บทที่ 1 : กรงเล็บพญามาร 1
เธอไม่รู้ว่าเส้นทางที่ตัวเองเลือกเดินนั้นผิดหรือถูก แต่เมื่อเลือกที่จะเข้ามาอยู่ในกรงเล็บของพญามารแล้วเธอไม่มีสิทธิ์หันหลังกลับจนกว่าเขาจะเบื่อและเป็นฝ่ายปล่อยเธอไปเอง ถึงแม้บางช่วงเวลา หรือบางช่วงความรู้สึกจะเผลอปล่อยใจหลุดลอยไปกับเสน่ห์เหลือร้ายในยามได้แนบชิดอิงแอบกับเขาไปบ้าง แต่เธอก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องขอความรักความอาทรจากเขานอกเสียจากเขานั้นจะหยิบยื่นให้กับเธอเอง
“อื้ม…”
เสียงหวานครางประท้วงอยู่ในลำคอเมื่อถูกช่วงชิงลมหายใจเนิ่นนานจากจูบเร่าร้อนเอาแต่ใจของคนที่เธอได้ตั้งฉายาให้ว่าพญามารจนแทบจะขาดอากาศหายใจ
“บอกผมหน่อย ว่าคุณคิดถึงผม”
เสียงทุ้มครางต่ำชิดติดใบหูเล็กเป็นภาษาอังกฤษหลังจากที่ถอนจูบเร่าร้อนออกจากกลีบปากนุ่มละมุนอย่างแสนเสียดาย มือใหญ่กระหวัดรัดเอวคอดกระชับเข้าหาตัวจนแนบแน่นไม่มีแม้แต่อากาศจะลอดผ่านระหว่างกันและกัน
นัยน์ตาคมกริบแฝงความร้อนแรงดุจเปลวไฟสีน้ำตาลทองคู่นั้นทอดมองดวงหน้างดงามด้วยความพินิจนิ่งนาน พวงแก้มขาวเนียนตอนนี้แดงก่ำ ดวงตาคมสวยชวนมอง เส้นผมสีดำขลับตรงยาวปล่อยทิ้งเต็มแผ่นหลังนั้นยุ่งนิดๆ ทว่ากลับแลดูเช็กซี่จับใจ
คนที่กำลังถูกมองรู้สึกเหมือนกับตัวเองเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ยืนอยู่ตรงหน้าเขาก็ไม่ปาน เพราะสายตาคู่คมนั้นร้อนแรงราวกับจะฉีก ชุดเดรสสั้นสีดำเปิดไหล่ของเธอออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย มองทะลุไปถึงเรือนร่างได้สัดส่วนของเธอถึงไหนต่อไหนแล้ว ยิ่งใบหน้าหล่อเหลาคมคายก้มต่ำลงมามองตรงเนินอกอวบขาวที่โผล่พ้นเกาะอกและกำลังเบียดอกแกร่งของเขาอยู่ ก็ยิ่งทำให้เธอร้อนรุ่มใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“ฉันคิดถึงคุณค่ะ เกรย์สัน”
เสียงหวานสั่นน้อยๆขณะที่บอกกับเขา ไม่ใช่เพราะกลัวหากแต่เป็นเพราะความรู้สึกที่เธอพูดนั้นออกมาจากใจจริง และเธอรู้ดีว่ามันไม่สมควรอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเกิดความคิดถึงมาเฟียผู้มีอำนาจและทรงอิทธิพลอย่างเกรย์สันที่สาวๆค่อนโลกต่างหลงใหลในรูปร่างสมบูรณ์แบบ และหน้าตาอันหล่อเหลาของเขา ทว่าไม่มีใครได้ครอบครองหัวใจของเขาได้เลยแม้แต่คนเดียวรวมทั้งเธอด้วย
ดวงตาคู่หวานสั่นระริกเมื่อได้สบตาเขาใกล้ๆ ไม่บ่อยนักที่จะมีโอกาสสำรวจใบหน้าหล่อเหลาคมคายโดดเด่นในระยะประชิด ไม่ใช่ว่าเธอกับเขาไม่เคยแนบชิดในระยะใกล้มาก่อน ตรงกันข้ามตลอดเวลาที่ได้ตกลงเซ็นสัญญาเป็นของเล่นของเขามาพักใหญ่ก็มักจะได้อิงแอบกับเขาแทบทุกเดือน เวลาที่เขามาทำธุระในเมืองไทย
หากแต่น้ำทิพย์ไม่กล้าพอที่จะสำรวจใบหน้าของเขาอย่างจริงจังเองต่างหาก นั่นเป็นเพราะไม่ว่าจะคิ้ว ตา จมูก ปาก ที่วางอยู่ในกรอบหน้าคมคายลงตัวล้วนแต่น่ามองชวนลุ่มหลง จนเธอเกรงว่าสักวันจะเผลอลุ่มหลงกับเสน่ห์อันร้ายกาจของเขาเข้า ถ้าหากเป็นเช่นนั้นวันที่เธอถูกเขี่ยทิ้ง จะทำให้เจ็บปวดอย่างแสนสาหัสได้นั่นเอง
“ว๊าย!”
