ตอนที่ 1 อ่อยจนได้เรื่อง
หลิน หรือ นิลดา เศรษฐบริรักษ์ ลูกสาวคนเดียวของเจ้าของบริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่ทางภาคเหนือ ปีนี้เธอพึ่งจะอายุ 18 ปี กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยหลิน เป็นคนที่มีใบหน้า สะสวย ผิวพรรณขาวผ่องดั่งน้ำนม ส่วนสูงก็กำลังดี 162 แต่ทรวดทรงบอกเลยว่าไม่ธรรมดา หน้าอกหน้าใจ เธอก็คัพอี สะโพกผาย เอวคอดเล็ก หุ่นดั่งนาฬิกาทราย ใส่ชุดไหนก็ออกมาดูเซ็กซี่ไปเสียหมด แต่เธอก็ชอบแต่งตัวเซ็กซี่อยู่แล้วด้วย เธอมีคติประจำใจที่ว่า มีของดีก็ต้องโชว์ จะเก็บไว้ทำไม
แม้ทางครอบครัวอยากให้ไปเรียนต่อใกล้ๆ บ้านเพราะเป็นห่วงเรื่องความเป็นอยู่ แต่ด้วยความที่เธอนั้นอยากจะมีชีวิตแบบอิสระไม่ต้องคอยอยู่ในสายตาของพ่อแม่ตลอดเวลาจึงเลือกที่จะไปเรียนที่กรุงเทพจะดีกว่า
“ม้าว่าหลินเรียนใกล้บ้านเราไม่ดีกว่าเหรอลูกไปอยู่คอนโดต่างจังหวัดคนเดียวม้าเป็นห่วง ยิ่งทำอะไรก็ไม่ค่อยเป็นอยู่ด้วย”
“ม้าคะ หลินโตแล้ว สักวันหลินก็ต้องออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านอยู่ดีนั่นแหละค่ะ สู้ลองฝึกหาประสบการณ์ตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ดีกว่าเหรอคะ”
“นั่นน่ะสิไปอยู่คนเดียวจะไหวเหรอ” ผู้เป็นพ่อที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์ เอ่ยขึ้นก่อนวางสิ่งที่อยู่ในมือลงบนโต๊ะทานข้าว ดูเหมือนว่าเธอจะถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจตามสไตล์ลูกคุณหนู ไม่ว่าเธออยากได้อะไรก้ต้องได้พ่อกับแม่นั้นก็ไม่เคยขัดด้วยความที่เป็นลูกสาวเพียงคนเดียว
“โถ่ ป๊าขาหลินโตแล้วนะคะ หลินดูแลตัวเองได้อยุ่แล้วค่ะ” หลินเข้าไปกอดผุ้เป็นพ่อด้วยท่าทางที่ออดอ้อนซึ่งเรียกว่าเป็นท่าไม้ตายที่เธอใช้เป็นประจำและพ่อของเธอก้ต้องใจอ่อนให้ตลอดทุกครั้งไป และสุดท้ายก็ยอให้เธอมาเรียนที่กรุงเทพได้อย่างที่เธอต้องการ
ในวันที่เอเดินทางมาเรียนที่กรุงเทพทั้งพ่อและแม่ก้เดินทางมาส่งเธอด้วยเช่นกันโดยผู้เป้นพ่อได้ซื้อคอนโดให้กับเธอเพื่อเป็นของขวัญที่สอบติดมหาลัยได้ และการอยู่คอนโดค่อนข้างสะดวกสบายกว่า
"ดูแลตัวเองด้วยนะหลิน ม้าเป็นห่วง"
"ค่ะม้า"
“ป๊ากับม้ากลับก่อนนะ” ผู้เป้นพ่อกล่าวพร้อมกับสายตาที่ดูเป็นห่วง แต่เหมือนเขา
"ยังไงก็ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ อย่าเที่ยวจนดึกเข้าใจไหมม้าเป็นห่วงหลินนะลูก"
"ขอบคุณค่ะม้า ขอบคุณค่ะป๊า” พ่อและแม่ของหลินพร้อมกับแม่บ้านก็เดินทางกลับในเย็นของวันนี้ ตอนนี้หลินจึงได้อยู่คนเดียวเป็นครั้งแรก ต่อไปนี้ชีวิตอิสระของเธอได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
.
