ไร้ใจ 1
มาเฟียไร้ใจ
ไร้ใจ 1
ในเมืองที่เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องขึ้นซ้อนกันจนแทบหาช่องว่างไม่ได้นี้ ผู้คนที่เดินสวนกันไปมาตามข้างถนนไม่ได้สนใจต่อสิ่งรอบข้างเท่ากับสิ่งที่ตนเองต้องการ ไม่มีใครสนใจใครทั้งนั้น
ในบรรดาตึกสูงเสียดฟ้าเหล่านั้นมีอยู่ตึกนึงที่สูงโดดเด่นสะดุดตา เจ้าของตึกสูงนี้คือ เพิร์ซ ชายหนุ่มรูปร่างสูงอีกทั้งหน้าตาที่สมส่วนราวกับปั้นแต่งนั้นเป็นที่สะดุดตาใครต่อใครที่ได้พบเห็น แต่ใครจะรู้ว่าหน้าตาหล่อเหลาที่เรียบนิ่งดังน้ำลึกนี่ซ่อนอะไรอยู่นอกจากผู้ที่เคยได้สัมผัสมัน
เพิร์ซ ประธานบริษัทส่งออกสินค้าชื่อดังอย่าง บริษัท PL Group คนทั่วไปต่างรู้จักเขาในสถานะนั้น แต่ใครจะล่วงรู้ถึงเบื้องหลังของเขาที่เอาบริษัทส่งออกสินค้าบังหน้า จริงๆแล้วเพิร์ซมีธุรกิจเทาเข้มอีกสองอย่างในมือคือคาสิโน และ ค้าอาวุธ ไม่มีใครในเมืองนี้อยากจะเป็นศัตรูกับเขาถ้ายังรักตัวกลัวตาย
" แด๊ดดี๊ ตื่นรึยังงงงง "
" ตื่นๆๆๆ เดี๋ยวไปโรงเรียนสาย แด๊ดดดดด "
" อื้มมม แด๊ดตื่นแล้ว ลงไปรอข้างล่างกันก่อนนะ "
" รับทราบ " สองเสียงประสานตอบรับผู้เป็นพ่อของตัวเองพร้อมกันก่อนที่จะพากันวิ่งลงไปยังชั้นล่าง
เพิร์ซลุกจากเตียงนอนหลังใหญ่ก่อนจะพาตัวเองมายืนอยู่ในห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัวให้เสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็เดินลงมาที่ห้องทานอาหารเพราะว่าตอนนี้ลูกๆนั่งรอทานข้าวเช้าอย่างพร้อมหน้าแล้ว
ใช่ เพิร์ซ มีลูกแล้วอีกทั้งยังเป็นลูกแฝดสามอีกด้วย แต่ถ้าคิดว่าเพิร์ซมีภรรยาด้วยคงต้องตอบว่าไม่ใช่...เพราะว่าแม่ของเด็กทั้งสามเสียไปตอนที่คลอดพวกเขาแล้วเมื่อห้าปีก่อน เขาเลยเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวอย่างเต็มตัวตั้งแต่ตอนนั้น ถ้าถามว่าเขาเสียใจไหมที่แม่ของทั้งสามตายจากก็คงต้องบอกว่าเสียใจ แต่ไม่มีเวลาให้เศร้าโศกเพราะว่าลูกทั้งสามไม่มีใครดูแลได้เท่าพ่อแบบเขาเท่านั้น
" ทานข้าวกันเถอะ "
" ครับ "
เพซ แฝดชายคนพี่ ที่ถอดแบบเขามาแทบทุกส่วนไม่ว่าจะเป็นหน้าตารวมไปจนถึงนิสัยใจคอ โดยเฉพาะท่าทางนิ่งๆไม่ค่อยพูดที่ดูจะโตเกินวัยของเด็กห้าขวบไปมากนั่น ทำให้เวลาที่เพซไม่พูดน้องอีกสองคนก็จะกลัวๆเพซขึ้นมา
" คร๊าบบบบบ แด๊ด "
พอล แฝดชายคนกลาง ดื้อและแสบที่สุดในบรรดาพี่น้องทุกคนก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าหน้าตาจะเหมือนกับเพซแต่แค่อ้าปากพูดทุกคนก็สามารถแยกทั้งสองออกจากกันได้ทันที เพราะว่าเจ้าคนกลางพูดจ้อได้ทั้งวัน
" ค่ะ แด๊ดดี๊ "
เพิร์ล แฝดหญิงคนน้อง เห็นว่าเป็นผู้หญิงแต่ก็แสบใช่ย่อยคงเป็นเพราะว่าอยู่แต่กับพี่ชายเลยได้มีนิสัยแสบตามพี่คนกลางมา แต่ที่เก่งเกินพี่น้องคนไหนคงเป็นเรื่องการกิน กินเก่งโดยเฉพาะขนมหวานทุกชนิด
หลังจากที่ทั้งสี่คนทานข้าวเช้าเสร็จเรียบร้อยเด็กทั้งสามก็พากันเดินไปขึ้นรถมินิแวนเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียนตามปกติ ถึงแม้ว่าเพิร์ซจะมีธุรกิจในความดูแลเยอะแค่ไหน แต่ที่เพิร์ซไม่ลืมให้ความสำคัญเลยเป็นอันดับหนึ่งก็คือลูกแฝดสามของเขา เพราะเขาตั้งใจที่จะเลี้ยงทั้งสามให้ดีที่สุดเท่าที่พ่อคนนึงจะเลี้ยงได้
โดยที่เขาจะตื่นเช้าเพื่อทานข้าวและไปส่งที่โรงเรียนทุกวัน รวมถึงไปรับกลับบ้านตอนเย็นแต่ถึงแม้บางวันอาจจะไม่ได้นั่งทานข้าวเย็นด้วยกันบ้างแต่ก็แค่ส่วนน้อย เพราะว่าส่วนใหญ่จะเคลียร์งานได้ทันหรือถ้ามีงานเร่งก็จะอยู่ทานข้าวเย็นและออกไปทำงานต่อเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เด็กทั้งสามเข้าเรียนแล้ว
เห็นเพิร์ซอยู่คนเดียวแบบนี้คิดว่าไม่มีใครอยากจะเข้ามาเป็นภรรยาใหม่ใช่ไหม?
