"อ้ะ!" เด็กสาวสะดุ้งตกใจในตอนที่น่องไก่อุ่นๆเฉียดริมฝีปากของเธอทำให้มือบางเผลอปล่อยดินสอในมือ ดวงตากลมมองหน้าผู้กระทำพบว่าเป็นคิมหันต์ซึ่งพยายามจะเป็นฝ่ายป้อนไก่ให้ด้วยมือของเขาเอง เพื่อนๆที่นั่งอยู่ใกล้ก็พลอยมองตามตาเป็นประกาย ทำเอาโลมารู้สึกร้อนๆหนาวๆยังบอกไม่ถูก
"หนูยังไม่หิวค่ะ"
"กินไป เดี๋ยวป้อนให้" คิมหันต์บอกเสียงนิ่ง การกระทำนั้นเองกระตุ้นเลือดในกายสาวให้สูบฉีดอย่างเร็วพลัน แก้มเนียนใสแดงระเรื่อเหลือบมองอาการของเพื่อนด้วยความกระดากอาย
โลมากลืนน้ำลายก่อนจะอ้าปากกัดน่องไก่ชิ้นเล็กพอเป็นพิธีเนื่องจากเหลืออีกเพียงข้อเดียวเธอก็จะทำแบบฝึกหัดเสร็จเรียบร้อย ช่วงนี้เป็นระยะของการเคลียร์งานก่อนสอบปลายภาคของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้า ในขณะที่รุ่นพี่มัธยมศึกษาปีที่หกต่างสวมชุดพละมาเยี่ยมเยียนโรงเรียน บ้างก็สวมชุดไพรเวตเพราะเรียนจบกันแล้ว
คนตัวเล็กนั่งทำโจทย์ข้อสุดท้ายจนเสร็จสรรพหลังจากนั้นเพื่อนๆสนิทก็พร้อมใจกันลอกคำตอบของแบบฝึกหัดกันอย่างเร่งรีบเนื่องจากเหลือเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงก็จะถึงกำหนดปิดรับสมุดนักเรียนหน้าห้องคุณครูประจำวิชา
"ขึ้นรถ เดี๋ยวพาไป" ชายหนุ่มในชุดสูทเรียบหรูเอยขึ้นหลังจากเด็กนักเรียนทำแบบฝึกหัดแล้วเสร็จ แต่กว่าโลมาและเพื่อนๆของเธอจะเดินเท้าเปล่าไปถึงอาคารซึ่งอยู่หลังสุดในรั้วโรงเรียน คงจะถึงกำหนดปิดรับพอดี
"ขอบคุณค่ะ ส่งสมุดมาเดี๋ยวฉันจะเอาไปส่งให้" โลมารีบตัดสินใจในทันที เธอหันกลับไปหยิบสมุดของเพื่อนๆอย่างเร่งรีบ ไม่มีเวลามาแสดงความเกรงใจคิมหันต์ในขณะที่เหลือระยะในการเดินเท้าไปยังอาคารจำนวนจำกัด
"ให้พวกฉันรออยู่ที่นี่ไหม" ผักบุ้งถาม
"ไม่เป็นไรกลับก่อนเลยก็ได้ ใกล้ถึงเวลาเลิกงานของพ่อแล้ว" เด็กสาวตอบเพื่อนกลับตามความเป็นจริง หลังเลิกเรียนมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่เธอจะติดรถบิดากลับบ้าน มีบางครั้งเลิกเร็วไม่มีกิจกรรมก็จะนั่งรถเมล์กลับเอง
"พี่คิมนั่งรอในรถก็ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูวิ่งขึ้นไปส่งแป๊บเดียว" มือบางปลดเข็มขัดนิรภัยเมื่อถึงตึกเป้าหมายขณะบอกผู้ขับรถที่กำลังตั้งท่าจะลงตามไปด้วย เธอไปคนเดียวกระฉับกระเฉงและรวดเร็วกว่าไม่ต้องมาพะวงหน้าพะวงหลัง
"เธอเป็นผู้หญิง จะขึ้นไปคนเดียวได้ยังไง" แต่ก็ใช่ว่าชายหนุ่มจะปฏิบัติตาม เขารีบเหวี่ยงขายาวราวกับนายแบบลงจากรถ เร่งฝีเท้าตามร่างเล็กที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปในตัวอาคารสี่ชั้นตามลำพัง
"ไม่กลัวอันตรายหรือไง" คิมหันต์พึมพำบ่นไล่สายตามองบรรยากาศรอบตัวอาคารที่ปกคลุมไปด้วยความเงียบสงบ จนได้ยินเสียงรองเท้านักเรียนกระทบกับพื้นทางเดินตลอดเส้นทาง
โลมาน่าจะเป็นนักเรียนคนสุดท้ายที่นำแบบฝึกหัดมาส่ง เธอนำสมุดจำนวนหนึ่งไปใส่ในลิ้นชักรับแบบฝึกหัดตามหมายเลขที่คุณครูแจ้ง แล้วเดินกลับมาหายใจหอบเสียงดัง
ร่างสูงไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่เดินลงชั้นบันไดพร้อมกับเด็กสาวที่ยังคงเกาะราวเหล็กเอาไว้ด้วยสองมือ ดูท่าระยะวิ่งและความเร่งรีบจะทำให้ขาเล็กๆของเธออ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด
"ขอบคุณนะคะที่มาเป็นเพื่อน"
"อืม เธอเป็นผู้หญิงจะขึ้นมาบนอาคารคนเดียวได้ยังไง ไม่รู้เหรอว่ามันอันตราย" ที่เขาบ่นเพราะเป็นห่วงตามประสาคนรู้จัก หากเกิดอันตรายขึ้นคิมหันต์ก็คงจะรู้สึกใจหายไม่แพ้ครอบครัวของเธอ เนื่องจากเขาเห็นโลมามาตั้งแต่ยังละอ่อน ไม่รู้ตัวเลยว่าประโยคนั้นยิ่งทำให้เด็กสาวหลงใหลในตัวเขามากกว่าเดิม
หนึ่งปีต่อมา
ความสัมพันธ์ระหว่างโลมาและคิมหันต์ยังคงเป็นความรักลับๆ ที่ผู้ใหญ่ยังไม่ทราบถึงสถานะเปลี่ยนไป แม้เด็กสาวอยากจะบอกกับครอบครัวว่าตอนนี้เธอมีคนรักแล้ว แต่ก็ดูเหมือนฝ่ายชายจะยังคงไม่อยากให้ผู้ใหญ่ทราบ
ทุกอย่างจึงยังคงอยู่ในความสัมพันธ์ลับๆเหมือนช่วงแรกของการทำความรู้จากกัน มีอยู่ครั้งหนึ่งที่แฟนหนุ่มอาสาพาเธอออกไปพบกับปลาวาฬด้านนอก วันนั้นเองทำให้โลมาได้มีโอกาสใช้เป็นข้ออ้างออกไปดูหนังกับคนรักนอกเหนือจากพบพี่สาว
"ดูรีบนะ" เสียงเข้มของคิมหันต์เอ่ยเหน็บแนมเด็กสาวในชุดนักเรียนซึ่งอยู่ในอาการกระตือรือร้นทันทีที่รถจอดสนิท โลมาก็รีบปลดเข็มขัดนิรภัยทันที เขาไม่ค่อยรู้สึกพิเศษกับโลมาเสียเท่าไหร่ทำให้ช่วงหกเดือนหลังมานี้เริ่มตีตัวออกห่าง ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้เอะใจ เพราะคิดมาตลอดว่าแฟนหนุ่มทำงานยุ่งจนไม่มีเวลามารับมาส่ง
"ค่ะ วันนี้วันเกิดของวายุ หนูจะรีบไปเตรียมซื้อเค้กให้เพื่อน"
"ใครคือวายุ" คิ้วดกเข้มขมวดเข้าหากันทันที หรือเป็นเพราะหลังจากเด็กสาวขึ้นมอหกตรงกับช่วงที่เขาตีตัวออกห่าง จึงไม่ได้เอ่ยถามเรื่องเพื่อนกับเธอ
"เพื่อนค่ะ" เด็กสาวพูดทั้งรอยยิ้มขณะมองออกไปนอกรถ ไม่ได้สนใจคู่สนทนาเท่าที่ควร ดวงตาของเธอใสจนเป็นประกายแตกต่างจากปีที่แล้วอย่างสิ้นเชิง อาจจะเป็นเพราะโลมาเริ่มดูแลตัวเองบวกกับอายุอานามที่โตขึ้น ผมยาวสลวยที่มักจะถูกถักเปียแบบนี้ถูกรวบเป็นหางม้าสูง อวดลำคอระหงและท้ายทอยขาวไร้ที่ติ ไรผมบางๆสีน้ำตาลอ่อนคลุมเล็กน้อยยิ่งทำให้โลมามีเสน่ห์สำหรับเพศตรงข้าม
"..." คิมหันต์ละสายตาจากคนข้างๆเมื่อรู้สึกว่าตัวเองจะเผลอจ้องอีกฝ่ายนานจนเกินไป
"พี่คิมเกิดวันไหนเหรอคะ"
"ข้อมูลส่วนตัวคนอื่นจะอยากรู้ไปทำไม แล้วนี่ขึ้นมอหกได้ย้ายห้องด้วยเหรอ ทำไมน้องของซีรีย์มายืนรอ"
"ค่ะ หนูถูกสลับห้องวนไปวนมาแค่สองห้อง แต่ก็เจอเพื่อนสนิทตลอด"
"อ่ะ ค่าขนม" คิมหันต์ควักแบงค์พันจำนวนหนึ่งยัดใส่มือเล็กอย่างไม่ได้ใส่ใจ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเด็กสาวดันธนบัตรเหล่านั้นใส่ไว้ในมือหนาของเขาแทน
"ไม่เป็นไรค่ะ เราแค่คบกันยังไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะใช้เงินด้วยกัน หนูลงไปหาเพื่อนก่อนนะ ขอบคุณที่มาส่งค่ะ" อีกอย่างฐานะทางครอบครัวของเธอก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องค่าใช้จ่ายอะไร ผู้เป็นพ่อก็สามารถทำให้โรงงานที่เกือบเจ๊งกลับมาและยังได้ขยายสาขาอีกด้วย
"อย่าไปใกล้ผู้ชายให้มาก" ชายหนุ่มพูดไล่ตามหลัง จากที่เอ่ยจนเคยปาก กลับหงุดหงิดขึ้นมาจริงๆตอนเห็นเด็กผู้ชายชุดนักเรียนตรงเข้าไปกอดคอโลมาอย่างสนิทสนม