bc

พ่ายรักจอมราชันย์

book_age18+
666
ติดตาม
3.5K
อ่าน
แนวดาร์ก
ดราม่า
สุขนาฏกรรม
หักมุม
หวาน
like
intro-logo
คำนิยม

เหตุเพราะพ่ายแพ้สงคราม เขา 'หานเฟิง' แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฉีจึงต้องตกเป็นเชลยศึกก็นับว่าเป็นความอัปยศใหญ่หลวงแล้วแต่เหมือนชะตาชีวิตจะเล่นตลกกับเขาอีกครั้งเมื่อฮ่องเต้แคว้นจ้าวประกาศจะนำตัวเขาไปเป็น...พระสนม!!

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ปฐมบท
ความขัดแย้งเรื่องอำนาจและการล่าอาณาเขตทำให้สองแคว้นต้องห้ำหั่นกัน ด้วยเหตุที่จักรพรรดิแคว้นจ้าวต้องการขยายอำนาจทางทหาร พระองค์จึงต้องบุกเข้าตีแคว้นใกล้เคียงอย่างแคว้นฉีเพื่อที่ตนจะได้เรืองอำนาจ ‘หานเฟิง’ ซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฉีจึงทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาบ้านเมืองจากคนโฉดชั่วอย่างฮ่องเต้วิปลาสจากแคว้นจ้าว เดือนซานเยว่ (เดือนมีนาคม) กองทัพเรือแคว้นฉีถูกถล่มราบที่เมืองฉือกวน กองทัพแคว้นจ้าวรุกคืบอย่างไร้ความปรานีจนสามารถบุกยึดจุดยุทธศาสตร์ได้สองแห่ง ในเดือนซื่อเยว่ (เดือนเมษายน) หานเฟิงรวบรวมผู้คนเพื่อต่อต้านกองทัพคว้นจ้าวที่เมืองหนานฉู่ หลังจากการสู้รบแม่ทัพหนุ่มรวบรวมกำลังพลที่รอดชีวิตได้จำนวนหนึ่ง กองทัพของเขาห่างจากเมืองต้าเหลียงที่กองทัพแคว้นจ้าวตั้งฐานทัพอยู่ ขณะนั้นเองกองทัพแคว้นจ้าวกำลังวางแผนโจมตีกองทัพแคว้นฉี พวกเขามีกำลังทหารถึงสองแสนนาย ต่างจากกองทัพแคว้นฉีที่มีกำลังทหารเพียงสี่หมื่นนายเท่านั้น สองกองทัพประจันหน้า ณ สนามรบ ที่รุกโชนด้วยแสงเพลิง กองทัพแคว้นจ้าวนับแสนนำโดย ‘พระเจ้าอี้จง’ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ‘จ้าวอี้เทียน’ เข้าตีทัพหน้าแคว้นฉีซึ่งนำทัพโดยหานเฟิง แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฉี สองแคว้นห้ำหั่นกันอย่างไม่ลดละ เหล่าทหารล้มตายเป็นจำนวนมากจนไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นผู้ใด “พวกเราจะทำเช่นไรดีขอรับท่านแม่ทัพ!” เสียงตะโกนของ ‘หลิงจิ้ง’ รองแม่ทัพที่กำลังต่อสู้กับข้าศึกดังอยู่ไม่ไกลนัก หานเฟิงที่นั่งอยู่บนหลังอาชาสีดำสนิทก็เคลื่อนกำลังพลรุดหน้าเข้าโจมตีกองทัพแคว้นจ้าว แม่ทัพหนุ่มใช้ทวนของตนแทงทหารของศัตรูอย่างไร้ความปรานีแต่ดูเหมือนว่าศึกคราวนี้กองทัพแคว้นจ้าวจะได้เปรียบกองทัพแคว้นฉีอยู่มากนัก “ยอมแพ้เสียเถอะหานเฟิง แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า” เสียงทรงอำนาจดังขึ้นจากหลังม่านหมอกก่อนที่จะปรากฏร่างอัน น่าเกรงขาม แม่ทัพหนุ่มหันไปตามเสียงนั้นก็พบกับฮ่องเต้จ้าวอี้เทียนที่นั่งอยู่บนหลังอาชาเช่นเดียวกับตน หานเฟิงไม่รอช้ารีบควบม้าเข้าโจมตีอีกฝ่ายในทันที แม่ทัพหนุ่มใช้ทวนของตนแทงเข้าไปในอากาศหวังให้โดนตัวจักรพรรดิแคว้นจ้าวแต่อีกฝ่ายก็ใช้อาวุธของตนรับการโจมตีจากหานเฟิงไว้ได้ทัน ทั้งสองสู้กันอย่างไม่ลดละ ด้านกำลังทหารก็ดูเหมือนว่ากองทัพแคว้นฉีจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบเนื่องด้วยกำลังทหารที่น้อยกว่าอยู่ถึงหนึ่งแสนหกหมื่นนายจึงยากที่จะเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งได้ “อวดดีเสียจริงหานเฟิง” ฮ่องเต้หนุ่มกล่าวออกมาอย่างเยาะเย้ย ทำให้หานเฟิงยิ่งทวีความโกรธแค้นมากขึ้น แม่ทัพใหญ่แคว้นฉีจับอาวุธของตนอย่างมาดมั่นมุ่งตรงเข้าหาฮ่องเต้แคว้นศัตรูในทันที แต่ด้วยความโชคดีของอีกฝ่ายจึงสามารถรับการโจมตีของหานเฟิงได้อย่างทันท่วงทีและเพียงชั่วอึดใจฮ่องเต้หนุ่มก็ใช้ง้าวของตนฟันเข้าที่ไหล่ของแม่ทัพหนุ่มทำให้ชุดเกราะของเขาขาดออกจากกัน จากนั้นจึงใช้วิชาตัวเบากระโดดลงจากหลังม้าควงง้าวไปรอบตัวมุ่งเข้าหาแม่ทัพใหญ่แคว้นฉี ทันใดนั้นแม่ทัพหนุ่มจึงใช้ทวนของตนดันเอาไว้และพลักอีกฝ่ายให้พ้นตัว ทำให้ร่างสูงของพระเจ้าอี้จงกระเด็นออกไป หานเฟิงไม่รอช้ามุ่งแทงเข้าไปที่อีกฝ่าย แต่ด้วยความมีไหวพริบทำให้ฮ่องเต้หนุ่มหลบได้ทันแต่ก็โดนทวนของหานเฟิงเฉียดเข้าที่หน้าท้อง ไม่ทันที่พระเจ้าอี้จงจะเสียเปรียบไปมากกว่านี้ พระองค์ทรงใช้วรยุทธ์ที่ร่ำเรียนมาควงง้าวไปรอบตัวอีกครั้ง ทำให้หานเฟิงที่ไม่ทันตั้งตัวพลาดท่าลงไปกองกับพื้นและยังไม่ทันที่จะฉุดตัวขึ้น ง้าวของจักรพรรดิจ้าวก็มาอยู่ที่หน้าของตนเสียแล้ว “เจ้าแพ้แล้วหานเฟิง” ไม่นานก็มีเสียงโห่ร้องแห่งชัยชนะดังไปทั่วบริเวณ ทหารแคว้นฉีถูกต้อนไปเป็นเชลยรวมถึงหานเฟิงแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้น เขาถูกคุมขังไว้ที่คุกในฐานทัพของแคว้นจ้าวโดยมีหลิงจิ้งถูกคุมขังไว้ด้วยเช่นกัน “ท่านแม่ทัพขอรับ พวกเราจะออกไปจากที่นี่ได้เช่นไรขอรับ ข้ามิเห็นทาง กองทัพของเราคงแตกพ่ายแล้วจริง ๆ เห็นทีคงต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เสียแล้ว” รองแม่ทัพหนุ่มเริ่มตัดพ้อออกมา เมื่อหานเฟิงหันไปดูสภาพของสหายข้างกายที่เนื้อตัวเปื้อนไปด้วยเลือดก็อนาถใจยิ่งนัก หากองค์จักรพรรดิของพวกเขาไม่หลงใหลในกามราคะจนไม่ใส่ใจในการปกครองบ้านเมือง พวกเขาก็คงไม่มีสภาพเช่นนี้ จะโทษกองทัพแคว้นจ้าวที่มารุกรานอย่างเดียวก็ไม่ได้เพราะหากแคว้นไหนที่กษัตริย์อ่อนแอนั้นมีหรือที่อีกแคว้นจะไม่โจมตี แต่เอาเถิดเขาเป็นเพียงแม่ทัพจะริอาจไปกล่าวร้ายองค์จักรพรรดิได้เช่นไร มีแต่เพียงหน้าที่ที่ต้องรักษาบ้านเมืองเอาไว้เท่านั้น แต่บัดนี้เขาไม่สามารถรักษามันได้อีกต่อไป “เจ้าอย่าพึ่งกังวลไปหลิงจิ้ง ข้าจะพาเจ้าไปจากที่นี่ให้ได้” “ด้วยวิธีใดเล่าขอรับ” “ข้าก็ไม่รู้ แต่ข้าคาดว่าเวลานี้ฮ่องเต้แคว้นจ้าวคงจะตัดหัวฮ่องเต้ของเราไปแล้ว” ด้านแคว้นจ้าวเมื่อมีชัยเหนือแคว้นฉีจึงฉลองชัยชนะ เหล่าทหารรินสุราอย่างสำราญพร้อมทั้งร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนานหลังจากที่ทำศึกมานาน คราวนี้พวกเขาจะได้กลับบ้านเมืองไปหาลูกเมียเสียที “ฝ่าบาทนี่คือหัวของจักรพรรดิแคว้นฉีพ่ะย่ะค่ะ” ทหารนายหนึ่งกล่าวในมือก็ถือกล่องไม้เอาไว้ ฮ่องเต้หนุ่มไม่รอช้ารีบสั่งทหารให้เปิดกล่องไม้ทันทีพร้อมหยิบหัวจักรพรรดิแคว้นฉีขึ้นมาแล้วชูขึ้นเพื่อประกาศชัยชนะของตน เมื่อเหล่าทหารได้เห็นเช่นนั้นต่างโห่ร้องดีใจดังกึกก้อง เพราะการยึดแคว้นฉีได้ในครั้งนี้ถือเป็นการประกาศว่ากองทัพแคว้นจ้าวนั้นยิ่งใหญ่หาผู้ใดต่อกรได้อีกต่อไป การฉลองชัยชนะในครั้งนี้นั้นจัดอยู่สามวันสามคืน ทหารแคว้นจ้าวต่างเมามายด้วยฤทธิ์สุราซ้ำร้ายพวกเขายังจับทหารแคว้นฉีมาทรมานกันอย่างสนุก พระเจ้าอี้จงมองการกระทำของทหารของตนอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร พลางนึกถึงใบหน้าอันเย่อหยิ่งของแม่ทัพหนุ่มผู้เป็นเชลย หากตนได้หานเฟิงมาครอบครองเขาจะยังเย่อหยิ่งอยู่อีกหรือไม่ สองวันหลังกองทัพแคว้นจ้าวยกทัพกลับเมืองหลวง ข่าวการกลับมาของกองทัพแพร่ไปอย่างรวดเร็ว ชาวเมืองต่างพากันมาชมขบวนเสด็จและเชลยกันอย่างคึกคัก แต่เมื่อมาถึงขบวนเสด็จพวกเขาต่างพากันก้มหน้าติดกับพื้นไม่กล้าที่จะมอง พระพักตร์เจ้าเหนือหัว ครั้นขบวนเสด็จเคลื่อนผ่านไปพวกเขาต่างจับกลุ่มพูดคุยถึงความเหี้ยมโหดขององค์จักรพรรดิ บ้างว่า องค์จักรพรรดิไร้หัวใจฆ่าคนเป็นผักปลา สมัยเป็นองค์ชายก็เข่นฆ่าพี่น้องเพื่อแย่งชิงบัลลังก์มังกร ปราบปรามขุนนางกังฉิน และมากไปกว่านั้นพระองค์ทรงสั่งประหารพระชายาของตนขณะขึ้นครองราชย์ได้เพียงวันเดียวเท่านั้น แต่ก็นับเป็นโชคดีของชาวเมืองแคว้นจ้าวเพราะถึงพระเจ้าอี้จงจะเหี้ยมโหดสักเพียงใดพระองค์ก็ปกครองบ้านเมืองจนมีความเจริญรุ่งเรือง ด้านการค้าก็มีกำไรเป็นกอบเป็นกำ ทำให้ชาวเมืองรักและเคารพพระองค์เป็นอย่างมาก ขบวนเสด็จเดินทางมาถึงวังหลวง จ้าวอี้เทียนสั่งให้ทหารกลับไปพักผ่อนด้วยเห็นว่าพวกเขาเหนื่อยล้าจากการสู้รบและการเดินทางอยู่ไม่น้อย พระองค์เองก็เหนื่อยล้าเต็มทีจึงต้องการจะพักผ่อน ฮ่องเต้หนุ่มจึงนั่งแช่ตัวอยู่ในอ่างน้ำใบใหญ่โดยมีเหล่านางกำนัลคอยปรนนิบัติ ไอน้ำร้อนเกาะอยู่เต็มใบหน้าของผู้เป็นใหญ่แห่งแคว้น ฮ่องเต้หนุ่มมีใบหน้าที่งดงาม ร่างกายกำยำ อีกทั้งยังสูงโปร่ง ดวงตากลมเรียว จมูกโด่งเป็นสัน เส้นผมดำสนิทขับกับคิ้วเรียวงาม ผิวแม้ต้องแสงแดดก็ไม่ทำให้พระองค์หม่นหมอง ซ้ำยังทำให้น่าหลงใหลเสียกว่าเก่า “ฝ่าบาทจะทรงให้ยกเครื่องเสวยมาเลยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ‘รุ่ยอัน’ เอ่ยถามในขณะจัดฉลองพระองค์ให้เข้าที่ “อืม... ก็ดีเหมือนกัน เราก็ชักจะหิวแล้ว” “พ่ะย่ะค่ะ” “จริงสิ เจ้าว่าเราควรมีสนมดีหรือไม่” คำถามของฮ่องเต้ทำเอากงกงน้อยชะงักงันในทันที พลันคิดไปถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นถึงแม้เขาจะมีอายุเพียงสิบสามหนาว (สิบสามปี) ก็พอได้ยินมาบ้างว่าองค์จักรพรรดิสั่งประหารพระชายาขณะขึ้นครองราชย์ได้เพียงวันเดียวเท่านั้น “ทำไมหรือว่าเจ้าคิดว่ามันไม่ดี” “หามิได้ฝ่าบาท หากแต่กระหม่อม... เอ่อ...” “แต่อะไร” “เปล่า เปล่าพ่ะย่ะค่ะ” “อย่างนั้นก็ดี บอกทหารให้นำตัวแม่ทัพแคว้นฉีมาพบเราที่ตำหนักในคืนนี้” “แม่ทัพแคว้นฉีหรือพ่ะย่ะค่ะ” “ทำไม เจ้ามีอะไรสงสัย” “หามิได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบไปเดี๋ยวนี้” ด้านหานเฟิงที่ถูกคุมขังก็ไม่นิ่งนอนใจ แม่ทัพหนุ่มพยายามคิดหาแผนการหลบหนีตลอดเวลา แต่ดูเหมือนฮ่องเต้วิปลาสผู้นั้นจะสั่งทหารคุ้มกันที่นี่อย่างหนาแน่นจนมิอาจเห็นหนทางที่จะออกไปได้เลย หานเฟิงคิดว่าคนอย่างจ้าวอี้เทียน อีกไม่นานก็คงจะสั่งประหารชีวิตตนเป็นแน่ หากเขาไม่หลบหนีคงจะตายอยู่ที่แคว้นจ้าวแห่งนี้ “มีรับสั่งจากฝ่าบาทให้นำตัวเชลยไป” ทหารนายหนึ่งที่ดูคล้ายผู้คุมกล่าวกับทหารเฝ้าประตูก่อนที่ประตูคุกจะถูกเปิดออกแม่ทัพหนุ่มมาที่นี่ได้ไม่ถึงวันจะถูกประหารเสียแล้วหรือ “พวกเจ้าจะพาท่านแม่ทัพของข้าไปไหนพวกทหารชั่ว!” หลิงจิ้งโวยวาย ทหารนายหนึ่งจึงใช้ด้ามของดาบฟาดเข้าไปที่ หน้ารองแม่ทัพอย่างเต็มแรงจนทำให้โลหิตสีแดงชาดไหลออกมา “หลิงจิ้ง!” หานเฟิงเมื่อเห็นภาพนั้นก็สะบัดทหารจนหลุดพลันรีบเข้าไปช่วยรองแม่ทัพของตนในทันที แต่ด้วยเหตุที่ถูกจับใส่ขื่อไว้แม่ทัพหนุ่มจึงไม่สามารถช่วยรองแม่ทัพของตนที่ถูกทหารซ้อมอยู่ได้ “พวกทหารชั่ว! ข้าจะฆ่าเจ้า!” “หุบปาก! เจ้าเป็นแค่เชลยจะมาทำอะไรพวกข้าได้” นายทหารนายหนึ่งพูดก่อนจะลากตัวหานเฟิงไป ณ ตำหนักหยงโชว่ “ปล่อยข้า! ข้าบอกให้ปล่อยข้า!” แม่ทัพหนุ่มโวยวายและพยายามหนีจากการจับกุมของเหล่าทหาร หานเฟิงถูกนำตัวมาที่ตำหนักหยงโชว่ก่อนที่จะถูกถอดขื่อที่จับกุมเขาเอาไว้ออก “ปล่อยข้า! พวกเจ้าพาข้ามาที่นี่ทำไม” เมื่อประตูเปิดออกพวกทหารก็ผลักหานเฟิงเข้าไปทันที เมื่อแม่ทัพหนุ่มเข้ามาภายในห้องก็พบกับเหล่านางกำนัลที่ยืนเรียงรายกันอยู่ พวกนางมองหานเฟิงครู่หนึ่งก่อนที่จะเดินมุ่งตรงมาหาเขา หานเฟิงตกใจนิด ๆ แต่ก็เบี่ยงตัวหลบพวกนางกำนัลได้ทัน “พวกเจ้าจะทำอะไรข้า” “ฝ่าบาทสั่งให้พวกเราปรนนิบัติท่านเจ้าค่ะ” หนึ่งในนางกำนัลพูดขึ้นก่อนจะพยายามถอดเสื้อผ้าเขาออก “ไม่! อย่ามายุ่งกับข้า” หานเฟิงตวาดเสียงดังทำให้พวกนางกำนัลตกใจจนถอยห่างออกจากตัวเขาในทันที แม่ทัพหนุ่มมองพวกนางด้วยความไม่พอใจ เหตุใดฮ่องเต้โฉดผู้นั้นถึงสั่งให้พวกนางปรนนิบัติเขาเช่นนี้ หรือว่านี่จะเป็นแผนที่จะทำให้เขาตายใจแล้วสั่งประหารในภายหลัง ...เจ้านั่นมันช่างชั่วช้าสิ้นดี! “ฝ่าบาทเสด็จ!!” สิ้นเสียงประกาศก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มแต่งกายด้วยชุดลายมังกรสีแดงสดย่างกรายเข้ามาในตำหนัก หานเฟิงรู้ได้ทันทีว่าคนผู้นี้เป็นใคร เจ้าคนโฉดจ้าวอี้เทียน! อีกฝ่ายเดินมาหาเขาอย่างไม่รีรอก่อนที่จะกระซิบบางอย่างกับเขา “ไม่ยักรู้ว่าพยัคฆ์อย่างเจ้าจะกลัวน้ำนะหานเฟิง” แม่ทัพหนุ่มโกรธจนหน้าดำหน้าแดงอีกครั้ง อยากจะตะบันหน้าจ้าวอี้เทียนให้รู้แล้วรู้รอด มีสิทธิ์อะไรมาว่าเขาเป็นเสือกลัวน้ำกัน มันชักจะหยามเกียรติเขามากเกินไปเสียแล้ว “ข้าไม่ได้กลัวน้ำ เจ้าจับข้ามาที่นี่ทำไม ทำไมไม่ฆ่าข้าเสียตั้งแต่ตอนนั้น” “ฆ่าเจ้ามันก็ไม่สนุกน่ะสิ” “นี่เจ้า!” หานเฟิงเตรียมจะสบถอีกฝ่ายแต่แม่ทัพหนุ่มก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อคนตรงหน้าช้อนตัวเขาขึ้นอย่างไม่ให้เขาได้ตั้งตัว ทั้งหานเฟิงและจ้าวอี้เทียนตัวพอ ๆ กัน เหตุใดจ้าวอี้เทียนถึงอุ้มเขาขึ้นได้ง่ายดายเพียงนี้ แต่เมื่อตั้งสติได้แม่ทัพหนุ่มก็พยายามดิ้นหนีในทันที “ปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้นะเจ้าคนชั่ว ข้าบอกให้ปล่อยข้า” ตูมม!! เสียงน้ำกระจายไปทั่วบริเวณเพราะฮ่องเต้จ้าวอี้เทียนโยนแม่ทัพอย่างหานเฟิงลงในอ่างน้ำใบใหญ่อย่างตั้งใจ “โทษที เห็นเจ้าบอกให้เราปล่อย” จ้าวอี้เทียนกล่าวออกมายิ้ม ๆ ทำให้หานเฟิงมองเขาตาขวางในทันที ยามนี้ร่างกายของเขาเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ “เจ้า!” “อาบน้ำเสียเราเหม็นกลิ่นตัวเจ้ายิ่งนัก” “เจ้าต้องการอะไร” หานเฟิงถามออกไปพลางจ้องมองใบหน้าของอีกคนไม่วางตา แต่คำถามของเขากลับได้รับความเงียบมาเพียงเท่านั้น เจ้าฮ่องเต้บ้านั่นเดินออกไปแล้ว เหลือเพียงหานเฟิงที่อยู่ที่นี่เพียงผู้เดียว แม่ทัพหนุ่มจึงจำยอมอาบน้ำแต่โดยดีเพราะเขาก็เหม็นกลิ่นตัวเองแล้วเหมือนกัน ระหว่างทำความสะอาดร่างกายเขาพลางคิดถึงหลิงจิ้งไปด้วยไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไรบ้าง เมื่อชำระล้างร่างกายจนพอใจหานเฟิงก็เหลือบไปเห็นอาภรณ์ที่วางหลังม่านกั้น แม่ทัพหนุ่มยิ้มออกมานิด ๆ ในเมื่อจะตายแล้วก็ขอใส่อาภรณ์ดี ๆ นี่ก็แล้วกัน แม่ทัพหนุ่มคิดพลางหยิบมันขึ้นมาใส่แล้วเดินออกไปด้านนอกก็พบกับฮ่องเต้แคว้นจ้าวที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร หานเฟิงหยุดนิ่งมองอาหารบนโต๊ะพลางกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืด ๆ เขาหิวจะแย่เนื่องจากหลายวันมานี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องแม้แต่นิดเดียว “จะมองอีกนานไหม” หานเฟิงไม่ได้ตอบอะไร เขากลับยืนอยู่ที่เดิมนิ่ง ๆ “เรารู้ว่าเจ้าหิว มาทานสิ” “เจ้าคงไม่วางยาในอาหาร” หานเฟิงถามออกไปทำให้จ้าวอี้เทียนหันมามองเขาแล้วหัวเราะออกมานิด ๆ “ถ้าจะฆ่าเจ้าเราทำไปนานแล้ว” คำพูดของจ้าวอี้เทียนเมื่อตรองดูแล้วก็เป็นจริงดั่งเขาว่า เพราะอีกฝ่ายมีโอกาสจะฆ่าเขาตั้งแต่ที่เขาพ่ายแพ้แต่จ้าวอี้เทียนก็ไม่ทำ ดูแล้วต้องมีแผนการอะไรอีกแน่ หานเฟิงนั่งทานเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไร เขาไม่อยากถามให้มากความอีก ทางด้านจ้าวอี้เทียนก็ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน ทั้งสองนั่งทานอาหารด้วยกันจนอิ่มแต่ดูเหมือนว่าคนที่ทานเยอะที่สุดจะเป็นหานเฟิงเสียมากกว่าเพราะเขาทานอาหารเกือบจะทั้งหมด “ไหนบอกว่ากลัวเราวางยาเจ้าอย่างไรเล่า” จ้าวอี้เทียนกล่าวออกมาไม่จริงจังนักก่อนจะยกน้ำชาขึ้นดื่ม หานเฟิงไม่ได้สนใจฮ่องเต้หนุ่มแม้แต่น้อย เขาเอาแต่ทานอาหารที่เหลืออยู่จนหมดทำให้จ้าวอี้เทียนยิ้มกับท่าทางของคนตรงหน้า “ข้ารู้ว่าเจ้าจะขุนให้ข้าอ้วนแล้วฆ่าข้าในภายหลัง ดังนั้นข้าจึงกินให้อิ่มก่อนที่จะตาย จะได้ไม่เป็นผีหิวโซ” “หึ ๆ ๆ!” “หัวเราะอะไร” “เราก็หัวเราะเจ้าน่ะสิใครบอกว่าเราจะฆ่าเจ้ากัน ตรงกันข้ามเราจะให้เจ้าเป็นสนมของเราต่างหากเล่าหานเฟิง” “…!” สนมอย่างนั้นหรือนี่มันจะหยามเกียรติข้ามากเกินไปแล้วนะจ้าวอี้เทียน! “อยากเป็นสนมของเรามากอย่างนั้นเชียว” “ไม่! ข้าไม่ยอม! อย่างไรข้าก็ไม่มีวันเป็นสนมของเจ้า!” “เจ้าคงลืมสถานะตัวเองไปแล้ว อย่าลืมสิว่าเจ้าเป็นเพียงเชลยของเราเท่านั้น” “เจ้ามันวิปลาสจ้าวอี้เทียน!”

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

งูบ้านนี้สายพันธุ์เหมียว (Luna V.)

read
1K
bc

คุณอาของหนู...น่ารักกว่าใคร

read
7.9K
bc

Heroine (ที่นี่ไม่มี นางเอก)

read
14.8K
bc

เป็นได้แค่เพื่อน(รัก)

read
7.8K
bc

เป็นแฟนผมนี่มันไม่ดียังไงครับเฮีย

read
3.2K
bc

Friendship จุดจบสายเถื่อน

read
1K
bc

มายารัก

read
2.6K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook