EP.1 แค่สนุก
ตึก ตึก ตึก
เสียงรองเท้านักเรียนสีดำวาวกระทบกับพื้นฟุตบาตตามจังหวะวิ่งกระหืดกระหอบของเด็กสาวในชุดนักเรียนมอปลาย มือเล็กกำกระเป๋าแน่นขณะมุ่งหน้าตรงไปยังป้ายรถเมล์ทันทีที่ลงจากวินมอเตอร์ไซค์
"เฮ้อ... ตกรถจนได้ ซวยจริงๆเลย!" โลมากระแทกเสียงอย่างนึกเจ็บใจเมื่อเห็นเพียงหลังรถประจำทางที่ชอบนั่ง เธอใช้หลังมือเช็ดคราบเหงื่อข้างขมับเล็กแนบราบไปกับขอบหน้า
"ขึ้นรถไม่ทันหรือตั้งใจจะโดดเรียน" เด็กสาวหันใบหน้าจิ้มลิ้มมองตามต้นเสียง จากตกใจก็แปรเปลี่ยนเป็นใจสั่นระรัวขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของประโยคเป็นเพื่อนสนิทของพี่สาวต่างสายเลือด
"พี่คิม..." โลมาเรียกชื่อหนุ่มร่างสูงในชุดสูทดูดีเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบ สองมือบางสั่นระริก ไม่ใช่ว่ากลัวความผิดแต่เกิดจากความประหม่าเมื่อได้อยู่ใกล้คนที่ตนแอบมีใจให้ แต่ไม่กล้าสารภาพความในใจเสียที เพศสภาพคอยค้ำคอว่าเป็นผู้หญิงจึงต้องรักนวลสงวนตัวไม่เข้าหาผู้ชายอย่างอุกอาจ
"ไปขึ้นรถสิ พี่จะไปส่ง" คิมหันต์บอกเสียงเข้ม
"ไม่เป็นไรค่ะ หนูรอคันต่อไปก็ได้"
"กว่ารถจะมา เธอได้เข้าห้องเรียนสายแน่" เด็กสาวกำมือเล็กน้อยเมื่อไม่รู้จะทำตามที่รุ่นพี่บอกดีหรือเปล่า
"...ก็ได้ค่ะ" เมื่อลังเลใจอยู่สักพักจึงยอมตามหลังคิมหันต์ไปขึ้นรถสปอร์ตหรูของอีกฝ่าย ซึ่งจอดอยู่หน้าร้านอาหาร คาดคะเนว่าเขาน่าจะแวะมาจิบกาแฟก่อนออกไปทำงาน
เด็กสาวก้มหัวให้รุ่นพี่เล็กน้อยก่อนจะขึ้นไปบนรถหรูเมื่อคิมหันต์อุตส่าห์เปิดประตูรถให้เสมือนกำลังให้เกียรติผ่านการกระทำ พฤติกรรมดังกล่าวยิ่งสร้างความประทับใจให้กับเด็กสาวผู้ไร้ประสบการณ์เรื่องความรัก พอชายหนุ่มทำดีเข้าหน่อย หัวใจข้างซ้ายก็กระหน่ำเต้นแทบทะลุออกจากอก
"ขอบคุณค่ะ" เธอบีบชายกระโปรงนักเรียนข่มความประหม่า มือบางทั้งสองข้างเย็นเฉียบ มองตามร่างสูงราวกับนายแบบอ้อมไปขึ้นรถอีกฝั่ง ทั้งที่คิมหันต์ยังไม่ได้เอื้อมมือเปิดแอร์ แต่โลมากับรู้สึกหนาวเย็นยะเยือกขนลุกชูชัน อาจจะเป็นเพราะกำลังตื่นเต้นที่ได้อยู่ใกล้ชิดหนุ่มหล่อก็เป็นได้
"เธอชอบพี่เหรอ" ชายหนุ่มเอื้อมมือสตาร์ตรถยนต์พร้อมกับเอ่ยถามเสียงราบเรียบ โดยไม่ได้มีความรู้สึกยินดีเปิดเผยออกมาให้เห็น