หญิงสาวเผลอหลุดเสียงหวีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ มือใหญ่ก็ตวัดช้อนสะโพกงอนงามของเธอขึ้นมาวางบนเคาน์เตอร์บาร์แข็งแรงที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของเพนท์เฮ้าส์หรูอย่างรวดเร็ว และก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรเสียงหวานก็ต้องถูกกลืนลงไปในลำคออีกครั้งเมื่อริมฝีปากหยักได้รูปร้อนระอุฉกลงมาครอบครองริมฝีปากสีหวานพร้อมตักตวงจูบเธออย่างบ้าคลั่ง ไม่เปิดโอกาสให้ได้ปฏิเสธหรือต่อต้านใดใดทั้งสิ้น
“ฮื้อ!”
เธอพยายามส่งเสียงครางต่อต้านในลำคอเมื่อรับรู้ถึงสัมผัสดิบเถื่อนจากคนที่หิวกระหายเธอปานจะกลืนกิน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาสัมผัสเธอด้วยความเร่าร้อนและเอาแต่ใจ หากแต่เป็นเกือบทุกครั้งที่เขาได้สอนเพลงรักให้กับเธอ เขามักจะตักตวงความสุขสมอย่างหิวโหย แต่ทว่าในขณะเดียวกันก็มอบความสุขสมในแบบเดียวกันให้เท่าเทียมโดยไม่คิดจะเอาเปรียบเธอสักครั้งเดียว
“อดทนหน่อยนะคนดี อีกเดี๋ยวก็จะเสร็จแล้ว”
“ค่ะ คุณเกรย์สัน”
เธอบอกกับเขาอย่างเชื่อฟัง เมื่อร่างกายถูกปลุกเร้าให้ลุ่มหลงไปกับบทเพลงรักไม่เลือกเวลาและสถานที่แบบนี้ หญิงสาวหลับตาลงหลังจากที่เขาถอนจูบออกจากกลีบปากนุ่มของเธอแล้วลากไล้ปากร้อนผ่าวลงมาตามลำคอระหงแล้วขบเม้มให้เกิดความซ่านสยิวเบาๆ
เขาไม่ได้กำจัดอาภรณ์จากเรือนร่างได้สัดส่วนออกไปทั้งหมด แต่เลือกที่จะกำจัดชั้นในตัวจิ๋วเพียงตัวเดียวให้พ้นทางแล้วสอดประสานท่อนล่างกับเธออย่างดุเดือดเร่าร้อน มือเล็กทั้งสองข้างบีบไหล่หนาแข็งแรงของเขาเอาไว้แน่นระหว่างที่เขากระแทกความใหญ่โตเข้าหาเธออย่างรุนแรงและหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่คิดผ่อนแรง
และแทนที่เธอจะถดถอยสะโพกหนีกลับเบียดเข้าหาและรองรับเพลงรักดิบเถื่อนของเขาอย่างไม่คิดเกรงกลัว เพียงไม่นานเขาก็เปล่งเสียงครางต่ำออกมาเมื่อไปถึงอารมณ์หมาย เช่นเดียวกับเธอที่เกร็งกระตุกสองสามทีเมื่อพบพานความสุขเหนือจินตนาการ
………………………………………………
“คืนนี้ผมอนุญาตให้คุณพักที่เพนท์เฮ้าส์ของผมได้นะน้ำทิพย์ ไว้พรุ่งนี้เช้าผมจะให้เอเดนไปส่ง”
เป็นครั้งแรกที่เขาเอ่ยปากอนุญาตเธอแบบนี้ เพราะตามกฎและข้อตกลงแล้วหลังจากที่เขาเสร็จสิ้นภารกิจบนเตียง เธอจะต้องรีบแต่งตัวและเดินออกจากเพนท์เฮ้าส์หรูใจกลางเมืองกรุงนี้ทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้นใดใดทั้งสิ้น โดยที่จะมีการ์ดคนสนิทอย่างเอเดน หรือไม่ก็ เดวิด ขับรถพาเธอกลับไปส่งคอนโดที่เขาได้ซื้อให้