.
.
บนเครื่องบิน
“คุณคะฉันเป็นห่วงหลินจังเลยค่ะ ยิ่งทำอะไรไม่ค่อยเป็นแถมยังอยู่ไกลบ้านอีกไม่รู้ว่าจะใช่ชีวิตยังไงบ้าง” พรรณิภาเอ่ยพูดกับสามีด้วยความเป็นห่วงลูกสาวที่ทำอะไรไม่เป็นและกลัวว่าลูกจะไม่สามารถใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้เธอยอมรับว่าก่อนหน้านี้เลี้ยงดูหลินมาราวกับไข่ในหิน แถมตามใจไปเสียทุกอย่างเพราะตัวเธอและสามีมีลูกเพียงคนเดียวจึงอยากให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดจนหลินกลายเป็นคนเอาแต่ใจในบางที
“อย่าห่วงไปเลย ดีซะอีกที่หลินได้ออกมาใช้ชีวิตเองผมอยากให้หลินโตขึ้น ก่อนหน้านี้เราตามใจหลินมากเกินไปจนลูกทำอะไรไม่เป็น นี่แหละจะเป็นช่วงเวลาที่หลินจะได้ใช้ชีวิต ผมว่าหลังจากนี้ผมจะไม่ตามใจลูกอีกแล้วล่ะ”
.
.
.
ในวันเดียวกันหลิน ตัดสินใจหยิบเดรสสีดำสายเดี่ยวเปิดโชว์แผ่นหลัง และเนินอกเล็กน้อยเพื่อออกไปหาร้านที่เธอเจอในเน็ตว่าเป็นที่สุดของร้านเหล้าที่นี่ แต่ดูเหมือนการ์ดจะไม่ยอมให้ผ่านเข้าไปได้ง่ายๆ
"ไม่ถึง 20 เข้าไม่ได้ครับน้อง"
"แล้วถ้าหนูจ่ายพี่จะให้เข้ามั้ยคะ"
"พี่ซื้อไม่ได้ด้วยเงินครับ"
"ห้าพันพอไหมคะ" หลินต่อรองกับการ์ดที่หน้าร้าน พอเธอเสนอเงินให้ห้าพันเหมือนอีกฝ่ายจะตาลุกวาวเลยทันที แต่เขาก็ยังไม่ได้อนุญาตให้เธอเข้าไปได้ง่ายๆ หลินจึงตัดสินใจเพิ่มให้ ทีละพัน จนจบอยู่ที่ แปดพันบาท
"เข้าไปได้เลยครับ ถ้าตำรวจลงตรวจ พี่จะพาหนีออกทางหลังร้าน"
"ขอบคุณนะคะ" หลินส่งยิ้มหวานอย่างผู้ชนะ แน่นอนว่าไม่มีกฏข้อไหนแข็งแรงพอที่เงินจะตัดไม่ได้ซะหรอก เธอเรียนรู้ข้อนั้นดีจากอดีตที่ผ่านมาเพราะพ่อมักจะติดสินบนให้โครงการต่างๆ ที่ก่อสร้างเป็นไปอย่างราบรื่นเสมอ
เมื่อก้าวเข้าไปในร้าน เธอเป็นจุดสนใจของคนในนั้นได้ไม่ยาก เธอนั่งอยู่โต๊ะเกือบริมสุด แต่ก็ไม่วายที่เหล่าผู้ชายจะวนเวียนมาชนแก้วกับเธออยู่เสมอ ซึ่งหลินก็ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะเธอชอบความรู้สึกตอนที่มีคนมาชอบ แต่ก็ไม่ได้สนใจเหล่าผู้ชายพวกนั้นสักเท่าไหร่ จนกระทั่งเธอไปสะดุดตาเข้ากับผู้ชายคนหนึ่ง และเธอรู้สึกสนใจในตัวเขา เธอยิ้มให้ผู้ชายคนนั้นวึ่งเขาก้ยิ้มตอบกลับมาเช่นเดียวกัน
ชายหนุ่มหน้าตาดี ถือแก้วเดินเข้ามาใกล้ ก่อนนั่งลงตรงข้ามกับเธอเหมือนที่ผู้ชายคนอื่นๆ ทำ แต่ความรู้สึกของเธอกลับต่างออกไปเขาช่างดูน่าดึงดูดและน่าสนใจ
"มาคนเดียวเหรอครับ"
"ใช่ค่ะ มาคนเดียว"
"ผมฮ่องเต้ครับ แล้วคุณชื่อ..."
"หลินค่ะ"
"แฟนไม่หวงเหรอครับ ออกมาเที่ยวคนเดียวแบบนี้"
"อืม...ไม่รู้สิ ถ้ามีก็คงหวงล่ะมั้งคะ" คนสวยเอ่ยพูดพร้อมกับส่งสายตาเป็นการยั่วยวน เหมือนกำลังล่าเหยื่อให้ติดกับ แบบที่เธอมักจะชอบทำอยู่บ่อยๆ เวลามีคนเข้ามาจีบ
"ถ้ามี..." ชายหนุ่มหยุดคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย
"งั้นผมขอนั่งดื่มเป็นเพื่อนนะ คุณจะได้ไม่เหงา" หญิงสาวเอามือเท้าคางบนโต๊ะพร้อมส่งสายตาเชื้อเชิญ
"ก็เอาสิคะ หลินก็กำลังอยากได้เพื่อนนั่งคุยแก้เบื่ออยู่พอดี" ทั้งสองคนดื่มและคุยกันหยอกเล่นกันไปมา จะว่าไปแล้วไม่เคยมีผู้ชายคนไหนที่ทำให้ ดึงดูดความสนใจของเธอได้มากขนาดนี้ ยิ่งมองเข้าไปในตาสีรัตติกาลคู่นั้น ทำให้ไม่สามารถละสายตาจากใบหน้าที่หล่อเหลา รอยยิ้มที่ดูหล่อแต่ก็แอบซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ เธอประเมินคนที่อยู่ตรงหน้า ดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายก็ไม่ธรรมดา เขาไม่ได้มีท่าทีเคอะเขินเลยเมื่อคุยกับผู้หญิง เมื่อเห็นว่าหลินนั่งทานแต่เพียงน้ำผลไม้เขาจึงสั่งค็อกเทลแก้วหนึ่งให้กับเธอ
"ลองดูมั้ยครับ ร้านนี้ค็อกเทลอร่อยนะ"
"หวานจัง" หลินดูจะสนใจในเครื่องดื่มนี้ อันที่จริงเธอไม่เคยแตะเหล้าเลยสักครั้งพอได้ดื่มก็รู้สึกชอบเครื่องดื่มชนิดนี้ขึ้นมา
"ในนี้มีเหล้านะ อย่าดื่มเยอะเดี๋ยวจะเมาเอา" หลินขมวดคิ้วอย่างไม่เชื่อเพราะรสชาติของมันหวานจนแทบจะเป็นน้ำผลไม้ จะเมาได้ยังไงอีกฝ่ายคงจะแกล้งพูดเพื่อทำเหมือนเป็นห่วงเอาใจเธอมากกว่าผู้ชายนี่ดูออกง่ายจริงๆ ลองแกล้งยั่วอีกหน่อยจะดีกว่า
"ถ้าเมาฮ่องเต้ก็ดูแลหลินสิ" ว่าพลางทำสายตาออดอ้อน ทำขนาดนี้แล้วไม่หลงให้มันรู้ไป
"ได้สิผมจะดูแลหลินทั้งคืนเลย" หลังจากนั้นหลินก็สั่งเครื่องดื่มมาลอง ผ่านไปไม่กี่แก้วเธอก็เริ่มเมา สติที่มีนั้นค่อยๆ เลือนลางจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
.
.
.
"จูบได้ไหม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามพร้อมกับประกบปาก มอบรสจูบอันแสนหวาน
"อื้ม~"
"ตัวคุณตัวหอมจัง" ลมหายใจอุ่นไหลรินรดบนคอบาง จนใบหน้าสวยต้องเชิดขึ้นเพื่อรับสัมผัสอันวาบหวามที่ไม่เคยเจอมาก่อน นนต้องเผลอส่งเสียงแปลกๆ ออกมา
"อื้อ~"