"...ปละ เปล่าค่ะ" เด็กสาวรีบโบกมือปฏิเสธใบหน้าเห่อร้อนแดงระเรื่อยากจะโกหก
"ถ้าชอบก็มาลองคบดูสิ" หนุ่มหล่อเอียงหน้ากลับมาสบตาโลมาซึ่งตัวแข็งทื่อกำสายเข็มขัดนิรภัย กลอกดวงตาสวยไปมาอย่างนึกสับสน
"คะ? พี่คิมหมายถึง"
"ก็ลองคบดู ไปไม่รอดค่อยถอย"
"..." ริมฝีปากเอิบอิ่มยิ้มแป้นออกมาโดยไม่รู้ชะตากรรมในวันข้างหน้าเลย เวลาเดียวกันก็ลังเลใจเพราะคิดมาตลอดว่าคิมหันต์ชอบพอกับปลาวาฬ แต่พอรู้ว่าปลาวาฬมีคนรักลับๆอยู่แล้วจึงพลอยโล่งอก อย่างน้อยเธอจะได้พ้นความรู้สึกแย่ว่าเผลอแอบชอบคนรักของพี่สาวเสียที
"เลิกกี่โมง"
"คะ? เอ่อ... พี่คิมหมายถึงเวลาเลิกเรียนของหนูเหรอคะ" เด็กสาวถามอย่างเกร็งๆ เพราะคิมหันต์ค่อนข้างใช้คำพูดหยาบคายเวลาสนทนากับปลาวาฬ
"อืม" เสียงชายหนุ่มถอนลมหายใจดังๆ คล้ายคนกำลังไม่พอใจแต่ก็ยอมพยักหน้าตอบกลับ เวลาเดียวกันโลมาก็แอบรู้สึกใจเสีย เหมือนคิมหันต์กำลังฝืนทำและไม่ได้อยากเข้าหาเธอตั้งแต่แรก
"หนูเลิกบ่ายสี่โมงครึ่งค่ะ วันไหนมีเรียนพิเศษก็หกโมงถึงหนึ่งทุ่ม"
"อืม พักนี้ติดต่อกับปลาวาฬรึเปล่า"
"นานๆพี่วาฬจะติดต่อกลับมาค่ะ พี่คิมล่ะคะ"
"ไม่ล่ะ"
"อ่อ จอดข้างหน้านี้นะคะ หนูจะเดินไปเข้าเรียนกับเพื่อน"
หมับ!
ร่างอรชรหยุดชะงักเมื่อถูกมือใหญ่รั้งบ่าบางเฉียดผมเปียจากทางด้านหลัง เรียกให้เด็กสาวหันกลับมามองผู้เหนี่ยวรั้ง เลิกคิ้วมนสวยขึ้นเล็กน้อยเชิงตั้งคำถามว่าเหตุใดเขาถึงหยุดการเคลื่อนไหวของเธอ
"เธอเป็นแฟนฉันแล้ว อย่าเข้าใกล้ผู้ชายมากล่ะ เลิกเรียนก็มายืนรอฉันอยู่หน้าป้ายโรงเรียน เดี๋ยวฉันมารับ" คิมหันต์ออกคำสั่งและจัดแจงเวลาให้กับโลมาด้วยตัวเอง
"...ค่ะ หนูไปนะ" เด็กสาวปลดเข็มขัดนิรภัยออก จากนั้นเปิดประตูผลุนผลันลงจากรถ พร้อมกับโบกมือลารุ่นพี่หนุ่มด้วยรอยยิ้มสดใส บุคคลเจ้าของตำแหน่งแฟนคนแรกของเธอ
ชายหนุ่มเพียงพยักหน้า แล้วมองตามหลังร่างเล็กกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาเพื่อนสนิทของทั้งชายและหญิง ดวงตาคมมองตามกลุ่มของเด็กสาวด้วยสายตาว่างเปล่า เขาไม่ได้รู้สึกหึงหวงที่เจ้าหล่อนตีสนิทสนมพูดหยอกล้อกับเพื่อนผู้ชายแต่อย่างใด
ก็แค่นึกสนุก...
"ชินจัง ชินจังทำการบ้านวิชาเคมียัง เอามาลอกหน่อยสิ" โลมาชะโงกหน้าไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนชายในกลุ่ม เนื่องจากเมื่อคืนเธอมัวแต่ทำโจทย์คณิตศาสตร์เพื่อให้มิตรสหายดูเป็นตัวอย่าง โดยคาดหวังให้ชินจังเป็นคนทำแบบฝึกหัดวิชาเคมีซึ่งเธอไม่ค่อยสันทัดเท่าไหร่
"ทำแล้ว ทำการบ้านวิชาเคมีเสร็จยัง" เด็กหนุ่มหน้าตี๋ให้คำตอบ ก่อนจะหันไปใช้ศอกสะกิดผักบุ้งที่กำลังเดินราวกับคนเหม่อลอย ผลพวงจากการดูดวง ได้นอนอีกทีก็ตีสองของวันใหม่
"ฉันมัวแต่ดูดวงให้พวกแกนี่แหละ ไม่มีเวลาทำการบ้านหรอก ดวงของโลมามีเกณฑ์จะอกหักรักคุด รักใครชอบใครก็อย่าเพิ่งตกลงคบนะ เขาอาจจะไม่ใช่เนื้อคู่ก็ได้" ผักบุ้งเตือนเพื่อนตามคำทำนายที่เธอสุ่มดูมาและไม่เคยตรงกันเลยสักครั้งอย่างเล่นที
"หมอเดา งมงายชะมัด" ชินจังว่าให้ ต่างจากเอเชียที่เดินอมยิ้มกับความไร้สาระ คาดหวังอะไรไม่ได้จากผักบุ้ง
"ฉันจะอกหักเหรอ แฟนยังไม่มีเลยนะ" โลมาแย้ง เรียกเสียงหัวเราะจากนามิและฟักแฟงได้ไม่ยาก
"เผื่อใจไว้ก่อน เรียนจบแล้วค่อยมีแฟนก็ได้หนิ พวกแกจะรีบมีแฟนไปทำไมเนี่ย เนื้อคู่ฉันนะ ถ้ามันไม่ตกท่อตายก่อน ก็คงจะกลับมาพบกันแหละ" ผักบุ้งบ่น
"เอาเข้าไปแม่คุณ" ชินจังกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย
"ส่วนชินจังนะ อนาคตเมื่อมีลูกหลานลูกหลานก็จะกลับมาตั้งคำถามว่าทำไมคุณตาถึงได้ชื่อว่าชินจังคะ โดนเทจนรู้สึกชินจังเหรอ"
"บางทีแม่พ่อกูก็ตั้งชื่อโดยไม่คำนึงถึงอนาคตลูก" เด็กหนุ่มบ่น
"ของนายยังดีที่เป็นแค่ชื่อ ของฉันนามสกุล หอมมะลิขาว บรรพบุรุษพ่อฉันปลูกข้าวจ้าวเหรอ" ผักบุ้งเองก็บ่นอย่างไม่น้อยหน้า เธอตั้งคำถามกับเครือญาติจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่ได้คำตอบเลยเนื่องจากพื้นฐานของตระกูลส่วนใหญ่ล้วนแต่ทำอาชีพการประมง
ส่วนฟักแฟงก็นามสกุลพาดพิงไปอยู่จังหวัดหนึ่งในภาคใต้ ทั้งที่เป็นคนภาคตะวันออกโดยแท้ เรื่องตั้งนามสกุลเป็นอะไรที่ยิ่งคิดยิ่งชวนให้ปวดหัว