bc

หลงทางคุณ

book_age18+
96
ติดตาม
1.2K
อ่าน
รักต้องห้าม
love-triangle
ครอบครัว
จบสุข
รักต่างวัย
ผู้สืบทอด
คนใช้แรงงาน
หวาน
เบาสมอง
สาสมใจ
ปิ๊งรักวัยเด็ก
like
intro-logo
คำนิยม

เพราะคำว่า 'รักไม่ได้'

.

'เอื้ออังกูร' เลยปฏิเสธความรักของ 'เจนนารี' น้องสาวเพื่อนของเขา

.

แต่แล้วเขาก็ต้องมานั่งเสียใจเอง เมื่อเธอไปคบคนใหม่ ลืมเขาไปได้อย่างรวดเร็ว

.

เขาพยายามทำใจ ดูแลเธออยู่ห่างๆ จนกระทั่ง...เจนนารีเลิกกับผู้ชายคนนั้น

.

เอื้ออังกูรไม่พลาดที่จะคว้าโอกาสสำคัญนั้นไว้อีกครั้งหนึ่ง

.

เขาเคยสูญเสียหัวใจของเขาไปแล้ว รู้ดีว่ามันเจ็บปวดและทรมานมาก ฉะนั้นจะไม่มีทางให้มันเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด!

.

.

.

.

“ถ้าเจนยังมองพี่ด้วยสายตาแบบนี้อีก พี่จะจูบเจนจริงๆ แล้วนะ”

.

“มาทำแบบนี้ได้ยังไงคะ” เจนนารีอยากจะบ่นเขาเสียงดัง แต่เสียงที่พูดกลับอุบอิบ จึงได้แต่มองอีกฝ่ายตาแข็งเพื่อกลบเกลื่อนความอาย ไม่อยากให้คนตรงหน้าได้ใจไปมากกว่านี้

.

“ก็แฟนพี่น่ารักนี่ครับ”

.

เจนนารีอ้าปากพะงาบดวงตาเบิกค้างกับคำพูดทีเล่นทีจริงของเขา เธอยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนสักหน่อย อิตาบ้านี่ก็หน้าหนามาขี้ตู่สรุปไปเองซะอย่างนั้น

.

“เจนยังไม่ได้ตกลงค่ะ”

.

“แล้วเมื่อคืนใครจูบตอบพี่”

.

“!!!”

