บทที่ 1
บทที่ 1
“ตูม!!!!!”
เสียงชนของท้ายรถยนต์ ดังสนั่นไปทั่วท้องถนน ก่อนที่ประตูรถทางด้านขวาของรถยนต์สุดหรูที่โดนชนท้ายจะเปิดออกพร้อมกับหญิงสาวร่างบางระหง
เธอวิ่งไปบริเวณหน้ารถแทนที่จะวิ่งมาดูสภาพรถยนต์ของเธอว่ามันเป็นอย่างไร และก็ไม่ได้สนใจสักนิดว่ารถที่มาชนท้ายเธอจะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง!
“ขับรถอะไรของมันวะ!!!” เสียงเข้มหลุดออกจากปากคนชน ถ้าแบบนี้เขาผิดเต็มประตูอยู่แล้ว!
“ผู้หญิงค่ะ ขับรถบ้าอะไร นึกจะเบรกก็เบรก ฝันเจ็บไปหมดเลย โอ๊ย! คุณจะไม่ดูฝันเลยเหรอคะ” หญิงสาวร่างอวบอิ่มที่นั่งอยู่เบาะข้างซ้ายของรถยนต์ยังพูดไม่ทันจบประโยค แต่ชายหนุ่มเจ้าของรถก็เดินจากไปเสียแล้ว
“เดี๋ยวสิ!! ทิ!!” หญิงสาวเรียกให้ชายหนุ่มหันกลับมาดูแขนเธอที่บาดเจ็บจากการกระแทก แต่เขากลับไม่สนใจเธอสักนิด!
เสียงกรีดร้องยังไม่ทันจบ ‘ทิติยะ’ ก็เปิดประตูเดินลงไปดูด้านหน้ารถยนต์ตัวเองและก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ยังไงวันนี้เขาก็ไปไม่ทันประชุมเช้าแน่ ๆ ก่อนจะมองไปรถยนต์ที่ท้ายยุบด้านหน้า BMW รุ่นใหม่ล่าสุด ป้ายยังไม่เปลี่ยนเลย มันน่านักนะ!
“คุณเรียกประกันรึยัง?” หญิงสาวเจ้าของรถยนต์ที่โดนชนท้าย เดินเข้ามาหาเขาด้วยท่าทีเฉยเมยราวกับไม่ทุกข์ร้อน
ชายหนุ่มหันไปมองด้วยความรู้สึกเดือดดาลอยากจะด่าเธอสักหน่อย! แต่พอมองเห็นในอ้อมแขนเธอมีลูกแมวตัวเล็กสีขาวสภาพมอมแมม เขาก็พูดไม่ออกซะอย่างงั้น
เมื่อชายหนุ่มตรงหน้าไม่ตอบคำถามเธอ หญิงสาวก็ไม่คิดจะสนใจเขาอีกต่อไปจึงเดินกลับมาที่รถยนต์ตัวเองเปิดประตูด้านคนขับ วางลูกแมวเอาไว้บนเบาะก่อนจะกดเปิดกระจกและปิดประตูไว้ตามเดิม
“อยู่ตรงนี้ก่อน และพี่จะพากลับบ้าน” หญิงสาวพูดกับลูกแมวตัวน้อยผ่านกระจกที่เปิดอยู่...
“นี่คุณ!!! ไม่คิดจะขอโทษผมสักคำเหรอ!!!!” ทิติยะตวาดออกมาเสียงดัง! จนหญิงสาวสะดุ้งตกใจ
“อย่าเสียงดังสิคุณ แมวจะตกใจหนีไปอีก!” หญิงสาวหันมามองเขาด้วยแววตาไม่พอใจ ก่อนจะขยับผ้าปิดปากที่สวมใส่เล็กน้อย
“คุณขับรถภาษาอะไร! ใบขับขี่คุณนี่ซื้อมาเหรอ! คุณไม่รู้รึไงว่าขับรถประมาทแบบนี้มันทำให้คนอื่นเดือนร้อน และ...” หญิงสาวยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม ก่อนจะถอดผ้าปิดปากออกจากใบหน้า
ทิติยะชะงักค้าง มองตามมือบางที่ยกขึ้นปาดเหงื่อตรงกรอบหน้า ดวงตาคมเข้มจ้องมองดวงตากระปุกกลมโตที่ช้อนสบเข้ากับเขาอย่างไม่ได้นึกเกรงกลัวอะไร
จมูกโด่งเล็กเชิดรั้นบ่งบอกตัวตนได้ดี กลีบปากบางเล็ก คางเรียวรับกับใบหน้ารูปไข่ ดูรวม ๆ ผู้หญิงตรงหน้าจัดว่าเป็นคนสวยจนเจ็บใจ!
“ฉันไม่ได้ซื้อ...และก็ขอโทษด้วยที่ทำให้เสียเวลา” มือบางยื่นมาจับเขาตามธรรมเนียมฝรั่ง
ทิติยะมองตามมือขาวซีด...ขาวอะไรขนาดนั้น ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เคยโดนแดดบ้างหรือเปล่า ก่อนที่เขาจะยกยิ้มเล็กน้อย รูปร่างท่าทางน่าจะเป็นคนหัวสมัยใหม่
“เผอิญ ผม เป็น คน ไทย ไม่ ใช่ ฝรั่ง” ทิติยะกระแทกเสียงใส่อย่างยียวน หญิงสาวไม่ตอบแต่จ้องมองเขาอยู่แบบนั้น
ดูแล้วเธอน่าจะอายุน้อยกว่าชายหนุ่มหลายปี ดูสิ! ว่าเธอจะทำยังไง จะไหว้ขอโทษเขาไหม!
‘แสงเทียน’ ช้อนสายตาขึ้นสบมองชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งเป็นคำตอบ ถ้าเขาอยากจะให้เธอไหว้ขอโทษ แต่เธอไม่รู้จักเขา แค่ขอโทษและรับผิดชอบก็พอแล้ว
ทิติยะเมื่อเห็นปฏิกิริยาของหญิงสาวก็ได้แต่หัวเราะอยู่ในลำคอ คำตอบของผู้หญิงคนนี้มันทำให้เขายิ่งอยากจะรู้จักเธอ
นัยน์ตาดำขลับเรียบนิ่ง ใบหน้านวลลออสะสวยไร้อารมณ์ ไม่แสดงออกว่าโกรธ โมโห หรือรู้สึกดี เราทั้งคู่จ้องกันอยู่เกือบนาที เขารู้...ว่าเธอกำลังท้าทาย
“ทิคะ ทำไมคุยนานจังคะ” คนทั้งคู่ที่ยืนจ้องกันอยู่หันไปมองตามเสียงหวานแหลมที่เอ่ยเรียก
“อ๋อ! อาจเป็นเพราะความโง่งี่เง่าของคนขับรถที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยคุยนานใช่ไหมคะ!!” ผู้หญิงในรถที่มากับเขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับมือบางทาบลงบนท่อนแขนแกร่งเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ
แสงเทียนยกยิ้มมุมปาก เธอเหลือบตาไปมองหญิงสาวคนนั้นไม่วางตาจนผู้หญิงที่เป็นคนพูดจาสุนัขไม่รับประทาน ต้องเป็นอันหลบสายตาไป
แสงเทียนไม่สนใจคนทั้งคู่อีกได้แต่หันหลังไปเปิดประตูรถ และสนใจลูกแมวที่กำลังรอความช่วยเหลือจากเธออยู่ดีกว่า มือบางลูบหัวลูกแมว แม้ใบหน้าเธอจะไม่ยิ้ม แต่ในใจแสงเทียนมีความสุขมาก...
“นี่เธอ! ยังจะมีหน้ามาลูบหัวอีแมวบ้านี่อีกเหรอ! เธอไม่เห็นเหรอว่ารถทิคันละกี่ล้าน! เธอจะรับผิดชอบยังไงไหว!!” น้ำฝนเอ่ยขึ้นเสียงดังเพราะหมั่นไส้ผู้หญิงตรงหน้า ดูดีขนาดนี้ แล้วไหนจะตอนที่จ้องตากันอีก ผู้ชายของเธอจะต้องสนใจมันแน่ ๆ
“คุณเรียกประกันรึยัง ของฉันอีกสักพักน่าจะถึง” แทนที่แสงเทียนจะตอบหญิงสาวหุ่นสะบึ้มนั้นไป แต่เธอกลับเลือกที่จะหันไปคุยกับชายหนุ่มเจ้าของรถคู่กรณีของเธอแทน
ทิติยะยกยิ้มมุมปากอย่างรู้สึกชอบใจหญิงสาวเจ้าของรถคันสีขาว เธอจงใจไม่ตอบและสนใจคำพูดของน้ำฝน
“นี่หล่อน!! กวนประสาทฉันใช่ไหม!!”
“อะไรที่คุณคิดว่าฉันกวนประสาทคุณ...คุณไม่ใช่เจ้าของรถ ฉันก็ไม่จำเป็นต้องเสวนากับคุณ” แสงเทียนตอบออกไปพร้อมกับใบหน้าเนือย ๆ
น้ำฝนปรี่เข้าไปหาเธอ ทิติยะกระชากแขนน้ำฝนกลับมาพร้อมกับมองหน้าเธอแววตาวาวโรจน์ เขาขบสันกรามให้เธอรู้ว่าเขาไม่พอใจเธออย่างมาก
“กลับไป” เสียงเข้มเอ่ยบอกอย่างเด็ดขาด และนั้นก็ทำให้น้ำฝนรีบกลับไปในทันที!
“ฉันไม่รู้ว่าจะเข้าบริษัทก่อนเที่ยงทันไหม...” หลังจากที่ดูละครลิงฉากใหญ่โดยที่พระเอกไล่นางเอกกลับบ้านแทบจะไม่ทัน เธอก็มายืนพิงข้างรถที่ท้ายยุบไปข้างหนึ่ง และกดโทรศัพท์บอกเลขาหน้าห้อง
“รถชนนิดหน่อย รอประกันอยู่...” เธอยังพูดไม่ทันจบประโยคเขาก็ตะโกนแทรกเข้ามา
“นี่คุณ! จะคุยอีกนานไหม!!”
“แค่นี้ก่อนนะ เจ้ากรรมนายเวรตามแล้ว และขอสั่งว่าไม่ต้องบอกใคร” แสงเทียนกำชับเลขาหน้าห้อง
“เชิญคุณทั้งสองคนเซ็นตรงนี้ครับ คุณผู้หญิงรับทราบความผิดนะครับ” แสงเทียนพยักหน้ารับพร้อมกับจรดปลายปากกาลงไปในเอกสารที่ประกันส่งมาให้เธอ