ตอนที่ 1 Truth or Dare จริงหรือกล้า
“คืนนี้ไปเลี้ยงฉลองที่เราสอบเข้าที่เดียวกันได้สำเร็จกันเถอะ ฉันจะดื่มให้เมาไปข้างหนึ่งเลย” เฟิร์นเอ่ยชวนเพื่อนสาวอย่างเอวา
“แต่อายุเรายังไม่ถึง 20 เลยนะ เขาคงจะให้เราเข้าไปหรอก” เอวาท้วง
“ได้ดิ ญาติฉันทำงานอยู่ที่นั่นฉันบอกพี่เขาให้ละเราเข้าไปได้สบายๆ”
“แต่ฉันไม่ชอบอะไรที่มันวุ่นวายเสียงดังอ่ะ”
“ไปเถอะแก เปิดประสบการณ์ขีวิตใหม่ๆ บ้าง เพราะถ้าคืนนี้แกไม่ไปคือพลาดมากฉันบอกเลย”
“…..”
“ไปเถอะนะเอวา ถ้าแกไม่กินอย่างน้อยก็ช่วยเก็บฉันที่เมากลับบ้านหน่อย” เฟิร์นว่าพลางถูหน้าไปกับแขนเพื่อนสาวอย่างอ้อนๆ ทำตาปริบๆ
“เออๆ ไปก็ได้” แม้จะไม่ได้อยากไป แต่ก็ต้องจำใจ เพราะเพื่อนสนิทเอ่ยขอทั้งที ถึงเธอจะดูเหมือนเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจอะไรมากนัก แต่ในใจลึกๆ เอวาก็ยังเป็นคนที่คอยห่วงใยเพื่อนเสมอ อาจเป็นเพราะสองคนเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน แถมยังได้มาเรียนที่เดียวกันอีก ตั้งแต่ไหนแต่ไรก็มีเพียงเฟิร์นที่คอยอยู่เคียงข้างเอวาและคอยให้การช่วยเหลือเธอมาตลอด เพราะ เฟิร์นรู้ดีว่าเอวานั้นลำบากขนาดไหนตอนอยู่ที่บ้าน เธออาศัยอยู่กับแม่ และพ่อเลี้ยงแถมมีพี่สาวที่เป็นลูกติดของพ่อเลี้ยงเธอ แต่ดูเหมือนว่าแม่ของเธอนั้นไม่ได้สนใจใยดีลูกสาวอย่างเธอมากนัก แถมยังติดการพนันอีกต่างหาก ส่วนพ่อเลี้ยงนั้นก็ไม่ได้คิดจะสนใจเธออยู่แล้วเพราะไม่ใช่ลูกแท้ๆ เอวาจึงตั้งใจสอบเข้ามหาลัยแห่งนี้และตั้งใจสอบชิงทุน เพื่อหวังว่าสักวันเธอจะมีอนาคตที่ดีกว่าเดิม หลังจากที่สอบชิงทุนเข้ามาได้ สาวเจ้าก็ออกมาอยู่หอพักที่ใกล้กับมหาลัยมากขึ้นเพื่อสะดวกต่อการเดินทางและทำกิจกรรมต่างๆ และที่สำคัญได้ออกมาจากบ้านทำให้เธอรู้สึกเป็นอิสระและสบายใจมากขึ้น
ร้าน Balance
เอวา และเฟิร์นผ่านเข้ามาในร้านได้อย่างง่ายดายด้วยความช่วยเหลือจากญาติของเฟิร์น ทั้งสองคนสั่งเหล้ามาดื่มกันอย่างสนุกด้วยความที่ว่านี่เป็นครั้งแรกของการมาเที่ยวในสถานที่แบบนี้เฟิร์นจึงดื่มอย่างเต็มที่ ส่วนเอวาเธอก็เพียงแค่จิบเบาๆ พอเป็นพิธีก็เท่านั้น เพราะดูจากที่เฟิร์นกินเข้าไปคงจะเมามากอย่างแน่นอนเธอจึงเลือกที่จะดื่มให้น้อยเพื่อที่จะได้พาเพื่อนกลับบ้านได้ แต่ตามประสาของคนอัธยาสัยดีอย่างเฟิร์นเธอก็เดินไปทักทาย โต๊ะนั้นโต๊ะนี้เพื่อทำความรู้จักคนอื่น ๆแต่ก็กลับมาหาเอวาเป็นระยะ ๆ เพื่อไม่ให้เพื่อนเบื่อไปเสียก่อน
“นี่แกเป็นลูกสส. หรือไงรู้จักคนอื่นไปหมด”
“แหมก็นิดหน่อยน่ะแก เดี๋ยววันหลังจะพามาให้แกรู้จักด้วยจะได้มีเพื่อนเยอะๆ ไปไหนด้วยกันสนุกดี”
“….” เอวาได้แต่ถอนหายใจและส่ายหน้า เสียงดนตรีเงียบลงก่อนตามมาด้วยเสียงกรี๊ดกร๊าดมาแทนที่ สาวๆ วิ่งกรูเข้าไปจับจองพื้นที่ตรงหน้าเวทีของร้านเหล้าเอวาที่พึ่งมาครั้งแรกยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเธอจึงหันไปดูพลางทำสีหน้าสงสัยอย่างชัดเจน
“เขากรี๊ดอะไรกันวะ”
“นี่ไงของดีประจำร้านที่ฉันบอกเขาพึ่งกลับมาจากต่างประเทศได้ยินว่าหล่อ รวยด้วย วันนี้ผู้หญิงเยอะเป็นพิเศษเลยแกเห็นป่ะล่ะ ถ้าไม่จองโต๊ะมาก่อนก็อย่าหวังจะได้เข้ามานั่งเลย” เฟิร์นคุยโวให้เพื่อนสาวฟังก่อนจะเอ่ยชวนคนที่กำลังนั่งเบื่อๆให้ไปด้วยกัน
“ป่ะไปหน้าเวทีกัน”
“แกไปเถอะฉันจะนั่งรออยู่นี่แหละ” เอวามีนิสัยค่อนข้างที่จะรักความสงบ และไม่ค่อยชอบอะไรที่มันดูวุ่นวาย
“ไม่ได้ แกต้องไป ทีเด็ดคืนนี้เลยนะแก งั้นฉันจะชวนแกมาเพื่ออะไรถ้าแกไม่ไปกับฉันตอนนี้” เฟิร์นลากดึงแขนเพื่อนสาว เอวาต้องเดินตามไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ สองสาวเบียดเสียดกายลอดผ่านฝูงคนที่หนาแน่นมาอยู่ข้างหน้าสุดติดขอบเวทีจนได้ พอมองขึ้นไปก็เห็นนักดนตรีคนหนึ่งที่มาเล่นในร้าน แต่เขากลับดูดี ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ผมสีดำขลับ เขาดีดกีตาร์และร้องเพลงด้วยเสียงอันไพเราะนุ่มหู ทำสาวๆ ในร้านเคลิบเคลิ้มเอาเสียง่ายๆ คนที่มายืนด้านหน้าเวที ต่างโบกมือเอนโยกกายไปตามจังหวะเพลงที่เขาร้อง แต่เอวากลับมีท่าทีที่เรียบเฉยไม่ได้อ่อนไหวไปกับคนอื่น ๆ เธอกลับทำสีหน้าที่เบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัด สายตาเหยี่ยวจากด้านบนเวทีมองมาเห็นเธอมีท่าที่ไม่ได้เคลิบเคลิ้มตามคนอื่นๆ แถมเรือนผมและดวงตาสีน้ำตาลกลมโตยังดูสวยโดดเด่นออกมาจากผู้คนมากมาย ทำให้เขาสนใจเธออยู่ไม่น้อย
“ฉันเมื่อยแล้วฉันขอกลับโต๊ะก่อน” เอวาเอ่ยพูดกับเพื่อน
“หล่อขนาดนี้ยังดึงแกไว้ไม่ได้ จิตใจทำด้วยอะไรวะ” เอวาเดินกลับไปนั่งต่อ ตอนนี้เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะเพียงคนเดียว
“ขอชนแก้วได้ไหมครับ” ชายหนุ่มในร้านก็เวียนมาขอชนแก้วกับเธอบ้างเพราะความที่เธอนั้นก็จัดได้ว่าหน้าตาดี ผิวขาวเนียนละเอียด ใบหน้าสวยแถมยังน่ารักแบบตุ๊กตาแต่เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธและชนแก้วไปตามมารยาท เพียงไม่นานเสียงดนตรีก็เงียบลงอีกครั้ง ตามมาด้วยเสียงปรบมือรัวๆ เมื่อนักร้องลงเวทีไป สาวๆ ที่ยืนอยู่ด้านหน้าเวทีก็กลับมานั่งที่โต๊ะตามเดิม เฟิร์นก็เช่นเดียวกัน
“คนอะไรวะยิ่งดูก็ยิ่งหล่อ ยิ่งเล่นกีตาร์แล้วก็ร้องเพลงไปด้วยนะ หืมมม โคตรเท่ห์เลยอ่ะ”
“เวอร์ ก็ไม่ได้ขนาดนั้นป่ะ”
“ฉันอยากจะรู้จริงๆ ใครนะที่จะทำให้แกชอบได้ ตั้งแต่ที่ฉันเป็นเพื่อนกับแกมาไม่เคยเห็นแกชอบใครเลยสักคน”
ตึก ตึก ตึก
“ขอนั่งด้วยสิ พอดีพี่อยากรู้จักเราสองคนน่ะ” พีทเดินมาขอนั่งด้วยนั่นทำให้สองสาวดูตกใจเล็กน้อยสายตาเจ้าเล่ห์มองมาที่เอวา เฟิร์นที่พอจะดูออกว่าเขาสนใจเพื่อนเธอจึงให้เขานั่งด้วย
“นั่งเลยค่ะๆ” เขาพยักหน้า พร้อมกับนั่งลงแล้วเรียกเด็กเอาแก้วและเหล้าราคาแพงมาเสิร์ฟให้ทั้งคู่
“ชื่ออะไรเหรอ”
“…..” เอวาไม่อยากตอบเพราะเขาดูท่าทางไม่น่าไว้ใจ
“คนนี้ชื่อ เอวาค่ะ ส่วนหนูชื่อเฟิร์นค่ะ”
“เพื่อนน้องมีปัญหาเกี่ยวกับการรพูดเหรอ ใช้ภาษามือก็ได้นะ พี่ใช้เป็น” เขาหันไปพูดกับเฟิร์นก่อนจะลากสายตากลับมายังเอวา
“พูดได้ค่ะ แต่ไม่อยากพูด” เธอหันไปพูดกับเขาและดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยชอบใจเขาสักเท่าไหร่เพราะเขาดูไม่น่าไว้ใจ
“งั้นเหรอ แล้วทั้งสองคนอายุเท่าไหร่ล่ะ ดูแล้วยังเด็กอยู่เลยนะ น่าจะยังไม่ถึง20กันพี่พูดถูกไหม?” คำถามจากชายหนุ่มทำเอาเอวาและเฟิร์นต้องหันมามองหน้ากัน และดูอ้ำอึ้งก่อนจะตอบ
“ถึงแล้วค่ะ” แม้จะตอบไปแบบนั้นแต่ดวงตาสีน้ำตาลกำลังสั่นไหวแบบมีพิรุธ
“งั้นเอาบัตรมาให้ดูหน่อยสิ”
“ทำไมหนูต้องให้บัตรกับคนแปลกหน้าด้วยคะ”
“งั้นถ้าให้ตำรวจดูคงไม่เป็นไรใช่ไหม” ว่าพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพร้อมทำท่าจะกดโทรออก
“เดี๋ยว!! หนูยอมรับก็ได้ว่าอายุยังไม่ถึง” เอวาพูด
“แล้วใครให้เข้ามาเนี่ย สงสัยต้องลงโทษสักหน่อยแล้ว”ว่าพลางทำท่าครุ่นคิด
“ไล่ออกดีไหม”
“อย่านะ พวกเราเข้ามากันเองไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้นแหละ” เอวารีบพูดห้ามเพราะเธอไม่อยากให้ใครมาเดือดร้อนเพราะเธอ
“ไม่เชื่อ คลับนี้ตรวจบัตรประชาชนอย่างเข้มงวด ถ้าไม่มีคนในนี้แอบช่วยให้เข้ามาก็ไม่มีทางหรอก”
“….” ดูเหมือนตอนนี้เธอจะคิดอะไรไม่ออกทั้งกลัวทั้งสับสน
“งั้นเอางี้เรามาเล่นเกมกัน ถ้าพวกเธอชนะ พี่จะไม่เอาผิดคนที่ปล่อยให้พวกเธอเข้ามา และจะไม่แจ้งตำรวจ โอเคมั้ย” สายตาและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยื่นข้อเสนอที่ดูจะทำให้กับพวกเธอ ถ้าไม่ยอมก็คงต้องมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน ตอนนี้เหมือนกับว่าพวกเธอกำลังถูกมัดมือชกจะถอยคงไม่ได้งั้นก็ต้องสู้กันสักตั้ง
“ได้ พี่จะเล่นเกมอะไร เอวาจึงรับคำท้าของพีทอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะถ้าเกิดถูกตำรวจเรียกเธอก็คงจะมีปัญหากับผู้เป็นแม่อย่างแน่นอน และถ้าเกิดทำให้ใครถูกลงโทษเธอก็คงจะไม่สบายใจเช่นเดียวกัน
“Truth or Dare จริงหรือกล้า”