บทนำ
“หนูไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ”
เสียงหวานเอ่ยบอกด้วยความสดใสพร้อมทั้งยกมือขึ้นสวัสดีผู้เป็นพ่อกับแม่ จากนั้น เทียนหอม ก็เดินออกจากบ้านมุ่งตรงไปยังลานจอดรถ เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรกของการเปิดเรียน ซึ่งเทียนหอมนั้นเรียนบริหารธุรกิจชั้นปีที่สองของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง
เจ้าของร่างบางส่วนสูงร้อยหกสิบสามเซนติเมตรอยู่ในชุดนักศึกษาเสื้อรัดรูปกำลังพอดี กระโปรงพลีทที่สั้นเหนือเข่าเล็กน้อย พร้อมกับรองเท้าส้นสูงที่เสริมสูงของเธอขึ้นมาอีกนิดหน่อย
ขาเรียวก้าวขึ้นรถยุโรปสุดหรูก่อนจะขับออกจากบ้านช้า ๆ มุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยเพื่อที่จะไปให้ทันพบปะพูดคุยกับน้อง ๆ ปีหนึ่ง ก่อนที่จะมีกิจกรรมรับน้องเกิดขึ้น
ครืด ครืดดด~
ในระหว่างที่ขับรถออกมาจากบ้านได้สักระยะ โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่เบาะข้าง ๆ ก็สั่นขึ้นเป็นจังหวะ ทำให้เทียนหอมต้องละสายตาจากถนน ชำเลืองไปมองมือถือแวบหนึ่งก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาเพื่อรับสาย
“ว่าไงแก ฉันใกล้ถึงแล้ว”
โครม!
ยังไม่ทันที่ปลายสายจะได้เอ่ยปากถามอะไร จังหวะที่เทียนหอมละสายตาจากถนนไม่ถึงหนึ่งนาทีเลยด้วยซ้ำ รถเธอก็เกิดไปชนตูดกับรถคันที่อยู่ข้างหน้าอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
“ฉิบหายแล้วเทียนหอม”
[แกเป็นไร แล้วเมื่อกี้เสียงอะไร]
ลมหายใจถูกทอดถอนออกมาพรืดใหญ่ก่อนจะรีบกดวางสายเพื่อน โดยไม่ลืมบอกว่าขอเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนแล้วจะเล่าให้ฟัง ยังดีนะที่เธอไม่ได้ชนแรงมาก เพราะถ้าชนแรงกว่านี้ก็ไม่อยากนึกสภาพเหมือนกัน
ส่วนเจ้าของรถคันหรูอีกคันที่โดนชนท้ายนั้นก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างห้ามไม่อยู่ ใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังฟังเพลงด้วยความอารมณ์ดีแปรเปลี่ยนเป็นบูดบึ้งขึ้นมาทันที แทน สบถออกมาอย่างหัวเสีย เพราะรถคันที่เขาขับมาในวันนี้ถือว่าเป็นลูกรักที่ไม่เคยทำให้เกิดรอยขีดข่วนเลยสักครั้ง
“ไอ้เหี้ยเอ้ย! ขับรถไม่ดูตาม้าตาเรือ พ่อมึงซื้อใบขับขี่ให้หรือไงวะ”
ว่าแล้วก็กดเปิดไฟฉุกเฉินก่อนจะรีบเปิดประตูรถด้วยความรวดเร็ว เพื่อที่จะไปเอาเรื่องรถที่ขับมาชนเขา โดยที่เทียนหอมเองก็รีบลงจากรถเพื่อที่จะไปขอโทษอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน
ชายหนุ่มก้มมองสถาพรถลูกรักของตัวเองก่อนจะกำมือแน่นด้วยความโมโหสุดขีด พร้อมกับปากหยักที่สบถคำด่าออกมาไม่หยุดหย่อน
“ขับรถแพงซะเปล่า ไม่ลืมตาดูหรือไงวะ!”
“ขอโทษค่ะ ขอโทษจริง ๆ คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ เจ็บตรงไหนไหม”
ร่างบางลุกลี้ลุกลนถามไถ่อาการอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง และหลังจากที่แทนตั้งใจจะด่าเต็มที่กลับกลายเป็นว่าพอเห็นใบหน้าสวยหวานนั้นถึงกับต้องเม้มปากแน่น มองจ้องหน้าคนตัวเล็กด้วยความตกตะลึง
“คุณคะ...”
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มนิ่งเงียบไปนาน เทียนหอมก็เลยเลือกที่จะขยับเข้าไปใกล้และเอ่ยปากเรียกอีกครั้ง เธอคิดว่าอีกฝ่ายคงจะตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนทำตัวแทบไม่ถูก แต่มองสำรวจตามร่างกายของเขาแล้วเทียนหอมก็คิดว่าคู่กรณีคงจะไม่เป็นอะไรมาก
“เจ็บตรงไหนไหมคะ?”
คำด่าที่เตรียมไว้ในใจทั้งหมดหายไปเมื่อได้สบตากับร่างบาง และยิ่งน้ำเสียงหวานใสที่เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงนั้นก็ยิ่งทำให้แทนโกรธเธอไม่ลงเลย
มือเล็กยกขึ้นโบกไปมาใกล้ ๆ กับดวงตาของชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าเขามองเธอตาไม่กะพริบ คล้ายกับว่าจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว
“คุณคะ...” มือเล็กแตะที่ต้นแขนของร่างสูงเบา ๆ เป็นการเรียกสติของเขาให้กลับคืนมา ซึ่งเมื่อเทียนหอมทำอย่างนั้น แทนที่กำลังเหม่อลอยอยู่ก็กลับมามีสติอีกครั้ง
“ครับ”
“เป็นอะไรมากไหมคะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
“ไม่เป็นไรครับ ไม่เจ็บตรงไหนเลย”
คำที่ชายหนุ่มเอื้อนเอ่ยออกมาทำให้เทียนหอมนั้นถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่ง ทว่าพอสายตาเหลือบไปเห็นรอยบุบของรถทั้งสองคันก็ตาโตด้วยความตกใจ
จากนั้นก็ช้อนตามองไปที่คู่กรณีด้วยความรู้สึกผิด ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยท่าทางน่าเอ็นดูส่งไปให้ชายหนุ่ม ซึ่งเมื่อเห็นท่าทางน่ารักนั้นแทนก็อมยิ้มเอาไว้หน่อย ๆ
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเรียกประกัน แล้วเราน่ะมีประกันหรือเปล่า”
“มีค่ะ”
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ต่างฝ่ายต่างโทรหาประกัน เพื่อให้มาเคลียร์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น โดยที่เทียนหอมก็ไม่ลืมโทรหาเพื่อนว่าวันนี้คงจะไปไม่ทันแล้ว แต่จะพยายามไปให้ทันเข้าเรียนคาบแรก
รออยู่ไม่นานประกันของทั้งสองฝ่ายก็มาถึงด้วยความรวดเร็ว เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้วประกันก็กลับไป เหลือก็แต่เพียงหญิงสาวกับชายหนุ่มที่ยังอยู่ที่เดิม
แทนยื่นมือถือให้กับร่างบางอย่างไม่รอช้าเมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะขึ้นรถ ส่วนเทียนหอมที่เห็นอย่างนั้นก็ได้แต่มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้างุนงง เพราะจู่ ๆ ก็ยื่นโทรศัพท์มือถือมาตรงหน้าโดยที่ไม่พูดอะไร
“อะไรคะ?”
“เราต้องแลกคอนแทกต์กันไว้หน่อยไหม ไม่รู้ว่ารถจะต้องเคลมกี่วันกี่เดือน เราชนรถพี่จนพังก็ต้องรับผิดชอบสิครับ”
เทียนหอมที่ได้ยินอย่างนั้นก็เอื้อมหยิบมือถือนั้นมากดเบอร์ให้กับอีกฝ่าย ก่อนจะคืนให้ด้วยความรวดเร็ว และก่อนที่จะขับรถไปที่มหาวิทยาลัยก็ไม่ลืมขอโทษชายหนุ่มอีกครั้ง
“ขอโทษอีกครั้งนะคะ ขอโทษจริง ๆ”
“ไม่เป็นไรครับ พี่เข้าใจว่ามันเป็นอุบัติเหตุ”
“ถ้าจะให้รับผิดชอบอะไรอีกก็โทรมาแล้วกัน พอดีว่าฉันรีบ...ยังไงขอตัวก่อนนะคะ”
ว่าแล้วร่างบางก็เดินกลับไปขึ้นรถของเธอด้วยท่าทางรีบร้อน ส่วนแทนก็ได้แต่มองตามรถยุโรปสีขาวที่เคลื่อนตัวออกไปช้า ๆ จนสุดสายตา พร้อมกับมุมปากที่กระตุกยิ้มด้วยความพอใจ และพอนึกถึงใบหน้าสวยหวานของคนตัวเล็กก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาบาง ๆ
“ไม่ต้องห่วงนะครับ ได้รับผิดชอบแน่นอน”