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
บทนำ หลงทางคุณมานานแล้ว
เมื่อม่านประตูสีขาวแหวกออก เจ้าบ่าวรูปร่างสูงโปร่งประคองเจ้าสาวในชุดเกาะอกกระโปรงสุ่มยาวเดินมาบนพรมที่ปูเข้าไปยังห้องโถงกว้าง ภายในห้องประดับประดาด้วยมวลดอกไม้หลากสีหลายสายพันธุ์ ด้านบนมีเส้นคริสตัลเรียงร้อยห้อยระย้าล้อแสงไฟนับไม่ถ้วน ราวกับดาวพราวระยับพร่างพรายบนท้องฟ้า งดงามตระการตาสมกับเป็นงานแต่งในฝันของใครหลายคน แต่ในสายตาของเจ้าบ่าวไม่มีอะไรสวยงามและน่ามองเกินกว่าเจ้าสาวของเขา เอื้ออังกูรคลี่ยิ้มหลังมาหยุดอยู่กลางห้องโถง ดวงตาคู่คมเป็นประกายยามมองใบหน้าสวยหวานหลังผ้าคลุมลูกไม้สีขาวบาง จากนั้นก็เลิกชายผ้าขึ้นเผยใบหน้าอ่อนหวานของหญิงสาว ณ วินาทีนั้น คำว่า ‘สวย’ ยังน้อยเกินไปสำหรับผู้หญิงตรงหน้า เธอคือนางฟ้า… เจนนารีไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายชื่นชมความงามของเธอเพียงฝ่ายเดียว ดวงตาคู่งามช้อนขึ้นมองผู้เป็นเจ้าบ่าวในชุดสูทสีดำที่ผูกโบหูกระต่ายสีเดียวกันด้วยความรู้สึกลึกซึ้ง หญิงสาวไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีวันแสนโรแมนติกกับผู้ชายคนนี้ คนที่เปรียบเสมือนพี่ชายและคนในครอบครัวของเธอ หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงโลดยามหัวแม่มือสากระคายแตะบนแก้มนุ่มแล้วเกลี่ยไล้แผ่วเบา เอื้ออังกูรไม่ได้มองเธอด้วยสายตาเอ็นดูเหมือนที่ผ่านมา แต่เต็มไปด้วยความรักใคร่และปรารถนาระหว่างชายหญิง ทั้งยังทำในสิ่งที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการถึง นั่นก็คือ จูบ! ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้ ริมฝีปากอุ่นร้อนแนบบนริมฝีปากของเธอ สัมผัสแรก…เจนนารีรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กเมื่อครั้งที่เธอใช้ปากแตะก้อนขนมสายไหมสีสวย มันให้ความรู้สึกนิ่ม เบา และหวาน อร่อยจนไม่คิดอยากถอนริมฝีปากออก ทว่าหลงใหลอยู่กับรสสัมผัสนั้นได้ไม่นาน เอื้ออังกูรก็พาเธอข้ามขั้นไปเป็นวัยรุ่นแรกแย้มที่ได้ลองกินบะหมี่รสต้มยำครั้งแรก รสชาติแซ่บสะใจ เปรี้ยว เผ็ดและหวานนิดๆ เมื่อเปรียบเทียบความอร่อยกับขนมสายไหมแล้ว เธอชอบรสชาติของบะหมี่ต้มยำมากกว่าเยอะ และดูเหมือนว่าจะติดใจรสชาติของมันมากเกินไปหน่อย เจนนารีเลยหยุดกินไม่ได้ สุดท้ายลมหายใจก็สะดุด แค่กๆ เจ้าบ่าวผละออกเพื่อให้เธอได้เอาอากาศเข้าปอด แต่พอนัยน์ตาสีดำหยาดเยิ้มเหมือนคนเมาสุราจับจ้องบนใบหน้าและริมฝีปากฉ่ำวาวที่บวมเจ่อของเธอ ใบหน้าหล่อเหลาก็เคลื่อนเข้ามาใกล้ และประทับริมฝีปากบนกลีบปากของเธออีกครั้ง ก่อนจะแทรกลิ้นอุ่นร้อนเข้ามาในโพรงปากเธอด้วย! ร่างกายของเจนนารีร้อนยิ่งกว่าถ่านติดไฟ จนเธอแทบระเหิดกลายเป็นไอน้ำ หากไม่มีแขนแข็งแรงเกี่ยวกระหวัดเอวคอดกิ่วพยุงเอาไว้ ป่านนี้เธอคงขาอ่อนแรงและทรุดลงไปกองบนพื้นแล้ว ใครจะคิดว่าผู้ชายหล่อเนี้ยบ สุขุม และใจเย็นอย่างเอื้ออังกูรจะจูบได้เร่าร้อนและดิบเถื่อนโดยไม่สนสายตาของแขกผู้มีเกียรติทั้งหลาย