“ไม่ดีกว่าค่ะ เพราะเดี๋ยวฉันมีงานอื่นต้องไปทำต่อ”
จริงอยู่ที่คำเชิญชวนของเขานั้นดูน่าสนใจ และถือเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ทว่าเธอกลับเลือกที่จะปฏิเสธอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด ทั้งนี้ก็เพราะความเมตตาของเขานั้นดูจะเป็นเพียงการพูดตามมารยาทเท่านั้น ไม่ได้มีความรักหรือความห่วงใยอยู่ในนั้นเลย และอีกอย่างถึงเธอจะตัดสินใจอยู่ต่อก็ใช่ว่าจะได้นอนร่วมเตียงหรือได้หลับไหลไปในอ้อมกอดของเขา ดีไม่ดีเธออาจจะถูกส่งให้ไปนอนอีกห้อง เพราะเธอทราบดีว่าเขาไม่ใช้เตียงนอนร่วมกับคู่นอน หลังเสร็จสิ้นภารกิจเร่าร้อนเขาจะผละคู่นอนแล้วแยกย้ายไปทันที
‘ฉันไม่ควรจะรู้สึกแบบนี้กับเขา’
หญิงสาวพยายามเตือนตัวเองเมื่อรู้สึกเหมือนว่ากำลังเกิดความรู้สึกน้อยใจเขา มือเล็กก้มลงเก็บอาภรณ์ชิ้นน้อยที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นด้วยอาการมือไม้สั่นน้อยๆ ก่อนที่จะจัดการสวมใส่มันตามเดิมราวกับเมื่อครู่นี้ร่างกายของเธอไม่เร้าระบมเพราะเพลงรักเร่าร้อนของเขาแต่อย่างใด
ด้วยการที่เกิดมาในครอบครัวที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดมาตั้งแต่เด็กๆ เนื่องจากฐานะของครอบครัวนั้นยากจนเธอจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะแสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครได้เห็น งานอะไรที่เธอพอทำได้เพื่อให้น้องๆ วัยเรียนได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นเธอก็พร้อมที่จะเดินหน้าลุยทั้งนั้น แม้ว่างานนั้นจะต้องถูกเยียบย่ำทั้งกายและใจก็ตามที
เธอไม่มีสิทธิ์ท้อ ไม่มีสิทธิ์บ่นว่าเหนื่อย เพราะเธอต้องท่องเอาไว้เสมอว่าน้องๆ อีกสี่ชีวิตกำลังรอความช่วยเหลือจากเธออยู่ แต่งานที่เธอตัดสินใจเอาตัวเข้าแลกเพื่อก้าวขึ้นสู่ในระดับที่สูงขึ้น เพื่อให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างต่อทุนให้กับอนาคตข้างหน้านั้นก็เสี่ยงเหลือเกิน โดยเฉพาะการควบคุมความรู้สึกของตัวเองไม่ให้หวั่นไหวไปกับเขา
“ท่องเอาไว้ว่าเธอเป็นเพียงของเล่นของเขา ห้ามเผลอใจเป็นอันขาด”
หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบาๆ คว้ากระเป๋าสะพายใบเล็กแต่ราคาแพงหูฉี่จากบรรณการที่มาเฟียหนุ่มมอบให้เป็นของขวัญต้อนรับเธอเข้าสู่กรงเล็บของเขาอย่างเป็นทางการเมื่อคราวก่อน แล้วก้าวยาวๆออกจากห้องนั้นไปทันที ไม่แม้แต่จะหันหลังกลับมามองเรือนร่างสมบูรณ์แบบของคนที่ขึ้นชื่อว่าผู้อุปถัมภ์เธอ
…………………………………………………