฟังใจสั่นขนาดไหน’ พริกหวานยกมือที่ว่างกุมหน้าอกข้างซ้ายที่มันกำลังเต้นรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เท้าเล็กๆ ก้าวตามคนตัวโตที่เดินช้ากว่าเดิมมาก
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม