บทนำ
บทนำ
เสียงของลูกบอลที่กระทบแป้นบาสลงห่วงอย่างสวยงามในวินาทีสุดท้าย ก่อให้เกิดเสียงกรีดร้องลั่นดังทั่วทั้งสนาม ทั้งเสียงเชียร์ เสียงโห่ร้องอย่างยินดี เมื่อการประกาศผลตัดสินทีมที่ชนะในการแข่งขันกีฬาบาสของเด็กวัยมัธยมปลาย ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ฉันที่นั่งอยู่ข้างสนามบาส แทบจะไม่สนใจสิ่งที่วนเวียนอยู่รอบตัว เพราะในสายตาของฉันกำลังจับจ้องมองใครคนหนึ่งที่ไกลห่างออกไป ใครคนนั้นที่ได้เข้ามาอยู่ในสายตาของฉันตั้งแต่ตอนไหนก็มิอาจทราบได้ ใครบางคนที่เป็นเจ้าของเรือนผมสีดำสั้น ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอยู่เสมอ
คุณคนนั้นที่ฉันแอบ... หลงรักข้างเดียวมาโดยตลอด
"เป็นยังไงบ้างของขวัญ ติดไหม"
"ดะ... เดี๋ยวก่อนสิ ฉันไม่กล้าเปิด" นิ้วมือที่วางบนเมาส์ยังคงสั่นไหวไม่ยอมหยุด หน้าจอโน้ตบุ๊กเปิดโชว์หน้าเว็บไซต์ 'ประกาศผลสอบการเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยเค' ก็ยิ่งถูกเพื่อนสนิทอย่าง 'มายด์' พูดรบเร้าให้รีบเปิด ปลายนิ้วชี้ของฉันกลับไม่มีแรงกดคลิกลงไปเสียนี่
"มานี่ เดี๋ยวช่วยเปิด"
"แคร์! " ฉันตาโตเมื่อเห็นเพื่อนสนิทอีกคนเคลื่อนหน้าจอไปที่ตัวเอง แล้วกดคลิกตกลงบนแป้นสัมผัสอย่างรวดเร็ว วินาทีต่อมาเหมือนโลกทั้งใบของฉันมันหนักอึ้งไปหมด ความรู้สึกที่อยากรู้และไม่อยากรู้ประดังประเดเข้ามาจนใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ กลัว ตื่นเต้น ปะปนกันไปหมด มือไม้ที่จับกันก็เริ่มที่จะจับกันแน่นยามเห็นริมฝีปากของเพื่อนขยับไหว ฉันหลับตาลง คำภาวนาเริ่มผุดขึ้นมาในใจ 'ขอให้สอบติด' ขอให้ได้เรียนอยู่ที่เดียวกันกับพี่ชายคนนั้น
"กรี๊ด ตะ... ติดแล้วขวัญ ในที่สุดพวกเราก็ได้เรียนคณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยเดียวกัน เหมือนกับฝันไปเลย! "
"จริงเหรอ! " ฉันรีบลืมตาขึ้นมา เสียงที่เอ่ยออกมาสั่นไปหมด ไม่ได้ฝันไป ฉะ... ฉันสอบติดแล้ว ผลปรากฏที่อยู่บนหน้าจอโชว์หราว่า 'สอบผ่าน' ตัวใหญ่ ยิ่งทำให้ฉันยิ้มกว้างกว่าทุกที
"คราวนี้เธอก็จะได้เห็นเจ้าชายของเธอทุกวันแล้วสิ" แคร์ยังคงว่าหยอกเย้าให้ฉันเขิน ฉันก็แกล้งเมินโดยการขยับแว่นกรอบดำบนใบหน้าของตัวเอง สายตาหลุบต่ำมองพื้นยามนึกถึงใบหน้าของพี่ชาย
"บ้าน่า เธออย่าพูดแบบนั้นสิ"
ยิ่งฉันพยายามปกปิด เพื่อนสนิททั้งสองคนก็เย้าแหย่ให้ฉันเขินจนแทบจะบิดตัวม้วนลงไปอยู่ใต้โต๊ะได้แล้ว จนกระทั่งเสียงของนาฬิกาดังช่วยชีวิตขึ้นในช่วงบ่ายเพื่อเตรียมตัวเข้าเรียน ฉันก็ทอดถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
โฮ่ง โฮ่ง!
"มะลิ! " ฉันยิ้มกว้างเมื่อเปิดประตูหน้าบ้านเข้าไปด้านใน แล้วเห็นเจ้าโกลเดนริทรีฟเวอร์สุนัขตัวเมียวัยหนึ่งปีวิ่งมาคลอเคลียบริเวณขา หางฟูนุ่มขยับส่ายไหวไปมา แสดงอาการดีอกดีใจที่เห็นฉันกลับมาจากที่โรงเรียน
ฉันจึงโค้งตัวลงไปจับใบหน้าที่ส่ายวนอย่างนึกมันเขี้ยว เจ้ามะลิน้อยยิ่งกระโดดโลดแล่น คล้ายบอกให้ฉันรีบเล่นกับมัน
ฉันจึงวางกระเป๋านักเรียนลงกับพื้น แล้วหยิบลูกบอลยางทรงกลมที่อยู่บริเวณนั้นโยนออกไปไกลให้ลูกสุนัขวิ่งไปคาบมา ฉันหัวเราะแล้วยิ้มยามเห็นเจ้าขนฟูวิ่งกลิ้งไปมาบนพื้นหญ้าหวังจะรีบคาบมาให้
และฉันก็เล่นอยู่อย่างนั้นจนตะวันเริ่มลับขอบฟ้า ก็หยิบกระเป๋าถือเดินเข้าไปในบ้าน ช่วงเวลานี้พ่อกับแม่ยังคงไม่กลับ พ่อกับแม่ของฉันเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ยิ่งช่วงนี้เห็นว่าจะมีบริษัทอื่นเข้ามาศึกษาดูงานที่บริษัท ก็ยิ่งต้องรีบปั่นงานกันจนเลิกค่ำดึกดื่น
ฉันมุ่งตรงไปบนห้องนอนของตัวเอง ภายในห้องที่ประดับไปด้วยโทนสีขาวเป็นหลักแล้วเลือกเดินไปที่ลิ้นชักตรงหัวเตียงนอนเป็นอันดับแรก มีอัลบั้มรูปและไดอารี่เล่มหนาอยู่ภายในนั้น ภาพที่ปรากฏด้านในทำเอาฉันแย้มยิ้มกับตัวเอง ภาพถ่ายของชายหนุ่มในอิริยาบถต่าง ๆ ที่ฉันเก็บรวบรวมมาได้ ทั้งคนที่แชร์มาหรือรูปที่พี่เขาเอาลงในโซเชียล และภาพที่ฉันแอบถ่ายพี่เขาเอาไว้ตอนเรียนอยู่ที่โรงเรียนเดียวกัน
ถึงตอนนี้ฉันจะบอกต่อหน้าพี่ชายไม่ได้ แต่ฉันก็ขอบอกกับรูปถ่ายของพี่ชายว่าฉันสอบติดแล้วนะคะ ขอบคุณที่อยู่เป็นกำลังใจให้กับฉัน จนสามารถสอบติดมหาวิทยาลัยที่ฉันไม่คาดฝันว่าคนอย่างฉันจะสามารถเข้ามาเรียนที่นี่ได้
ฉันหวังว่าเราจะได้เจอกันอีกครั้ง
"ไม่ลืมอะไรแล้วนะคะลูก"
แล้ววันที่ฉันจะต้องขนย้ายของเข้าหอพักก็มาถึง คุณพ่อคุณแม่มาส่งฉันที่บริเวณหอในสำหรับน้องใหม่ปีหนึ่ง ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ออกมาใช้ชีวิตโดยไม่มีผู้ปกครองคอยดูแล ระหว่างเดินทางมาก็ถูกกำชับหลายเรื่องพอสมควร
ห้องที่ใช้สำหรับนอนเป็นห้องที่ต้องนอนรวมกันสามคน แน่นอนว่าเราสามคนก็ได้นอนห้องเดียวกัน มีเตียงเดี่ยว เตียงสองชั้น ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะสำหรับใช้เขียนหนังสือ ฉันเลือกนอนตรงเตียงเดี่ยว จัดของให้เรียบร้อยแล้วก็สวมรองเท้ากีฬาเดินลงไปชั้นล่าง สำรวจดูมหาวิทยาลัยที่ฉันจะต้องมาอยู่ยาวถึงสี่ปี และกว่าเพื่อนอีกสองคนจะมาถึงก็คงจะเป็นช่วงยามเย็น
ฉันกวาดสายตามองไปรอบด้าน ช่วงเวลานี้ผู้คนเริ่มทยอยกันขนของเข้ามาในหอพักกันบ้างแล้ว มีรถและผู้ปกครองที่มาส่งลูกหลานอยู่กระจายเต็มไปหมด
ฉันเลือกที่จะเดินไปเซเว่นที่อยู่อีกฟากฝั่งของถนน แม้แต่ด้านในก็แออัดไปด้วยผู้คน ฉันมุ่งเดินไปที่มุมตู้กระจกที่บรรจุน้ำเปล่าภายในนั้น ระหว่างที่ฉันก้มตัวลงไปหยิบ เสียงจ้อกแจ้กจอแจของผู้คนที่คุยกัน ไม่ได้ทำให้ฉันนึกสนใจเท่ากับชื่อของใครบางคนที่ฉันนึกถึงมาโดยตลอด
มันยิ่งทำให้ใจของฉันเต้นแรง กระตุกสั่นไหว รีบปิดตู้ลงช้า ๆ แล้วเดินไปชั้นวางขนมที่อยู่ถัดจากเสียงที่ได้ยิน
"ปรินซ์ เอานี่ไหมวะ"
"อืม เอาไปด้วย ซื้อไปเยอะ ๆ เผื่อจะหิวกันตอนซ้อมบาสฯ "
"เค ๆ”
ฉันจำเสียงของพี่เขาได้ ฉันได้แต่กำมือแน่น ใจเต้นแรง ยืนอยู่ตรงที่เดิมไม่กล้าขยับตัวออกไปให้พี่เขาเห็น จนเสียงพี่เขาไกลห่างออกไป ฉันจึงก้าวเดินออกมาช้า ๆ มองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินออกไปด้านนอกประตู คนที่ถือถุงเต็มสองมือ คือพี่ชายคนนั้นจริง ๆ
ฉันอมยิ้มกับตัวเอง ในที่สุดฉันก็ได้เจอพี่เขาแล้ว
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -