บทนำ
บทนำ
ระหว่างทางกลับบ้านเธอไม่ได้พูดกับเขาสักคำ และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็ไม่ต้องการพูดคุยกับเธอเช่นเดียวกัน เขาทำหน้าที่สารถีได้อย่างดีเยี่ยม ถึงใจจะโมโหแค่ไหนก็ขับรถได้ไม่เกินหนึ่งร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง เธอจึงไม่ได้ผวายามที่อยู่บนท้องถนน
กระทั่งรถเลี้ยวเข้าเขตรั้วบ้านพิทักษ์เทวา ก่อนจะจอดสนิทหน้าบ้านหลังใหญ่แล้วถูกเขาอุ้มพาดบ่ามาที่เรือนเล็ก แม่บ้านและคนสวนต่างเหลียวมองเป็นแถบแต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเธอเลยสักคน ถึงตนจะเอ่ยโวยวายทั้งร้องขอความช่วยเหลือก็ตาม
หญิงสาวเกลียดเขาที่ทำทุกอย่างตามใจโดยไม่คิดเห็นใจคนอื่น ทำร้ายบิดาของเธอ ทั้งยังชกต่อยเตวิชจนหมดสภาพ
พี่ชายแสนดีคนนั้นถูกมัจจุราชกลืนกินเข้าไปแล้ว
“ปล่อย ฉันบอกให้ปล่อย!” เข้ามาในห้องก็พยายามตะโกนเสียงดังให้ตัวเองเป็นอิสระ คราวนี้เขายอมปล่อยร่างบางลงแต่โดยดี ค่อยคว้าแขนเรียวเอาไว้พร้อมบีบแน่นจนใบหน้าหวานเหยเกด้วยความเจ็บ จึงได้ผ่อนแรงลงเล็กน้อย
“ทำไม เจอคู่หมั้นหน่อยเลยเล่นตัวงั้นเหรอ คิดถึงมันมากนักหรือไง” พาลพูดจากระทบหล่อน โดยที่หญิงสาวทำได้แค่เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง
คำว่าคิดถึงเตวิชยังห่างไกลจากเธอมากนัก แต่เรื่องอะไรจะบอกเขาแบบนั้นล่ะ หล่อนเชิดหน้าขึ้นแล้วยอมรับโดยดุษณี
“ใช่! ฉันคิดถึงพี่เต เขาเป็นคู่หมั้นของฉัน เป็นคนสุภาพไม่ได้บังคับจิตใจของฉันหรือทำเป็นหมาลอบกัดเหมือนคุณ!” จ้องเขาแววตาเคียดแค้นอย่างที่คลังแสงไม่เคยเห็นมาก่อน เล่นเอาชายหนุ่มใจวูบโหวงเริ่มกลัวขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
เขาไม่ชอบสายตาของหญิงสาวตอนนี้เลย ถึงทำใจยอมรับความเกลียดชังที่อาจได้รับจากเธอ แต่พอมาเจอกับสถานการณ์จริงก็เริ่มทำตัวไม่ถูก กระนั้นก็ยังปากแข็งก้าวเข้าไปใกล้หล่อนมากยิ่งขึ้น ยื่นใบหน้าเข้าไปขบที่ริมฝีปากล่างของหญิงสาว แล้วเอ่ยเสียงหยัน
“ใช่ ฉันมันหมาลอบกัด ต่อจากนี้ก็ระวังหมาลอบกัดอย่างฉันให้ดีแล้วกัน...” ใช้จังหวะที่เขาเข้ามาใกล้ถุยน้ำลายใส่อีกฝ่ายเมื่อชายหนุ่มผละออก คลังแสงนิ่งอึ้งไม่คิดว่าจะถูกเธอกระทำกับตนเช่นนี้ ค่อยใช้มือปาดน้ำลายที่ติดข้างแก้มออก
ถุ้ย
“ไอ้คนทุเรศ” ผรุสวาทอย่างแค้นเคือง
ร่องรอยบนลำตัวของบิดายังคงเด่นชัด ไม่รู้ว่าเขาโหดร้ายขนาดนี้ได้เช่นไร แต่เมื่อเห็นชายหนุ่มทำร้ายเตวิชต่อหน้าต่อตาก็ไม่แปลกใจสักนิด เขากลายเป็นซาตานอย่างสมบูรณ์แบบแล้วสินะ
“เธอคิดว่าคนอย่างฉันมีความอดทนมากงั้นเหรอลอออร” ถามเสียงเข้มรอดไรฟัน นอกเหนือจากความโกรธก็นึกน้อยใจหญิงสาวอยู่ครามครัน เธอโทษเขาโดยไม่ยอมรับฟังสิ่งใดเลย แต่คลังแสงก็ไม่คิดแก้ไขความเข้าใจผิดนั้น
หากเธอกลัวเขาก็คงจะเชื่อฟังมากขึ้นใช่ไหม คงไม่หนีจากตนไปเหมือนวันนี้อีก...
“โอ๊ย” คว้าแขนเรียวมากำเอาไว้แน่นจนเธอร้องโอดครวญด้วยความเจ็บ จากนั้นจึงเงยหน้าสบตาเขาพลางตะโกนเสียงดัง ไม่ใช่เพียงแค่ให้ชายหนุ่มได้รู้แต่กำลังย้ำเตือนตัวเองเช่นเดียวกัน ถึงมันจะไม่ได้ผลก็ตาม
“ฉันเกลียดคุณ เกลียด เกลียดได้ยินไหม!”
เพราะสุดท้ายแล้วหล่อนก็ยังรักเขาอยู่ดี ความรู้สึกที่ฝังรากลึกจนยากจะเปลี่ยนแปลงในเวลาชั่วข้ามคืน
เกลียดตัวเองเหลือเกินที่ยังรักทั้งที่อีกฝ่ายทำร้าย...
“ถึงเธอจะเกลียดฉัน แต่ฉันก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผัวเธออยู่ดี” ย้ำชัดถึงความจริงที่ไม่อาจเปลี่ยน
การตอกย้ำของเขาทำให้มือบางเดินไปคว้าตุ๊กตาไขลานแล้วฟาดเข้าที่ศีรษะหนา ยั้งมือเอาไว้บ้างกลัวหัวเขาจะแตก แต่ชายหนุ่มที่ไม่ทันระวังก็ร้องโอดโอยทันทีพร้อมจ้องดวงหน้าหวานนิ่ง ดวงตาคมเบิกกว้างไม่คิดว่าจะถูกเธอทำร้ายร่างกาย
“โอ๊ย”
“เธอกล้าทุบหัวฉันเหรอ” ก้าวเข้าไปใกล้หมายจะยึดตุ๊กตาไขลานมาถือเอาไว้เอง แต่หญิงสาวกลับเบี่ยงหลบแล้วยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น
เธอไม่ได้พูดอะไรปล่อยให้ความเงียบโอบล้อมเราสองคน ก่อนจ้องเขานิ่งด้วยดวงตาร้อนผ่าว มองใบหน้าคมที่แสนคิดถึง อยากเอื้อนเอ่ยคำว่ารัก อยากได้ยินคำพูดอ่อนหวานจากเขาเหมือนครั้งอดีตอีกครั้ง แต่กลับไม่ได้ยิน
ชายหนุ่มเหมือนเป็นใครอีกคนที่เธอไม่รู้จัก
คลังแสงยืนนิ่งรับรู้ถึงความเสียใจที่ถูกส่งตรงมาจากร่างบาง ลอบกลืนน้ำลายหนืดลงคอ ยอมให้เธอทุบตีด่าว่าดีกว่านิ่งเงียบแบบนี้ เขาทำตัวไม่ถูกจึงยืนเฉยอยู่เช่นนั้น
“คุณบอกว่าตัวเองไม่ใช่พี่แสง...ฉันไม่เคยเชื่อเลยจนถึงวันนี้ พี่แสงของฉันเขาสุภาพ อ่อนโยน ยิ้มง่ายหัวเราะเก่ง เป็นผู้ชายแสนอบอุ่น...ต่างจากคุณโดยสิ้นเชิง” สะอื้นเสียงเบาแล้วสูดน้ำมูก ยกมือปาดน้ำตาออกแล้วคิดถึงภาพในอดีตของเขาสลับกับปัจจุบัน
เธอรู้ว่าคนตรงหน้าคือคลังแสง แต่มันจะมีประโยชน์อะไรเมื่อเขาไม่ใช่คนเดิมกับชายในอดีตอีกต่อไปแล้ว
“ฉันบอกเธอไปแล้วไม่ใช่หรือไงว่าคลังแสงคนนั้นมันตายไปแล้ว” บอกหล่อนเสียงเบาแล้วหลบสายตา ลอออรพยักหน้าหัวเราะพลางร้องไห้สลับกัน เธอขันตัวเองที่เฝ้ารอเขาใจจดจ่อ แต่พอได้พบกลับไม่เป็นอย่างที่คิดเอาไว้
แต่กระนั้น...หัวใจที่แสนซื่อสัตย์ก็ยังมีเพียงคลังแสงคนเดียวไม่เปลี่ยน
บางทีเธอควรตัดใจเสียที คนตรงหน้าเป็นแค่เจ้าหนี้ที่เธอต้องชดใช้คืนเขาด้วยร่างกาย
ไม่มีความรักเข้ามาปะปน
“ใช่ คุณบอกแบบนั้นแต่ฉันเพิ่งเชื่อตอนนี้เอง...ในเมื่อพี่แสงของฉันตายไปแล้ว ฉันก็ไม่จำเป็นที่ต้องเก็บเขาไว้อีกต่อไป” พูดจบก็เม้มปากแน่น เดินไปที่ระเบียงอย่างรวดเร็วจนเขารีบก้าวเท้าตามหญิงสาวไป คว้าแขนเรียวเอาไว้แล้วถามเสียงวิตก
“นั่นเธอจะทำอะไร” กลัวเหลือเกินว่าหล่อนจะกระโดดลงไปข้างล่าง แต่เธอคงไม่ทำเช่นนั้นหรอก
ดวงตากลมหันมามองเขานิ่ง หัวใจบีบรัดอย่างเจ็บปวด ไม่อยากทำเช่นนี้แต่เธอก็ไม่อาจรักเขาทั้งที่อีกฝ่ายทำร้ายครอบครัวของตนได้ จึงคิดจะทิ้งอดีตเอาไว้เบื้องหลังทั้งหมด
กระทั่งสิ่งของที่ตัวเองรักมากที่สุด...
“ทิ้งขยะ”
เสียงแผ่วเบาที่ตอบกับตุ๊กตาไขลานซึ่งถูกยกขึ้น ทำให้เขาผวาจับมืออีกข้างของหล่อนเอาไว้แน่น ความสำคัญของตุ๊กตาชิ้นนั้นเราสองคนต่างรู้กันดี เขาจ้องดวงตากลมนิ่ง ซ่อนคำอ้อนวอนเอาไว้ในนั้นไม่ยอมเอ่ยปาก
“ไหนบอกว่ามันสำคัญมากไม่ใช่เหรอ เธออุตส่าห์ซ่อมมัน...”
“สำคัญแค่ไหนแต่คนให้ไม่อยู่แล้วจะเก็บไว้ทำไม เขาไม่สำคัญสำหรับฉันอีกต่อไปแล้ว” คำพูดนั้นของเธอจริงจังและมั่นคง ใจของชายหนุ่มวูบโหวงเมื่อได้ยิน สองหนุ่มสาวสบตากันนิ่งคล้ายต้องการหยั่งเชิง ก่อนที่เธอจะตัดสินใจขว้างตุ๊กตาแสนรักลงพื้นเบื้องล่าง
“อย่า...” เขาแทบถลาตามแล้วมองของขวัญชิ้นแรกที่ตั้งใจเลือกให้อีกฝ่าย แล้วเธอก็เก็บรักษามันเป็นอย่างดีตลอดยี่สิบปี
บัดนี้กลับล่วงสู่พื้นแล้วแตกกระจายไม่เหลือชิ้นดี ตุ๊กตานักบัลเล่ห์หักออกเป็นสองท่อน ขณะที่เขาค่อยปล่อยมือเธอแล้วยืนของเล่นเบื้องล่างนิ่ง เธอเองก็เสียใจเช่นเดียวกันแต่เมื่อเลือกแล้วจึงละทิ้งของแทนใจชิ้นสำคัญ
เพล้ง
“ของไร้ค่าเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์”
พูดจบก็เดินเข้าห้องทันที ปล่อยเขายืนนิ่งอยู่ที่เดิมพร้อมหัวใจที่เจ็บปวดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เขาทำถูกแล้วใช่ไหม...เส้นทางที่เลือกเดินต่อจากนี้มันถูกต้องหรือเปล่า
หากวันหนึ่งต้องเสียเธอไปแล้วไม่อาจคว้ากลับมาได้อีก เขาจะยอมรับมันได้ใช่ไหม...