บอกเลยว่าคิดผิด
เพราะว่ามีผู้หญิงมากหน้าเสนอตัวเข้ามาให้เข้าทุกวันเพื่อที่จะอยากเป็นนายหญิงของ PL Group แต่เพิร์ซไม่สนใจใครทั้งนั้นเพราะเขาคิดว่าไม่มีใครรักลูกทั้งสามของเขาได้เท่าตัวเขาเองอีกแล้ว
และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ...
ลูกทั้งสามของเขาน่ะแสบที่สุดเข้ารู้เรื่องนั้นดี
เพราะทุกครั้งที่มีผู้หญิงพยายามจะเข้าหาเขาหรือว่าพยายามจะมาแทนที่แม่ของแฝดสาม ผู้หญิงเหล่านั้นไม่เคยอยู่ใกล้เขาและแฝดได้เกินสามวัน
ตัวเขาเองก็ไม่ได้เดือดร้อนที่ไม่มีใครเคียงข้างกาย
เพราะแค่เขามี เพซ พอล เพิร์ล แค่นั้นชีวิตเขาก็มีความสุขแล้ว
" เดี๋ยวตอนเย็นแด๊ดมารับนะคะ " เพิร์ซหันไปคุยกับลูกสาวคนสวยของตนก่อนจะยกมือหนาขึ้นลูบกลุ่มผมนิ่ม
" แด๊ดฝากดูแลน้องๆด้วยนะครับ " แล้วก็หันมาบอกพี่ชายคนโต ก่อนที่จะบอกประโยคถัดไปกับตัวแสบประจำบ้าน
" ส่วนเราอย่างดื้อมาก แล้วก็อย่าพาน้องซน พี่เพซเขาเหนื่อย เข้าใจไหมครับ "
" รับทราบ " เป็นสองคนที่ประสานเสียงตามเดิม ส่วนพี่ชายคนโตแค่พยักหน้าเบาๆเป็นการเข้าใจ
พอเห็นว่าทั้งสามเดินเข้าไปในโรงเรียนเรียบร้อยรถมินิแวนคันหรูก็เคลื่อนตัวออกจากหน้าโรงเรียนเอกชนทันที มุ่งหน้าไปที่ตึกสูงใจกลางเมืองเพื่อทำหน้าที่ประธานบริษัทต่อทันที
" บอกทุกคนให้เตรียมประชุมได้ ท่านประธานจะถึงบริษัทในอีก 15 นาที " เคย์ ลูกน้องคนสนิทโทรไปบอกให้ทางเลขาจัดการเตรียมการประชุมรอเพิร์ซระหว่างที่กำลังเดินทางไป
" ทางคาสิโนแจ้งมาว่าวันนี้มีคนโกง แต่ทางเราจับตัวไว้ได้แล้วครับ " เบน ลูกน้องคนสนิทแจ้งเรื่องเกี่ยวกับคาสิโนให้เพิร์ซฟังตามปกติ
" บอกไปว่าตอนเที่ยงฉันจะเข้าไปจัดการเอง พาไปไว้ที่ Pink room ซะ " เพิร์ซยกยิ้มร้ายออกมาเมื่อพูดถึงห้องนั้น ทำเอาเคย์กับเบนได้แต่เบี่ยงหน้าหนีเมื่อนึกถึงชะตากรรมของคนโชคร้ายคนนั้น
" ออกไป เอากระเป๋าแกไปด้วย " เจ้าของห้องเช่าเดินเอากระเป๋าของเธอมาโยนไว้หน้าประตูทางเข้าก่อนออกปากไล่
" อย่าไล่หนูออกเลยนะคะ หนูสัญญาว่าไม่เกินสามวันจะหาเงินมาจ่ายค่าเช่าให้เจ๊ได้แน่นอน แต่อย่าไล่หนูไปเลยนะคะหนูไม่มีที่ไปแล้ว " เซียเอ่ยขอร้องอ้อนวอนหญิงวัยกลางคนตรงหน้าที่โยนกระเป๋าเสื้อผ้าของเธอออกจากห้องเช่าที่เธอค้างจ่ายอยู่สองเดือนเนื่องจากต้องเอาเงินไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลของย่า
" แกต้องไปวันนี้ เพราะว่าเจ้าของห้องคนใหม่เขาเดินมานั่นแล้ว ไม่มีเงินก็ออกไปซะ อย่ามาเกะกะแถวนี้ "
เมื่อได้ฟังที่ป้าเจ้าของห้องเช่าพูดจบประโยคร่างบางก็หันไปมองสองสามีภรรยาที่เดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าใบใหญ่สี่ใบ คงจะเป็นคนที่มาอยู่แทนเธอ ร่างบางจำใจยอมรับชะตากรรมที่เกิดขึ้นอย่างจำยอม เพราะคงจะไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว ได้แต่ลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งหยิบกระเป๋าของตนมากอดไว้แนบอก
หญิงสาวเดินมาเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง เพราะในเมืองใหญ่แห่งนี้เธอไม่รู้จักใครเลย ทั้งชีวิตของเซียมีแค่ย่าที่เลี้ยงดูเธอมาจนโตกับเบลล์เพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กที่อยู่ข้างบ้านกันเท่านั้น
เหตุผลที่เธอต้องเข้ามาในเมืองก็เพราะย่าล้มป่วยมาทราบหลังจากที่ไปโรงพยาบาลว่าย่าเป็นโรคมะเร็งระยะที่สาม เพราะว่าย่าไม่เคยเอ่ยเลยว่ามีอาการเจ็บป่วยจนล้มพับไปจนต้องพามาส่งโรงพยาบาลแล้วถึงจะได้รู้
เซียเลยต้องเดินทางเข้ามาหางานทำในเมืองใหญ่เพื่อส่งเงินกลับไปให้ย่ารักษาตัว โดยมีเบลล์คอยดูแลย่าให้อยู่อีกทั้งยังคอยส่งข่าวเรื่องการรักษาต่างๆให้เธอได้รู้อยู่ตลอด
ไม่รู้ว่าเดินมานานแค่ไหนจนมาถึงหน้าโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ร่างบางเดินเข้าไปนั่งพักที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนเพราะยังไม่รู้จะเอายังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้ดี ในระหว่างที่กำลังคิดหาทางไปต่ออยู่ๆก็ได้ยินเสียงเด็กดังออกมาจากทางด้านข้างที่น่าจะเป็นประตูทางเข้าโรงเรียน
" จะวิ่งไปไหน ทางนั้นออกไม่ได้นะ " พอลตะโกนถามน้องสาวที่วิ่งไปทางหน้าประตู
" ทำไมจะไม่ได้ ประตูมันเปิดอยู่นี่ไง " เพิร์ลเถียงพอลทันทีเมื่อวิ่งออกมาพ้นประตูโรงเรียน
ร่างบางที่เห็นเด็กผู้หญิงวิ่งออกมาก็ตกใจเนื่องจากเด็กคนนั้นกำลังจะวิ่งลงไปที่ถนนหน้าโรงเรียน โดยที่ตรงนั้นไม่มีผู้ใหญ่หรือคุณครูอยู่เลยสักคน คิดได้ดังนั้นเซียก็รีบลุกวิ่งไปกอดเอาตัวเองบังเด็กผู้หญิงคนนั้นทันที และด้วยความโชคดีที่ตอนนั้นรถคันนั้นไม่ได้ขับมาไวเลยทำให้เบรคทันอย่างหวุดหวิด
ร่างบางตัวสั่นพอๆกับเด็กผู้หญิงในอ้อมกอดที่ตอนนี้เปล่งเสียงร้องไห้ออกมาด้วยความตกใจ เซียค่อยๆอุ้มเด็กเดินเข้ามาที่หน้าประตูโรงเรียนก่อนที่จะย่อตัวลงเพื่อวางเด็กลง แต่เด็กน้อยก็กอดคอเซียแน่นไม่ยอมปล่อยทั้งยังร้องไห้ดังไม่หยุด สักพักมีเสียงร้องไห้อีกเสียงดังขึ้นมาเซียหันไปมองเป็นเด็กผู้ชายเดินเข้ามากอดขาเซียแล้วร้องไห้ออกมาอีกคน
คงเป็นเพราะเสียงร้องไห้ที่ดังประสานเสียงกันของทั้งสองคนเลยเรียกให้คุณครูออกมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เซียเลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้คุณครูฟัง โดยระหว่างนั้นก็มีเด็กผู้ชายอีกคนที่หน้าตาเหมือนกับเด็กผู้ชายที่กอดขาของเธอร้องไห้อยู่เดินมายืนมองอยู่ใกล้ๆ ดูแล้วน่าจะเป็นฝาแฝดเซียคิดในใจ
" นี่มันเกิดเรื่องอะไรกันขึ้น "
TBC.