ยิ่งนักร้องและนักดนตรีชื่อดังร้องท่อนฮุคของเพลง Love me Harder ที่ขับร้องโดย Ariana Grande และ The Weeknd ขับกล่อมแขกเหรื่อในงาน อรรถรสในการจูบของบ่าวสาวก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว สองกายบดเบียดเข้าหากันจนแทบไม่มีช่องว่าง ในที่สุดเจนนารียั้งอารมณ์ของตัวเองไว้ไม่ไหว เธอปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวของเจ้าบ่าวไปสามเม็ด แบะสาบเสื้อเนื้อดีออก แล้วยื่นมือเข้าไปลูบไล้แผ่นอกขาวตึงแน่น ‘เอาออกมาวิ่ง วิ่งนะ วิ่งนะ แฮมทาโร่ เอาออกมาเต้น เต้นนะ เต้นนะ แฮมทาโร่…ของอร่อยที่สุดก็คือ เมล็ดทานตะวัน~’ จู่ๆ เสียงไพเราะของนักร้องลูกคอดีก็เปลี่ยนไปเป็นเสียงเพลงประกอบการ์ตูนช่องดังที่เธอเคยดูตอนเด็กๆ ซึ่งแน่นอนว่าเธอชอบ แต่มันไม่เข้ากับบรรยากาศแสนโรแมนติกของงานแต่งเลยสักนิด พานให้คู่บ่าวสาวเซ็งจนหมดอารมณ์จะจูบกันต่อ เจนนารีพยายามทำอะไรสักอย่างเพื่อให้เสียงนั้นหยุด เธอจะไม่มีวันปล่อยให้งานแต่งในฝันของตัวเองล่มสลายแน่นอน กว่าเธอจะมีวันนี้ได้ไม่ง่ายเลยสักนิด หญิงสาวหันไปแหวใส่นักดนตรีด้วยความไม่พอใจ แต่แทนที่พวกเขาจะฟัง กลับเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้นจนกลบเสียงของเธอ เจนนารีจนปัญญา ทำอะไรไม่ได้นอกจากตัดสินใจจะจูงมือเจ้าบ่าวเดินออกจากงานแทน แต่เพียงแค่หมุนตัวกลับไปหา เอื้ออังกูรกลับไม่ได้ยืนอยู่ข้างเธอแล้ว ทั้งสิ่งของภายในงานยังหายไปทีละชิ้นๆ ก่อนทุกอย่างจะมืดสนิท ไม่กี่วินาทีต่อมาภาพตรงหน้าก็ปรากฏพื้นสีขาวขุ่นคล้ายฝ้าเพดานในห้องเช่าที่เธออาศัยอยู่ แค่ฝันหรือเนี่ย เซ็งชะมัด! เจนนารีถอนหายใจแรงๆ ก่อนเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างหัวเตียงที่ยังคงแผดเสียงดังมาปิดการปลุกแล้ววางลงที่เดิม มือข้างขวายกขึ้นคลึงขมับเพื่อคลายอาการมึนศีรษะจากการตื่นกะทันหัน ก่อนจะเงยหน้าแล้วหรี่ตามองผ้าม่านสีเขียวอ่อนที่มีแสงสว่างลอดผ่านเข้ามา กี่ครั้งแล้วที่เธอฝันแบบนี้ แก้มใสร้อนผ่าว คิ้วเรียวเลิกขึ้น เธอคิดฟุ้งซ่านและคลั่งรักผู้ชายคนนั้นมากถึงขนาดเก็บไปฝัน หญิงสาวสะบัดหน้าเล็กน้อยเพื่อเรียกสติตัวเอง แต่ดันกลับมาได้เพียงนิดเดียว เพราะสมองยังคงติดอยู่กับจูบและเรียวลิ้นที่แทรกเข้ามาในโพรงปากราวกับเธอได้ทำอย่างนั้นกับเขาจริงๆ คนฝันเพ้อเจ้อเลียริมฝีปากเล็กน้อย เธออดนึกย้อนไปในยามที่เอื้ออังกูรจูบและเลียกลีบปากของเธอไม่ได้ หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ ร่างกายคล้ายว่าจะไม่ใช่ของตัวเอง เจนนารีคว้าหมอนข้างใยสังเคราะห์ขึ้นมาจูบและกอดแทนเจ้าบ่าวที่หายตัวไปจากงานแต่งในฝันเมื่อครู่ ฮื้อออ เธอไม่น่าตั้งนาฬิกาปลุกเลย ไม่อย่างนั้นเธอกับเอื้ออังกูรคงได้ร่วมพิธีแต่งงานจนจบและเข้าหอกันเรียบร้อยแล้ว กว่าอารมณ์วาบหวามจะบรรเทาลง หญิงสาวก็กลิ้งเกลือกบนที่นอนไปมาอยู่นาน จนผ่านไปร่วมสิบนาทีถึงเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือมาดูเวลา 9.00 a.m. ถึงเวลาตื่นจากฝันจริงๆ สักที เจนนารีถอนหายใจยาว ปัดผ้าห่มออกจากตัว แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ หญิงสาวเช่าอะพาร์ตเมนต์ย่านสุทธิสารอยู่เพียงลำพังในราคาครึ่งหมื่น โดยรวมนับว่าน่าพอใจ อาคารมีอายุไม่มาก ยามค่ำคืนแสงไฟทุกดวงส่องสว่าง เลยไม่ได้ทำให้รู้สึกเปลี่ยวเหงาและน่ากลัวเท่าไร ทั้งเจ้าของที่นี่ยังค่อนข้างเข้มงวด ไม่อนุญาตให้ผู้อาศัยพาใครที่ไม่ได้แจ้งตั้งแต่แรกเข้ามา แต่หากจะขอเพิ่มจำนวนผู้เข้าพัก ก็ต้องแจ้งเจ้าของให้ทราบล่วงหน้าและยื่นสำเนาบัตรประชาชนไว้เป็นหลักฐาน สถานที่นี้จึงนับว่าปลอดภัยระดับหนึ่ง สมน้ำสมเนื้อกับค่าเช่าที่เธอจ่ายไป คนช่วยหาอะพาร์ตเมนต์ดีๆ แบบนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเอื้ออังกูร เจ้าบ่าวในฝันของเธอนั่นเอง ลำพังเธอคงจะหาห้องพักที่มีกฎระเบียบเคร่งครัดในราคาย่อมเยาแบบนี้ได้ค่อนข้างยาก ร่างระหงก้าวออกจากห้องน้ำหลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จ โทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น แต่คราวนี้เสียงเรียกเข้าคือเสียงเปียโน ไม่ใช่เสียงปลุกเพลงประกอบการ์ตูนอย่างเช่นเมื่อครู่ ใครกันนะที่โทร. มาแต่เช้า หญิงสาวเดินไปดูหน้าจอโทรศัพท์ ก็เห็นว่าปรากฏชื่อของ ‘เจ้าบ่าว’ พลันภาพเหตุการณ์หวานฟุ้งผสานความร้อนเร่าฉายขึ้นในสมองราวกับละครรีรัน หัวใจเต้นผิดจังหวะ แก้มนวลเนียนร้อนผ่าวจนเริ่มมีเหงื่อซึมออกมา แต่ถึงอย่างนั้นเธอจะกลัวอะไร ในเมื่อเขารู้ดีอยู่แล้วว่าเธอ ‘แอบชอบ’ ก็รับสายไปเลยสิ แล้วจีบเขาเพื่อกลบเกลื่อนอาการประดักประเดิดซะ “สวัสดีค่ะพี่เอิร์ธ…” เจนนารีทักทายปลายสายเสียงสดใสหลังจากรู้สึกมั่นใจมากขึ้น ก่อนจะหยอดคำหวานด้วยท่าทีน่าเอ็นดู “โทร. มาในวันหยุดแบบนี้มีอะไรเหรอคะ หรือว่า…คิดถึงเจน” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอพูดแบบนี้ แต่เป็นความพยายามที่ทำมาตลอด เพราะหวังว่า ‘น้ำหยดลงหินทุกวัน หินจะกร่อน’ “หึๆ” เอื้ออังกูรหัวเราะเสียงทุ้มต่ำชวนให้ใจคนฟังหลอมละลายเช่นทุกครั้ง “จำได้ว่าเมื่อวานเด็กบางคนบอกว่าจะออกไปซื้อของใช้ข้างนอก พี่ก็เลยมารอรับไปไงครับ” “…แล้วตอนนี้พี่เอิร์ธอยู่ไหนคะ” “อยู่ในรถ หน้าอะพาร์ตเมนต์เจนครับ” “!?” ดวงตาโตเบิกกว้าง ตอนนี้เพิ่งจะเก้าโมงเช้า แสดงว่าเขาออกจากบ้านตั้งแต่เช้าน่ะสิ “งั้นรออีกแป๊บนะคะ เดี๋ยวเจนแต่งตัวเสร็จแล้วจะรีบลงไปหา” เสียงขำดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนเขาจะตอบรับเธอด้วยโทนเสียงอบอุ่น “ครับ พี่จะรออยู่ข้างล่างนะ” ใบหน้าของเจนนารีร้อนผ่าวกับการที่เขาบอกว่าจะรอเธอโดยไม่เกี่ยงงอน ทำเหมือนคนเป็นแฟนกันไปได้ ไหนจะเสียงผ่อนลมหายใจของเขาที่ดังแผ่วชิดริมหู สร้างความรู้สึกจั๊กจี้และสยิวกิ๊วให้เธออย่างท่วมท้นจนภาพจูบในฝันเมื่อครู่ผุดขึ้นมาในสมองอีกครั้ง ฟันขาวสะอาดขบลงบนกลีบปากล่างของตัวเอง หัวใจเต้นเหมือนจะกระเด็นกระดอน กว่าภาพทะลึ่งจะหายไป และได้สติกลับมาก็เมื่ออีกฝ่ายตัดสายไปแล้ว หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงบนเตียงแล้วรีบเดินจ้ำไปหยิบเสื้อผ้าในตู้มาสวมทันที