โอบอุ้มภาคิน 1/6
สวัสดีครับผมชื่อ โอบอุ้ม อายุ 18 ปี ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด พึ่งย้ายมาเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุ่งเทพฯ ได้ไม่นานมากนักและได้เช่าบ้านหลังเล็กๆ อยู่เพราะเหมาะกับการอาศัยอยู่คนเดียวแบบผม
ตอนนี้ผมก็เริ่มคุ้นชินกับที่นี้แล้ว แถมยังรู้จักเพื่อนบ้านหลังใกล้ๆ กันหลายคนแล้ว แต่มีอยู่หลังหนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับผม ผมไม่กล้าเข้าไปทักทายทำความรู้จักกับเขาเพราะเวลาที่ผมจะทำอะไรผมรู้สึกเหมือนกับเขากำลังจ้องมองผมอยู่
'เฮ้อ!!! รู้สึกแบบนี้อีกแล้ว'
'ทำไมเอาแต่มองเราตลอดเวลาด้วยนะ'
'รู้สึกอึดอัดจัง แถมรู้สึกเย็นๆ แปลกแฮะ'
เวลาที่ผมรู้สึกแบบนี้ ผมก็จะมองไปยังบ้านฝั่งตรงข้ามและผมก็เห็นเขามองผมอยู่จริงๆ ทุกครั้งที่ผมมองกลับไป ผมไม่รู้ว่าเขาจะมองผมเพื่ออะไร แต่เขาดูเป็นผู้หญิงที่สวยมาก แต่ผมก็ไม่เคยเห็นใครมาหาเขาหรือที่เขามองผมเป็นเพราะเขาแอบชอบผมหรือเปล่านะ แต่ผมก็ไม่ได้ชอบผู้หญิงด้วยนี่สิ
'เขาเป็นใครกันนะ ทำไมต้องมองมาแต่ทางเรา'
'สวยแต่หน้ากลัวแฮะ เข้าบ้านดีกว่า'
ผมไม่รู้ว่าเขาคือใครเพราะผมจะเห็นเขาแค่ช่วงเย็นเท่านั้น ผมไม่รู้ว่าเขาได้เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับผมหรือเปล่า แต่เขาหน้าจะเป็นรุ่นพี่ผมหรือไม่เขาก็อาจจะแต่งตัวเกินไวไปหน่อย
ผู้หญิงคนนั้นมีสีผิวที่ขาว ผมสั้นประบ่า ใบหน้าหวาน ดวงตากลมโต แต่เวลาที่เขาจ้องมองมาที่ผม ในแววตาของเขามันแฝงไปด้วยความเศร้าที่ผมก็อธิบายไม่ถูก แต่ในเวลาเดียวกันเขาก็ทำให้ผมรู้สึกกลัว ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงรู้สึกแบบนั้น
เวลาที่ผมยิ้มให้เขา เขาก็มักจะส่งยิ้มกลับมาให้ผมเหมือนกัน แต่รอยยิ้มของเขาเวลาที่ผมเห็นก็จะทำให้ผมขนลุกซู่ทุกที ผมก็ได้เก็บความสงสัยทุกอย่างที่มีต่อเขาไว้คนเดียวเพราะผมก็ไม่ค่อยอยากจะไปยุ่งวุ่นวายกับเขามากสักเท่าไหร่
'เฮ้อ!! สามเดือนแล้วนะ ทำไมเขายังมองแบบนี้ไม่เลิกสักที'
'เราควรเข้าไปคุยกับเขาดีหรือเปล่านะ..??'
เกือบสามเดือนแล้วที่ผมเห็นเขามองผมอยู่แบบนี้ ผมเริ่มรู้สึกแปลกๆ ทุกทีที่เขามองมาที่ผม ผมอยากจะลองเข้าไปคุยกับเขาสักครั้ง แต่ผมก็รู้สึกกล้าๆ กลัวๆ อย่างบอกไม่ถูก
ผมกลับมาจากมหาวิทยาลัยแล้วออกมานั่งทำการบ้านอยู่ที่สวนหน้าบ้าน พอผมมองไปยังบ้านฝั่งตรงกันข้าม ผมก็เห็นเขาจ้องมองมาที่ผมอีกแล้ว แถมยังเป็นฝ่ายที่ยิ้มให้ผมก่อนเสียด้วย
'ทำไมรู้สึกเย็นวูบวาบแบบนี้นะ แถมยังขนลุกอีก'
'ยิ้มหวานๆ ของเขาทำไมทำให้เรารู้สึกแบบนี้'
ในช่วงเย็นของวันนี้มีลมพัดผ่านตลอดเวลาทำให้รู้สึกไม่ค่อยร้อนอบอ้าวเหมือนกับทุกวัน วันนี้ผมพึ่งสังเกตุเห็นว่าใบหน้าของเขามีสีหน้าที่ซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้ว่าเธอไม่สบายหรือเปล่า แถมร่างกายก็ดูบอบบางคล้ายไม่มีแรงต้านทานแรงลม เขาคงจะเป็นคนรักษารูปร่างหน้าดู
'วันนี้เราจะต้องได้คุยกับเขาให้ได้'
ผมเพียงแค่คิดในใจเท่านั้น แต่อยู่ดีๆ ลมก็ค่อยๆ พัดแรงขึ้นจนใบไม้จากต้นไม้ปลิวว่อนไปหมด กว่าลมจะสงบก็เล่นเอาใบไม้จากต้นไม้ของบ้านผมล่วงจนเกือบหมด
จากที่ลมสงบแล้วผมก็ได้กลิ่นน้ำหอมที่ผู้หญิงชอบใช้ เป็นกลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ชวนให้น่าหลงไหล ที่ผมรู้เพราะผมมีเพื่อนเป็นผู้หญิงเยอะ พวกเขามักใช้น้ำหอมกลิ่นแบบนี้กันบ่อย
ผมคิดว่ากลิ่นน้ำหอมกลิ่นนี้คงจะเป็น กลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงที่อยู่บ้านฝั่งตรงกันข้ามกับบ้านของผม แต่พอผมมองไปยังบ้านของเธอ ผมก็ไม่เห็นเธอแล้ว แต่ความสงสัยของผมก็ได้หายแว็บไปในทันที เมื่อผมเหลือบไปเห็นเขายืนอยู่ข้างๆ ผม
'เขามายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่'
'ทำไมเราไม่เห็นเขาเดินมาเลยล่ะ'
'เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมายืนอยู่ตรงนี้'
"คุณ...เอ่อคือ....คะ...คุณ..." ผมมีเรื่องที่ผมสงสัยอยากจะถามกับเขาตั้งมากมาย แต่พอเขามาอยู่ใกล้ๆ ผมแล้ว ผมกับรู้สึกกลัวไม่กล้าถามเขาขึ้นมา
ผมหันไปหาเขาอีกครั้ง แต่สิ่งที่ผมเห็นคือความว่างเปล่ากับเสียงที่กึกก้องอยู่ในหัวผม
'ช่วยด้วย ช่วยพาเราออกไปจากบ้านหลังนี้ที'
'ช่วยด้วย ช่วยเราที เราอึดอัด'
ผมที่ได้ยินเสียงพวกนี้ก็ทำให้รู้ทันที ว่าเธอคงไม่ใช่คนแล้ว ผมควรทำอย่างไงดี ผมควรบอกป้าเจ้าของบ้านเช่าดีหรือเปล่า ถ้าผมบอกป้าแกไป ป้าแกจะคิดว่าผมเพี้ยนหรือเปล่า
"คิดอะไรอยู่เหรอโอบอุ้ม"
"!!!!"
"เฮ้อ!! ป้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียงเลยนะครับ"
"ป้าเรียกเราตั้งนานแล้ว เรามัวแต่เหม่อเองตั้งหาก"
"คงจะเป็นอย่างงั้นแหละครับ"
ผมไม่รู้ว่าผมคิดแต่เรื่องของผู้หญิงคนนั้นมากเกินไป จนไม่ได้สังเกตุว่าป้าเจ้าของบ้านเช่ามายืนอยู่ที่หน้าบ้านของผมตั้งนานแล้ว
"แล้วเรามัวแต่คิดอะไรอยู่เหรอ ป้าเห็นเหม่อจนหน้าซีดเชียว"
"ผมจะบอกป้าอย่างไงดี"
"ผมคิดว่าบ้านฝั่งตรงข้ามผมอาจจะมีคนตายครับ"
"แต่บ้านหลังนั้นไม่มีคนอยู่นานแล้วนะโอบอุ้ม"
"แต่เขาก็หายตัวไปอย่างปริศนา ไม่มีแม้แต่ร่องรอยให้ตามหาเลย พวกญาติๆ ของเขาก็ตามหากันยังไม่เจอตัวเลย"
"งั้นป้ากับผมลองเข้าไปดูในบ้านกันไหมครับ"
ผมรู้สึกกลัวมาก แต่ผมก็อยากให้เขาหลุดพ้นจากที่เขาอยู่สักที ผมรู้สึกสงสารเขาผมไม่อยากให้เขาทนทุกข์ทรมานกับอะไรแบบนี้ เขาควรจะได้ไปผุดไปเกิดเสียที
ผมกับป้าบ้านเช่าก็ตัดสินใจที่จะลองเข้าไปดูในบ้านหลังนั้นว่ามีศพของผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า ผมกับป้าบ้านเช่าก็หาอยู่สักพักก็ไม่เจอ แต่อยู่ดีๆ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นนั้นก็ลอยมา ผมเดินตามกลิ่นน้ำหอมกลิ่นนั้นไป ยิ่งเดินตามไปเท่าไหร่กลิ่นน้ำหอมก็ยิ่งแรงขึ้นมากเท่านั้น
"ป้าครับตรงนี้มีปูนโบกไว้แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ"
"ป้าไม่เคยให้คนมาก่ออิฐโบกปูนแบบนี้นะ หนูคนนั้นคงจะโดนโบกปูนเข้าให้แล้วแหละ"
ผมตามกลิ่นน้ำหอมกลิ่นนั้น จนมาเจออิฐที่ถูกก่อขึ้นมาใหม่พร้อมกับโบกปูนไว้อย่างแน่หนาอยู่ภายในสวนหลังบ้านแล้วที่ไม่มีใครเห็นก็เพราะว่าสวนหลังบ้านถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าที่ขึ้นเต็มไปหมด ถ้าไม่สังเกตุดีๆ คือไม่รู้เลยว่ามีการก่ออิฐอยู่ภายในสวน
ป้าเจ้าของบ้านเช่าแกได้โทรหาตำรวจแล้วเรียกกู้ภัยให้มายังที่เกิดเหตุ ญาติของผู้หญิงคนนั้นเมื่อรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นถูกฆ่าโบกปูนก็รีบมายังที่เกิดเหตุทันที
สภาพศพของผู้หญิงคนนั้นคือเน่าเละเทะไปหมด จนไม่รู้ว่าหน้าจริงของเขาเป็นแบบไหน เมื่อทุกอย่างเคลียร์จบหมดทุกอย่างแล้วผมก็ได้กับมายังบ้านของผม แต่กว่าจะหาศพเจอและรอให้ปากคำกับตำรวจก็กินเวลาในช่วงเย็นของผมไปมาก
'เฮ้อ!!! ทำไมง่วงแบบนี้เนี่ย'
ผมเดินเข้าไปในบ้านแล้วนั่งพักอยู่ตรงโซนห้องนั่งเล่นและผลอยหลับลงไปในที่สุด
"โอมอุ้มเราชอบเธอนะ เราจะกลับมาจีบเธอนะ"
"รอเรานะโอมอุ้ม"
"ไม่!!! เราไม่ได้ชอบผู้หญิง"
"ต้องรอเรานะ....รอเรานะโอมอุ้ม"
"ไม่!!!!"
เฮือก!!!
ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาโดยพบว่าผมกำลังนอนอยู่ที่โซฟาพร้อมกับมีเหงื่อผุดซึมออกมาตามใบหน้าของผมเต็มไปหมด ผมกวาดสายตามองรอบๆ ห้องนั่งเล่นพร้อมกับใจที่เต้นเร็วจนจะหลุดออกมาข้างนอกอยู่แล้ว
'เมื่อกี้แค่ฝันไปใช่ไหม'
'คงจะไม่เป็นจริงหรอกมั้ง'
'เฮ้อ!!! แค่ฝันนะโอบอุ้มมันคงไม่เป็นจริงหรอก'
ผมที่คอยบอกกับตัวเองว่าเป็นแค่ฝัน แต่ผมกับไม่เคยลืมฝันนั้นเลยสักครั้ง แถมยังเก็บไปฝันอยู่แบบนั้นทุกครั้งที่ผมนึกถึงเรื่องของเขา จนผมไม่กล้าเปิดใจให้ใครเลยสักคน