ภาคต้น Intro
ความทรงจำแย่ ๆ ในวันที่ควรจะเป็นวันดี ๆ ซึ่งก่อนที่มันจะกลายเป็นความทรงจำแย่ ๆ มันก็คือเรื่องแย่ ๆ ที่ทำให้อัจจิมาต้องมาอยู่ ณ จุด ๆ นี้
อกหัก เมาให้หลับ หวังให้ลืม
หลายคนอาจจะคิดว่าเธออยู่ที่ผับ แต่ไม่ใช่นะ เพราะตลอดมาที่คาใจมันมีคำถามหนึ่งที่ว่า ทำไมอกหักแล้วต้องไปเมาเหล้าอยู่ที่ผับ อัจจิมาคิดว่ามันน่าจะเป็นรสนิยมของคนแต่ละคน แบบว่าดูละครมากไปนิด เลยคิดทำตาม แบบว่าคงจะได้เจอผู้ชายหล่อ รวย สายเปย์ เป็นพระเอกในนิยายมาเก็บตกไป ผ่านคืนเร่าร้อนแบบจำไม่ได้ว่าเสียตัวหรือยัง แล้วจากนั้นก็ถูกชุบตัวให้กลายเป็นเจ้าหญิง แต่ก่อนจะเป็นเจ้าหญิงก็ต้องเจ็บช้ำน้ำใจ อกไหม้ไส้ขมกันก่อนอะไรแบบนั้น แต่ว่ากับเธอแล้ว เธอคิดว่าไม่เวิร์กเพราะ 99% เป็นไปได้ว่าจะตกได้ผู้ชายเหี้ยกว่าเดิมนั่นน่ะสิ แถมด้วยโรค แล้วยังอาจจะตั้งท้องไม่มีพ่อด้วยอีกต่างหาก
เพราะอย่างนั้น มันเลยเป็นเหตุผลให้อกหักแล้วกินเหล้าเมาคนเดียวในห้องพักจะดีกว่า
ขวดแก้วสีน้ำตาลตุ่น ๆ หลายขวดกลิ้งไปมา พร้อมกับขวดใส ๆ ของน้ำเมายี่ห้อหนึ่งที่มีปริมาณแอลกอฮอร์แค่ 5% แต่ถ้ากินรวม ๆ กันหลายยี่ห้อก็ทำให้เมาได้ แล้วทั้งหมดทั้งมวลนั้นก็กลิ้งเกลื่อนพื้นระเบียงห้องพักของเธอ เสียงเรอเอิ้กดังขึ้นจากร่างเล็กแบบบางของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่วันนี้หัวใจช้ำรักจนอกกลัดหนอง เหตุเพราะแฟนซึ่งกลายเป็นแฟนเก่าไปแล้ว ได้บอกเลิกมาสด ๆ ร้อน ๆ เหตุเพราะไปทำผู้หญิงคนอื่นท้อง แล้วก็ตามสเต็ปต้องรับผิดชอบชีวิตผู้หญิงที่มาทีหลัง พร้อมกับลูกน้อยที่กำลังจะเกิดมาลืมตาดูโลก
เหตุผลสั่ว ๆ ของผู้ชายมักมาก
อัจจิมาเคยคิดว่าดนัยเป็นคนดี เป็นสุภาพบุรุษนอกจาก ‘จูบ’ แบบปากแตะปากและจับมือบ้าง โอบเอวบ้างแล้ว เขาก็ไม่เคยทำอะไรเกินเลย แต่สุดท้าย... เขาดันไปทำผู้หญิงคนอื่นท้อง เนื่องจากเธอบอกว่า ขอให้เราคบกันด้วยความบริสุทธิ์ใจไปก่อน ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งก็แค่อยากรอให้มั่นใจในกันและกันมากกว่านี้
แล้วไงเหรอ...
ครบรอบสามปีที่คบกัน ไม่นับรวมที่รู้จักกันมานานก่อนหน้าอีกไม่รู้กี่ปี สุดท้ายเขาบอกเลิก แถมบอกว่าทำผู้หญิงคนอื่นท้องมาได้ หกเดือนแล้ว...
เฮงซวย ถูกสวมเขาจนร้องมอ ๆ ชีวิตนักศึกษาปีสี่มันดีอะไรแบบนี้!
เคร้ง!!
เสียงขวดกระทบกันยามมือเรียวควานหาขวดน้ำเมามาดื่มอีก แต่ว่าทั้งกระป๋อง ทั้งขวดทุกอย่างหมดเกลี้ยง
ใบหน้าที่ซ่อนไว้ในเงามืดของระเบียงไร้แสงไฟค่อยขยับ เมื่อเธอถอนหายใจและยันตัวลุกขึ้นยืนแบบเซเล็กน้อยถึงปานกลาง ร่างแบบบางสวมเสื้อยืดย้วย ๆ สีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำ กับกางเกงขาสั้นที่ชายเสื้อคลุมยาวจนเหมือนไม่ใส่อะไร หญิงสาวขยับก้าวผ่านเข้ามาภายในห้อง แสงไฟส่องให้เห็นผู้หญิงผมยาวแต่รวบมัดเป็นจุกไว้แบบลวก ๆ ดวงหน้าเรียวได้รูปสวย แต่นัยน์ตาโตเศร้าอยู่ภายใต้คิ้วบางที่ไม่ได้เขียน จึงไม่ได้ดูเรียวสวยเหมือนปกติ ริมฝีปากบางสีเนื้อค่อนไปทางชมพูเม้มนิด ๆ อย่างคนขัดอกขัดใจ ปลายจมูกแดงเรื่อ ใต้ตาคล้ำเพราะนอนไม่หลับและเอาแต่ร้องไห้มาหนึ่งคืน
อัจจิมาตรงดิ่งไปยังตู้เย็นซึ่งตั้งอยู่ในส่วนที่เป็นครัว พลางเอื้อมมือไปคว้าเอากระเป๋าเหรียญพร้อมกับคีย์การ์ดห้องที่วางไว้หลังตู้เย็น หยีตาเปิดกระเป๋าดูและพบว่ามีเงินเหลืออยู่สี่ร้อยกว่าบาท จุปากจิ๊กจั๊กเพราะกลัวไม่พอค่าเบียร์เลยหมุนตัวเดินผ่านชุดโซฟากับทีวีไปยังห้องนอน ก้าวดุ่ม ๆ ไปหยุดที่โต๊ะเครื่องแป้งใกล้หัวเตียง คว้ากระเป๋าสตางค์สีดำมาจะเปิดดูเงิน
เอ้อ เอาเข้าไป สองกระเป๋ารวม ๆ กันเหลือห้าร้อยกว่าบาท แถมอีกหลายวันกว่าจะสิ้นเดือน...
คิดมาแล้ว อยู่ ๆ ก็เจ็บจี๊ดขึ้นมาสุด ๆ
อุตส่าห์เปลี่ยนกระเป๋าสตางค์ต้อนรับปีใหม่ ไงล่ะจ๊า สีดำสำหรับวันเกิดของเธอเสริมทั้งความรัก การงาน การเงิน!
การเงินดี ดีไปหมด เงินสดก็หด เงินในบัญชีก็เกลี้ยง!
การงานเลิศ วิ่งหน้าเริ่ดน่ะสิไม่ว่า ฝึกงานก็ถูกใช้เยี่ยงทาส โดนด่าไม่เว้นแต่ละวัน อีพี่ที่ทำงานก็ตอแหลเอาหน้า ส่งงานมาให้เธอทำต่อตอนสี่ทุ่ม ดันเสือกไปบอกบอสว่าส่งแล้ว บอสก็ไม่ฟังอะไรย้ำอยู่ได้ ส่งงานได้แล้วนะ เพราะพี่เขาบอกว่าส่งรายละเอียดให้หนูแล้ว!
แม่งเหี้ยในเหี้ยแล้วชีวิตอีอัจ!!
เงินก็หมด งานก็พัง รักก็เละ
ถูกโฉลกบ้านหมอดูสิ คิดมาแล้วก็อยากเอากระเป๋าไปปาหัวแม่ง!!!
แต่ช่างแล้ว หมดก็หมด เงินหมดก็ขอแม่!
อัจจิมาฟึดฟัดกับตัวเองได้ไม่นานก็เหนื่อยใจ เอื้อมไปคว้าเสื้อคลุมแขนยาวมาสวม แล้วหันหลังเดินกลับออกมายังห้องด้านนอก เธอเปิดประตูห้องออกไปก่อนจะล็อกห้องให้เรียบร้อย
เป้าหมายคือร้านขายของใต้ตึก ซึ่งถ้าปิดก็คงต้องเดินออกไปร้านสะดวกซื้อหน้าคอนโดที่ห่างออกไปราวสามร้อยเมตร หญิงสาวสะอึกสองสามครั้งขณะอยู่ในลิฟต์ เธอเอนตัวพิงผนังกระจก พลางแหงนหน้ามองเพดานลิฟต์เลื่อนลอย พอลงมาถึงชั้นล่างก็ก้าวออกมาแบบไม่แคร์สายตาใคร ซึ่งก็ไม่มีใครอยู่แล้วในเวลานี้ จากนั้นก็มาหยุดที่ร้านขายของซึ่งพบว่ามันปิดแล้ว หน้านิ่ว คิ้วขมวดและปากก็เม้มแน่นยามเงยหน้ามองนาฬิกา ก่อนหยีตาเพ่งและพบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืน สิบห้านาที
เหวี่ยงไม่ได้ วีนก็ไม่ดีเพราะเดี๋ยวถูกหาว่าบ้า เพราะอย่างนั้นอัจจิมาเลยต้องลากสังขารออกไปจากตึก หันไปยิ้มเหมือนขอไปทีกับลุงยามหน้าตึก แล้วก็ลากสังขารไปตามถนนของคอนโดที่สว่างด้วยแสงไฟสีส้ม สองข้างทางเป็นพุ่มต้นเข็ม และเฟื่องฟ้าแต่สาบานได้ เธอไม่มีอารมณ์มาสนใจอะไรพวกมันในตอนนี้
เธออยากเมา เมาให้มากกว่านี้แล้วจะได้หลับไปอีกวัน
อกหักตอนวันหยุดปีใหม่ ไม่มีอะไรดีงามไปมากกว่านี้อีกแล้ว!
เดินไปไม่ถึงร้อยเมตรก็เริ่มเหนื่อย หญิงสาวหยุดยืนนิ่ง ๆ เมื่อรู้สึกว่าภาพมันราง ๆ เธอยกมือขึ้นปิดปากเมื่ออะไรบางอย่างในท้องตีรวนขึ้นมาเป็นพัก ๆ สุดท้ายก็ได้แต่เหลียวซ้าย แลขวา รู้ว่ามันเป็นเรื่องไม่ดีแต่จะให้ไปห้องน้ำตอนนี้ก็ไม่ทัน เธอรีบหมุนตัวเข้าไปประชิดข้างทาง ทรุดตัวลงนั่งและโก่งคอ อะไรร้อน ๆ ขมปร่าในลำคอจนน้ำตาซึมถูกขย้อนลงกับพื้นข้างทาง
น่าสมเพช... น่าเวทนา น่า...
โอ๊ก-ก-ก-ก
อัจจิมาโก่งคออีกรอบ แต่ไม่มีอะไรออกมาแล้ว นอกจากเสียง...
อ้วก-ก-ก-ก
เสียงน่ารังเกียจมาก มากจนอยากจะอาเจียนตามอีกรอบ หญิงสาวยันตัวขึ้นยืนและมองหาที่มาของเสียงเพราะมั่นใจมากว่าไม่ใช่เสียงของเธอแน่ ๆ และ
แอวะ!
สามนาฬิกาขวามือ ผู้ชายคนหนึ่งหัวซุกเข้าไปในพุ่มเข็มชนิดที่เห็นแล้วเจ็บหน้าแทน อัจจิมาเบิกตามองเหมือนไม่เคยเห็น ขณะที่เสียงโอ้กอ้ากอี๋แหวะดังมาไม่ขาด ในเวลาเช่นนี้ คอนโดชานเมืองย่อมเงียบสนิท คนเดินผ่านไปมาในตอนนี้คงเรียกได้ว่ามีแค่เธอกับเขา และยาม
หน้าตึกที่ห่างออกไปราวร้อยเมตร
อูแหวะ!!
โอ๊ย! น่ารังเกียจ อ้วกได้น่าขี้เดียด เอ๊ย รังเกียจมาก!!
หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปาก ความตั้งใจอยากจะเมาเริ่มน้อยลง แถมความท้อในการเดินต่ออีกสองร้อยเมตรเพื่อข้ามถนนไปซื้อของก็มีมากขึ้น ดังนั้นเธอจึงหมุนตัวจะเดินกลับตึก
นอนไม่หลับก็ไม่ต้องนอน จะน้ำเปล่าหรือน้ำเหล้ามันก็สีใส ๆ เหมือนกันนั่นแหละ ถ้าใจเราเมากินอะไรก็เมาได้!
อัจจิมาเหลียวกลับไปมองคนชะตากรรมเดียวกันอีกครั้ง ความเมาหัวทิ่มหัวตำของเขา ทำให้เธอพานจะหายเมาอยากกลับไปนอน แถมท้องก็ดันมาร้องเอาตอนนี้ ความคิดดี ๆ เลยบอกว่า กลับไปต้มมาม่าห่อสุดท้ายที่เหลืออยู่กินฉลองปีใหม่ ก็คงพอแทนการไปกินหมูกระทะกับแฟนเก่าได้บ้างหรอก!
เสียงสะอึกดังมาจากข้างหลัง พร้อมกับเสียงแผละเหมือนอะไรหนัก ๆ กองลงกับพื้น พอหันกลับไปมองอีกรอบก็พบว่าผู้ชายคนนั้นทรุดลงนั่ง เอนหลังพิงกับเสาไฟ แล้วสิ่งที่เธอเห็นถัดมา อัจจิมาคิดว่าตัวเองเหมือนตัวประกอบฉาก
เงามืด ๆ ใกล้เข้ามาจนมองออกว่าเป็นผู้หญิงในชุดนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเดียวกับเธอ แต่แรกอัจจิมาเตรียมวิ่งแล้วนะเพราะคิดว่าเป็นผี ผู้หญิงคนนั้นเมื่อวิ่งเข้ามาใกล้ผู้ชายคนนั้น ก็หยุดแต่ยืนอยู่ห่างไปราวสามเมตร เจ้าหล่อนเหมือนจะไม่เห็น หรือไม่ได้สนใจเธอที่ยืนอยู่เลย แถมยังปาโทรศัพท์ใส่ผู้ชายที่เพิ่ง ‘เมาเหมือนหมา’ ให้เธอดู พร้อมกับก้าว
เข้าไปเทอะไรมากมายในกระเป๋าผ้าลงบนตัวเขา
“จำไว้นะเท”
อัจจิมาห่อปากเป็นตัวโอ... โอ๊ มีคนชื่อเท โดน ‘เท’ สมชื่อแล้ว!
“เราเลิกกันแล้ว และเทไม่มีสิทธิ์มาตามตื้ออะไรมีนทั้งนั้น ไม่ต้องมาหามีนอีก ของทุกอย่างที่เทให้มีน มีนคืนให้หมดแล้วนะวันนี้!”
น้ำเสียงเกรี้ยวกราดนั้นอัจจิมาจำไม่ลืม พอพูดจบปุ๊บหล่อนก็หันหลังวิ่งหนีไปปั๊บ อัจจิมายืนปากอ้าตาค้างมองตามหลังฝ่ายหญิงไป มารู้สึกตัวอีกทีก็คือกำลังถูกจ้องมองมา หญิงสาวสะดุ้งโหยง เลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก
ตายห่า! อึ้งไปหน่อยเลยโดนจับได้แล้วนี่นา!!
มีเสียงหึดังขึ้น เธอเรียกสติกลับมาและคิดว่ามารยาททรามมากที่ยังยืนดูอยู่ได้ จึงตั้งใจจะเดินจากไป แต่แค่หมุนตัวเสียงพึมพำ ๆ ข้างหลังก็ดังขึ้น
“สมเพชเนาะ เขาไม่รักแล้วก็ยังจะพยายาม”
เหมือนรำพึง แต่ก็เหมือนชวนคุย ทว่ามันแทงใจอัจจิมาแบบฉึก ๆ เลยทีเดียว
“แต่คุณคงไม่เข้าใจหรอก ขอโทษทีนะที่มาเห็นอะไรทุเรศ ๆ”
น้ำตาคนที่อยู่ในช่วงอ่อนไหวหล่นแหมะ ใครจะไม่เข้าใจล่ะ ก็คนมันหัวอกเดียวกัน!
“คุณเคยเห็นไหม วันครบรอบที่คบกันกลายเป็นวันเลิกกันไปเสียได้ คบกันได้สี่ปี จู่ ๆ ก็มาเทกันเพราะเจอคนใหม่ แถมยังเสือกมาบอกให้ทำใจวันสำคัญแบบนี้เอง แม่ง...” เสียงงึมงำเบาไปฟังไม่ถนัด แต่คนฟังน้ำตาไหลพราก สะอื้นกระซิก ๆ อัจจิมาเดินไม่ไหว สุดท้ายจึง
ตัดสินใจก้าวเข้าไปนั่งลงที่เก้าอี้ยาวสีขาวที่ห่างออกไปสองสามก้าว
“มันเป็นอะไรกับวันครบรอบก็ไม่รู้ จู่ ๆ ก็เลือกมาบอกเลิกวันแบบนี้ แม่งจริง ๆ นั่นแหละ ฮือ”
มีเสียงหัวเราะดังแผ่ว ๆ เขาที่นั่งพิงเสาไฟยกมือขึ้นเสยผม เงยหน้าขึ้น
“อ้าวซะงั้น โลกกลมเหอะ”
เชื่อเถอะ ให้ระบายกับใครก็ไม่โล่งใจเหมือนได้ระบายกับคนสถานะเดียวกัน
“แม่งโคตรเลวอะ ขนาดจะกินเหล้าให้เมาร้านยังปิด!”
คนเมากลาง ๆ ค่อนไปทางมากโวยขึ้นอย่างอัดอั้น
“เออ จริง สุดจริงอันนี้ ฮะฮะ” คนเมามากค่อนไปทางเมาหนักพึมพำต่อ
“อยากกินเหล้าอยากเมาให้ลืมไปเลย”
“เอ้อ แต่พอเมาแล้วดันเสือกปวดหัว”
บทสนทนาระหว่างคนอกหักแปลกหน้าสองคนเกิดขึ้น
อัจจิมาไม่คิดหรอกว่าจะมีอะไร พอเมาสติก็เริ่มน้อยลงจนไม่ได้คำนวณถึงความปลอดภัยหรืออะไรทั้งนั้น รู้แค่ เอ้อ... แสดงว่าคนบนโลกนี้ที่โชคร้ายก็ไม่ได้มีเธอคนเดียวเสมอไป
อย่างน้อยตรงนี้ ก็มีคนถูกบอกเลิกในวันครบรอบเหมือนกันกับเธอ