เช้านี้ไม่มีเวลาอาบน้ำเช่นทุกวันแล้ว ฉะนั้นจะต้องอัดน้ำหอมมากกว่าทุกครั้งเพื่อไม่ให้บางคนจับได้ ปกติทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เธอกับเขาจะเจอกันในช่วงบ่าย และมักบอกให้เธอเตรียมตัวก่อน ไม่ใช่มารอเธอหน้าอะพาร์ตเมนต์โดยไม่ได้บอกกล่าวอย่างนี้ เธอจะได้ตื่นก่อนเวลาปกติสักหนึ่งชั่วโมง พิถีพิถันกับการแต่งตัวและแต่งหน้าเหมือนเช่นทุกครั้งที่ต้องเจอเขา อย่างตอนนี้ที่เพียงแค่สวมเสื้อผ้าเสร็จ ก็ต้องวิ่งแจ้นไปแต้มครีมกันแดด ตบคุชชั่น แล้วควานหาลิปสติกสีชมพูอ่อนมาแต้มบนริมฝีปากลวกๆ จากนั้นก็รีบออกจากห้องทันที จะสวยพอให้พี่เอิร์ธประทับใจได้ไหมเนี่ย! เอื้ออังกูรขับซูเปอร์คาร์สีดำเข้าไปจอดในตรอกเล็กๆ ข้างร้านข้าวหมูแดงชื่อดังซึ่งเจนนารีแนะนำว่าร้านนี้อร่อยที่สุด อยากให้เขาได้ลองกินก่อนจะพาเธอไปซื้อของในห้างสรรพสินค้า ปกติกินแต่ร้านในศูนย์การค้าตลอด มากินอาหารชื่อดังตามร้านริมทางเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง…ก็โรแมนติกไปอีกแบบ เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด ในอาคารสองคูหาจึงมีลูกค้าไม่มาก เมื่อทั้งสองคนลงจากรถและเดินตรงเข้าไปในร้านก็ได้ที่นั่งทันที เจนนารีเงยหน้ามองป้ายรายการอาหารขนาดใหญ่ติดผนังเหนือศีรษะ ก่อนหันไปบอกพนักงานร้าน “ข้าวหมูแดงหมูกรอบค่ะ” บอกแล้วเธอก็หันไปมองหน้าผู้ชายที่นั่งตรงกันข้าม เห็นเขามองป้ายเมนูคล้ายไม่รู้จะเลือกอะไรตามประสาคนไม่เคยมานั่งรับประทานร้านอาหารธรรมดาแบบนี้ เธอจึงตั้งใจจะแนะนำเมนูเด็ด “เหมือนกันครับ” แต่เอื้ออังกูรพยักพเยิดมาทางเธอเพื่อบอกพนักงานเสียก่อน ไม่นานข้าวหมูแดงหมูกรอบราดด้วยน้ำสีน้ำตาลอมแดงโดยมีไข่ต้มยางมะตูมวางข้างๆ ก็มาเสิร์ฟ เจนนารีกุลีกุจอหยิบช้อนส้อมให้เขาแล้วค่อยหยิบของตัวเอง “ขอบคุณครับ” เธอเหลือบมองผู้ชายพูดจาสุภาพแล้วก็อมยิ้ม “ขอโทษนะคะที่พามาร้านนี้ แต่เช้าๆ แบบนี้คงไม่มีร้านหรูที่ไหนเปิดหรอกค่ะ” ปกติเวลาที่เอื้ออังกรูนัดเจอเธอในวันหยุด จะพาไปรับประทานอาหารในร้านตามห้างสรรพสินค้ามากกว่า “พี่กินที่ไหนก็ได้ เจนเห็นพี่เป็นคนแบบไหน ฮึ” เอื้ออังกรูขำ มองเธอยิ้มๆ “ขอแค่ให้ได้นั่งกินกับน้องสาว ที่ไหนสำหรับพี่ก็เหมือนกันหมดแหละ” รอยยิ้มของคนเป็น ‘น้อง’ ค้างอย่างนั้นครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ เลือนหายไป ใบหน้าสวยก้มลงเพื่อจัดการอาหารตรงหน้า ข้าวหอมมะลิอุ่นหอมกรุ่น หมูแดงนุ่ม น้ำซอสหวาน…รสชาติอาหารแสนอร่อยพอจะเยียวยาหัวใจของเธอได้บ้าง แต่พอเคี้ยวและกลืนไปได้คำเดียว มือที่กำลังตักข้าวคำที่สองเข้าปากก็ชะงักเมื่อสายตาเห็นหมูกรอบชิ้นโตถูกวางไว้บนจานตัวเอง เจนนารีเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาของคนใจดีที่ตักอาหารมาให้ด้วยความคลางแคลงใจ เธออาจดูชินชากับการรับน้ำใจจากเอื้ออังกูร ไม่ว่าจะเลื่อนเก้าอี้ จัดผมเผ้าที่ปรกใบหน้า เปิดประตูรถให้ แต่ความจริงแล้วเธอรู้สึกหวั่นไหว ทั้งมันยังซึมลึกเข้าไปในจิตใจจนเธอไม่สามารถดึงออกมาได้ “มองหน้าพี่แบบนี้มีอะไรรึเปล่า ฮึ หรือว่าวันนี้พี่หล่อเกินไป” เอื้ออังกูรเลิกคิ้วขึ้น แซวเธอเป็นเชิงขบขันด้วยความเอ็นดู นอกจากเดี๋ยวนี้เขาจะไม่สะท้านกับการหยอดคำหวานของเธอแล้ว ชายหนุ่มก็ยังกล้าหยอกเธอกลับอย่างไร้ยางอาย ทำเอาคนฟังนึกมันเขี้ยวผู้ชายหลงตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาหล่อจริงๆ และต่อให้ไม่รู้สึกหวั่นไหวกับเขา ก็ยังยากละสายตาไปจากใบหน้าคมคายและรูปร่างสุดเพอร์เฟกต์ของเขาไปได้เลย ริมฝีปากได้รูปสีชมพูเป็นธรรมชาติ จมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาสองชั้น ขนคิ้วเข้มเรียงตัวกันสวย ทุกองค์ประกอบบนใบหน้าล้วนสมบูรณ์และน่ามอง ทั้งผมสีดำสนิทที่ถูกเซตเป็นทรงด้วยการหวีเสยไปทางด้านหลังก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มหล่อเหลาและโดดเด่นมากขึ้น “ก็พอดูได้ค่ะ” ตอบแล้วเธอก็ยักไหล่เล็กน้อย คล้ายไม่มีท่าทีสนใจคนสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวปลดกระดุมด้านบนสองเม็ดเข้าคู่กับกางเกงสีดำ ดึงดูดสายตาคนที่เดินผ่านไปมาให้ลอบมองอยู่บ่อยครั้ง ความจริงคำว่า ‘พอดูได้’ ของเธอ คืออยู่ในระดับเดียวกับพระเอก/ดังในจอโทรทัศน์ต่างหาก แต่เอื้ออังกูรกลับหัวเราะในลำคอคล้ายเอ็นดูกับการประชดของเธอ ไม่รู้สึกอะไรด้วยซ้ำ แล้วยังจะตักหมูชิ้นโตมาให้กันอีก แสดงให้เห็นว่าไม่ได้ถือโทษโกรธอะไรเลย “พอแล้ว มันเยอะเกินไปแล้วค่ะ” เจนนารีตักหมูแดงคืนเขาบ้าง แต่ไม่ใช่หมูกรอบชิ้นโตที่เขาตักมาให้ เพราะเธอชอบกินหมูกรอบมาก พอเขาให้มาแล้วก็ไม่คิดจะสละคืนไป “กินเถอะ เผื่อตัวจะได้โตขึ้นมาบ้าง” คนตัวเล็กสูงน้อยกว่าร้อยหกสิบเซนติเมตรมองค้อนผู้ชายที่แซวเธอเหมือนน้องนุ่ง ไม่เคยแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น “เดี๋ยวพี่จะบินไปไต้หวัน ไม่อยู่หลายวันนะ กลับมาอีกทีก็คืนวันศุกร์ แต่มีอะไรก็โทร. หรือส่งข้อความมาได้ตลอด” เอื้ออังกูรต้องบินไปไต้หวันเพื่อไปดูความเรียบร้อยของโรงงานและสาขาที่กำลังก่อสร้างขึ้นที่นั่น เจนนารีพยักหน้าเร็วๆ ก่อนก้มหน้ากินต่อ นอกจากสนิทสนมกันแล้ว เอื้ออังกูรยังเป็นห่วงเธอมาก ดูแลและใส่ใจเธอเป็นพิเศษ แต่เขาทำทุกอย่างในฐานะพี่ชายเท่านั้น ไม่เคยแสดงให้เห็นเลยว่าเขารู้สึกเกินเลยกับเธอ ถึงที่ผ่านมาเจนนารีจะแอบพยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่าบางครั้งเขาอาจจะหวั่นไหว เพียงแต่ไม่ได้พูดออกมา ทว่าทุกอย่างก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานลมๆ แล้งๆ ที่ไม่รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร ถ้าอย่างนั้นแล้วทำไมเธอไม่ทำให้กระจ่างเลยล่ะ จะทนอยู่ในจุดคลุมเครือ เฝ้ามองเขาทำร้ายจิตใจตัวเองด้วยการทำดีโดยไม่มีเหตุผลมาตลอดเพื่ออะไร “เป็นอะไร จู่ๆ ก็ขมวดคิ้ว ทำอย่างกับโกรธอะไรใคร” เอื้ออังกูรตักหมูกรอบให้เธออีกชิ้นเพื่อเอาใจคนที่จู่ๆ ก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป “เปล่าค่ะ แค่คิดว่าตัวเองเหงาๆ นิดหน่อย…” เลยอยากมีแฟนสักที เธอเหลือบมองเขาครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุบตามองอาหารอย่างหมั่นไส้คนทำเป็นทองไม่รู้ร้อน “…พี่รู้นะว่าอาจจะเป็นคำปลอบใจที่ค่อนข้างแย่ แต่อย่างน้อยเจนก็ยังมีพี่” ใบหน้าของเจนนารีบึ้งตึงกว่าเดิม เพราะคนฟังกลับเข้าใจไปอีกอย่าง เขานึกว่าเธอคิดถึงครอบครัวที่จากไปหมดแล้ว ตอนนี้เจนนารีไม่เหลือใคร พ่อและแม่ของเธอตายด้วยโรคร้าย พี่ชายจากไปด้วยอุบัติเหตุ ทุกวันนี้เธอมีแต่เพื่อนพี่ชายอย่างเอื้ออังกูรที่พอให้พึ่งพาและเป็นที่ปรึกษาในเรื่องสำคัญได้ หญิงสาวตักอาหารเข้าปากแล้วเคี้ยวช้าๆ อย่างเซ็งๆ เธออยากให้เขาบอกว่าชอบ ไม่ใช่มาปลอบโยนอะไรแบบนี้ เพราะรู้อยู่แล้วว่าอย่างไรเขาก็อยู่ข้างเธอเสมอ! “ว่าแต่ทำงานเป็นไง เบื่อรึยัง” เมื่อเห็นสีหน้าของเธอหมองคล้ำลงกว่าเดิม เอื้ออังกูรก็รีบเปลี่ยนเรื่อง เผื่อว่าเธอจะอารมณ์ดีขึ้นทันที “ก็…โอเคค่ะ ยังไม่เบื่อ” “ลองมาทำงานที่ DP ไหม มีตำแหน่งว่างเยอะเลยนะ” “หือ ยากเลยค่ะ คงต้องรอให้เจนเก็บประสบการณ์และเก่งกว่านี้ก่อนน่ะสิคะ” DP คือบริษัทใหญ่ที่ทำทั้งค้าปลีกเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างครบวงจรขนาดใหญ่ มีสาขาอยู่ทั่วประเทศและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเอื้ออังกูรเป็นทั้งทายาทเจ้าของและผู้บริหารใหญ่ ในแต่ละปีบริษัทมักรับผู้สมัครโพรไฟล์เลิศ จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าสามจุดห้า ฉะนั้นเธอที่ไม่ได้มีเกรดเฉลี่ยสวยหรูและผ่านประสบการณ์มามากตามมาตรฐานของบริษัทย่อมถูกปัดตกไปอยู่แล้ว “พี่เชื่อว่าเจนทำได้แน่นอน” ผู้บริหารใหญ่ให้กำลังใจ “หรือว่าถ้าอยากเข้ามาทำจริงๆ พี่ก็จะช่วย…” “โนวค่ะ” เจนนารียกมือห้านิ้วขึ้นมากางตรงหน้าของเขา “เจนต้องการเข้าไปด้วยความสามารถตัวเอง ไม่ใช้เส้นค่ะ” เธอชอบทำอะไรด้วยตัวเอง หากไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่อยากใช้อภิสิทธิ์เหนือใคร เอื้ออังกูรพยักหน้ายิ้มๆ เขาเองก็รู้นิสัยของน้องสาวเพื่อนคนนี้ดี แต่มักเป็นห่วง ทนดูเธอลำบากไม่ได้ จึงเสนอความช่วยเหลือตามประสาคนทำหน้าที่ดูแลอยู่เสมอ เจนนารีก้มลงกินข้าวต่อ ตอนนี้ความน้อยใจและความโกรธเริ่มเบาบางลง บทสนทนาเมื่อครู่แสดงออกถึงความใส่ใจกันจนหัวใจอ่อนยวบ เธอก็เป็นแบบนี้อยู่เรื่อย เห็นเขามาไยดีนิดหน่อย ก็ดีใจจนเนื้อเต้นและลืมเรื่องน้อยใจไปหมด คนอ่อนใจกับตัวเองได้แต่ลอบถอนหายใจเบาๆ ก่อนจู่ๆ จะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นบริเวณมุมปาก พอช้อนสายตามองไปที่เขาก็เห็นว่าคนตรงหน้ากำลังจ้องมาที่ปากเธอ และหยิบทิชชูมาแล้วเช็ดเบาๆ ตรงผิวเนื้อของเธอด้วย คนรู้แน่ชัดแล้วว่าโดนเขาสัมผัสจึงอึ้ง ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นถี่เหมือนรัวกลอง แต่เพียงครู่เดียวอาการตกตะลึงของเธอก็หายไป เมื่อความอบอุ่นในแววตาคู่นั้นแปรเปลี่ยนเป็นขำขัน ทั้งมุมปากก็ยังกดลึก คล้ายว่าไม่รู้สึกลึกซึ้งอะไรเหมือนอย่างเธอเลยสักนิด “เลอะครับ” เครื่องปั๊มน้ำในอกข้างซ้ายจึงแทบหยุดสูบทันที เจนนารีรีบหยิบกระดาษทิชชูในกล่องสีแดงขึ้นมาเช็ดปากเพื่อกลบเกลื่อนอาการกระดากอายของตัวเอง ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตากินต่อโดยไม่พูดอะไร เพราะกลัวจะเผลอร้องไห้ต่อหน้าเขา ตอนนี้หัวใจเธอแป้วไปกับการกระทำของผู้ชายที่นั่งตรงข้ามกันไปมาก กินอาหารเลอะต่อหน้ายังไม่น่าอายได้เท่ากับการรู้ว่าผู้ชายที่เราแอบรักไม่ได้รู้สึกอะไรกับเราเลยสักนิด ตอนนี้ทุกอย่างชัดเจนแล้ว เขาเห็นเธอเป็นเพียงน้องนุ่งคนหนึ่งเท่านั้น เจนนารีจึงรู้สึกเจ็บแปลบในอก ไม่อยากเงยหน้าขึ้นมาเห็นคนใจร้ายอีกแล้ว "เจน…เป็นอะไร" นักธุรกิจหนุ่มเห็นสีหน้าของน้องสาวสลดลงกว่าเดิมมากจึงเริ่มใจเสีย ใบหน้ายิ้มแย้มเริ่มเปลี่ยนเป็นบูดบึ้ง เต็มเปี่ยมไปด้วยความกังวล “หรือว่าไม่ชอบที่พี่แตะตัวน้อง…พี่ขอโทษนะครับ” นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสผิวเนื้อของเธออย่างตั้งใจ ชายหนุ่มจึงอดคิดและรู้สึกผิดไม่ได้ "เปล่าค่ะ เจนไม่ได้ไม่ชอบ…” เพราะความน้อยใจ ทำให้เจนนารีเผลอโพล่งออกไปในสิ่งที่ใจคิด ทำเอาคนนั่งตรงข้ามนิ่งอึ้งคล้ายตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน กว่าจะรู้ตัวว่าพูดในสิ่งไม่สมควรออกไปแล้ว แก้มใสของเธอก็ร้อนจัด ฟันขาวขบริมฝีปากล่างของตัวเองจนห้อเลือด หัวใจเต้นแรงเพราะความอายระคนเสียใจ แต่ไหนๆ ก็เผลอเดินมาไกลถึงขั้นนี้ เธอคงไม่ต้องกลัวเสียหน้าอะไร “พี่เอิร์ธ…เจนถามอะไรหน่อยสิ" เจนนารีพยายามดึงความกล้าออกมาด้วยการปั้นหน้าและผ่อนลมหายใจเพื่อลดความเกร็งลง "เรื่องอะไรเหรอ" เอื้ออังกูรเห็นว่าคงเป็นเรื่องสำคัญ คราวนี้จึงเริ่มยิ้มละไมเพื่อให้เธอรู้สึกสบายใจ วางข้อศอกสองข้างลงบนโต๊ะ ตั้งท่าพร้อมรับฟังปัญหาของเธอ "เจน..." แต่พอได้เริ่มพูดออกไปแล้วก็เกิดอาการน้ำท่วมปากและรู้สึกขี้ขลาดจนสุดท้ายก็ทำได้แค่คลี่ยิ้มออกมา “เปล่าค่ะ เจนแค่…แค่สงสัยนิดหน่อยว่าทำไมข้าวหมูแดงที่กินกับพี่เอิร์ธวันนี้ถึงได้อร่อยเป็นพิเศษ” ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็คลี่ยิ้มละมุนให้เธอ ทำเอาคนขี้ขลาดทั้งรู้สึกหวิวโหวงและโล่งอกไปพร้อมกัน ใจหนึ่งก็เสียดายโอกาสที่เกือบจะได้สารภาพรักกับเขา อีกใจหนึ่งก็กลัวเขาจะปฏิเสธ “เรานี่ปากหวานจริงๆ เลยนะ” มือหนายื่นมายีผมเธอ ซึ่งเจนนารีก็ยิ้มจนตาหยี ทำหน้าตาน่ารักให้เขาเห็นอย่างเช่นทุกครั้ง “รีบกินกันเถอะค่ะ เดี๋ยวพี่ต้องไปดูงานที่สาขาใกล้ๆ ช่วงบ่ายนี้ไม่ใช่เหรอคะ” เขาบอกเธอตั้งแต่อยู่ในรถด้วยกัน “ครับ” เอื้ออังกูรรับคำ ก่อนจะก้มหน้ากินต่อ ในขณะที่เจนนารีก็ลอบมองเขาเงียบๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป บางเรื่องเก็บไว้ในใจ อาจจะปลอดภัยมากที่สุด…รึเปล่า

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.5K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.6K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
34.0K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook