Ch.1.1 ไซซ์กะลาครอบ
มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาจิตรกรรม
สาวน้อยมัดผมทรงเขาคู่กำลังละเลงปลายพู่กันลงบนภาพวาดสีน้ำมันลงบนผ้าใบดวงตากลมจดจ่อกับลายเส้นที่จุ่มสีลากไล้ระบายภาพของดอกไม้ให้เกิดเป็นรูปร่าง
"ไอ้เปี๊ยะแกยังไม่เสร็จอีกเหรอ"
"อีกนิดเดียวยัยฟ่าง ใกล้เสร็จแล้ว" น้ำเสียงนุ่มขานรับเพื่อนสนิทที่นั่งเล่นเกมออนไลน์ระหว่างรอเธอทำงานส่งอาจารย์ให้เสร็จ
"แกนี่กดดันตัวเองจังนะ หาว" ข้าวฟ่างบ่นยกมือขึ้นปิดปาก นั่งหาวน้ำหูน้ำตาเล็ด
"ก็คืนนี้คนสำคัญจะบินกลับมาแล้ว ฉันก็เลยต้องรีบทำงานให้เสร็จก่อนเวลา เพราะว่าจะได้ใช้เวลาอยู่กับคนพิเศษ" เปาะเปี๊ยะยิ้มแล้วตวัดปลายพู่กันเก็บรายละเอียดครั้งสุดท้าย
"บอสเปี๊ยะครับ เสร็จหรือยังไงเอ่ย" เลขาเฉินชะโงกหน้าเข้ามาในห้อง แล้วยิ้มทักทายข้าวฟ่างก่อนจะเดินเอามือไพล่หลังเหมือนชายแก่ตรงมาดูผลงานของเด็กสาวที่เขาช่วยท่านประธานดูแลมาตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก
"เสร็จแล้วค่ะ" นักจิตกรฝึกหัดกล่าวแล้ววางพู่กันลง ถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วพับเก็บใส่ชั้นให้เข้าที่ เท้าสะเอวดูผลงานดอกโมกพวงชมพู
"สวยมาก ๆ เลยครับ ผมว่าคุณเปี๊ยะน่าจะวาดไปเป็นของขวัญให้คุณเตียวหุยสักหน่อยก็ดี เห็นว่างานเลี้ยงต้อนรับผู้บริหารของปลาเผาพุงพุ้ยมีแต่พวกไฮโซสวย ๆ แซ่บ ๆ ที่ยอมแบกของราคาแพงมาให้เชฟเตียวกันอย่างไม่มีใครยอมใครเลยครับ แล้วบอสของผมมีอะไรไปให้คุณเตียวแกบ้างล่ะ"
เลขาเฉินเล่าอย่างละเอียดเกี่ยวขาแว่นออกมาเช็ดเท้าความถึงงานเลี้ยงที่เต็มด้วยชะนีที่หวังจะขย้ำเตียวจ๋าของเธอ
"เปี๊ยะวาดให้เขาแล้วค่ะแต่ว่าไม่ได้ใหญ่เท่าอันนี้" เปาะเปี๊ยะบอกแล้วหยิบกระเป๋าเดินนำเพื่อนติดเกมกับเลขาเฉินออกมาจากตึกคณะ
"แล้วแกวาดอะไรให้เชฟเขาเหรอวะ" ข้าวฟ่างเพื่อนซี้ที่รู้จักมักจี่เตียวหุยเป็นอย่างดี เพราะเคยได้คุยกันผ่าน Skype แถมยังเคยไปตามสอดแนมในไอจีให้เปาะเปี๊ยะอยู่บ่อยครั้ง
"วาดรูปตัวเอง" ตอบด้วยความมั่นใจไม่มีคำว่ากระดากอาย ตั้งแต่เล็กยันโตเธอเป็นคนที่เด็ดขาดตัดสินใจทุกอย่างด้วยความรวดเร็วจนเกือบจะเป็นความหุนหันพลันแล่น
"ฮะ..ช่างกล้าเนอะ" ข้าวฟ่างทำหน้าเหวอหัวเราะคิกคักกับเลขาเฉิน
เปาะเปี๊ยะยิ้มหวานแล้วเปิดประตูขึ้นรถ ส่วนข้าวฟ่างคร่อมมอเตอร์ไซค์ของตนเองขับกลับออกไปก่อนรถเธอเสียอีก
"เฮ้อ" เด็กสาวมหาลัยถอนหายใจเฮือกใหญ่จนเลขาเฉินที่นั่งอยู่ข้างคนขับถึงกลับต้องชะเง้อมองผ่านกระจกมองหลัง
"เป็นอะไรไปครับ แลดูเหนื่อย ๆ"
"พอดีจะมีงานโอเพ่นเฮ้าส์ช่วงจะรับสมัครนักศึกษาเข้าใหม่ อาจารย์ให้เปี๊ยะวาดจิตกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพวกสัตว์ในวรรณคดีไทยเพื่อโชว์น้อง ๆ นิสิตค่ะ รู้สึกเมื่อยแขนเมื่อยตาไปหมดค่ะ วาดไม่ง่ายเลย" บ่นแล้วเอนหลังกับเบาะยืดแขนขึ้นสูง บิดไปซ้ายทีขวาที
"อืม...ถ้าบอสเปี๊ยะไปไม่ไหวกระผมโทรแจ้งเชฟเตียวให้ได้นะครับ เชฟแกไม่ว่าอะไรหรอก"
"คุณเชฟน่ะไม่ว่าหรอกค่ะ แต่เปี๊ยะไม่ไว้ใจพวกผู้หญิงในงาน"
"ให้กระผมโทรไปแจ้งคุณเตียวให้ดีกว่า คุณหนูสีหน้าไม่ดีเลย เดี๋ยวจะไปเป็นลมเป็นแล้งในงาน" เลขาเฉินเห็นบอสผู้แก่นแก้วของตนมีสีหน้าอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด เขาจึงกังวลว่าเธออาจจะป่วย
"ไม่เป็นไรค่ะเปี๊ยะจะกัดฟันอดทนไปงานให้ได้"
เปาะเปี๊ยะนอนหลับระหว่างที่อาเดย์ซีแต่งหน้าทำผม แล้วถูกอาสะกิดให้ตื่น เด็กสาวมหาลัยหมุนตัวไปรอบ ๆ สีหน้าไม่ร่าเริงเหมือนเปาะเปี๊ยะคนก่อน ๆ แต่กลับทำหน้าเบื่อหน่ายทั้งที่กำลังจะไปร่วมงานเลี้ยงหรู
"ทำหน้าแบบนี้เดี๋ยวอาเตียวก็ไปหาผู้หญิงคนอื่นกันพอดี" เดย์ซีแซวหลานสาว
"ก็เปี๊ยะเหนื่อยนี่คะ รู้สึกเพลียอยากกินเบียร์สักกะป๋อง"
"ไม่ได้ ๆ ถึงเราจะไม่แพ้แอลกอฮอล์แบบแม่เปา แต่ก็อย่าประมาทไปนะจ๊ะหลาน อ้อเดย์ฝากพวกคุณทุกคนดูแลเปาะเปี๊ยะอย่าให้คลาดสายตานะคะ กลัวจะไปแสบซ่าที่ไหนอีก" เดย์ซีกำชับทีมบอดี้การ์ดของเดอะเซฟเฟอะให้ดูแลหลานสาวของตนให้ดี
เปาะเปี๊ยะเดินทางมาถึงยอดตึกตรีภพทาวเวอร์ ด้านข้างมีเลขาเฉินเดินตามประกบคอยดูแลและให้บริการ
เธอเห็นอยู่ไกล ๆ ว่าเตียวหุยอยู่ในชุดสูทผูกโบว์กระต่าย เซ็ทผมหล่อเปิดหน้าคมที่ขาวสว่างขึ้นกว่าสมัยก่อน ดูหล่อเหลาในระดับพระเอกเลยก็ว่าได้ แถมเขายังตัวสูงมากจนเกือบเท่าพ่อของเธออยู่แล้ว
จังหวะที่เด็กสาวมหาลัยจะเดินไปทักทายเจ้าภาพงานเลี้ยง กลับมีสาวสวยหมวกเอ็กซ์อึ๋มเดินควงแขนเขาอยู่ในชุดสีแดงเพลิง เปาะเปี๊ยะรีบก้มมองตัวเองที่อยู่ในชุดสีออกพาสเทลดูเป็นสาวหวานมากกวาจะเป็นสาวแซ่บ และจ้องเขม็งไปยังนมของอีกฝ่ายด้วยความตื่นตะลึงงึงงัน
"โหนมโคตรใหญ่เลย ดูของเราสิเหมือนเอากะลามาครอบไว้" รีบยกมือขึ้นมาป้องหน้าอกของตัวเอง สีหน้าเริ่มซีดวิตกกังวลเกี่ยวกับขนาดทรวงอกที่ยังไม่โตเต็มวัย
ปลายรองเท้าส้นสูงหยุดกึกไม่กล้าเดินต่อ รู้สึกไม่กล้าเผชิญหน้ากับผู้ชายที่รายล้อมด้วยหญิงสาว เมื่อก่อนตอนเด็กเธอสุดแสนจะมั่นหน้าแต่พออายุมากขึ้นถึงได้รับรู้ว่ายังมีผู้หญิงสวย ๆ ที่คู่ควรกับอาเตียวมากกว่าเธอ โดยเฉพาะขนาดหน้าอกที่ใหญ่อวบอัดเกือบจะปริแตกนั่นของสาวที่เดินเคียงข้างเขา ก็ทำให้เธอรู้สึกอับอายไซส์กะลามะพร้าวของตนขึ้นมาตงิด ๆ
"คุณเปี๊ยะครับไม่ไปหาเชฟเหรอครับ" เลขาเฉินสะกิดเรียกแต่เธอก็ยังคงยืนตัวนิ่งไม่กล้าเดินไปหาอีกฝ่าย
ตอนนี้หัวใจมันวูบโหวงสั่นพลิ้วไปหมด โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจที่สู้แม่สาวชุดแดงนั่นไม่ได้ แค่นมเธอก็แพ้ยัยนั่นย่อยยับแล้ว และจะมีอะไรไปสู้ได้กันยัยเปี๊ยะ
เลขาเฉินหรี่ตาอย่างมีเลศนัยตวัดสายตาไปยังยัยสาวชุดแดง หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบกว่าสับปลายรองเท้าหนังสีดำมันเลื่อมตรงไปหาเชฟเตียวหุย
"คุณเตียวหุยครับ คุณเปาะเปี๊ยะรออยู่ทางโน้น" เลขาเฉินชี้ไปด้านหลัง
"เปี๊ยะมาแล้วเหรอครับ อยู่ไหนล่ะครับเลขาเฉิน" เตียวหุยรีบกวาดตามองหาเด็กสาวที่เขาไม่เจอร่วมสองปี
"อ้าว...เมื่อกี้ยังยืนอยู่เลยนะครับ" หนุ่มเนิรด์กระตุกแว่นรีบมองหาบอสลูกสาวท่านประธาน
"ผมพอจะรู้แล้วว่าอยู่ไหน" เขายิ้มแล้วแกะมือของสาวชุดแดงด้านข้างออกแล้วสาวเท้าไปหาเป้าหมายของตน
"ไม่ทราบว่าเชฟเตียวไปไหนเหรอคะ" ริมฝีปากแดงฉานขยับปากสะกิดถามเลขาสวมแว่น และทำท่าจะเดินตามไป
"อ๊ะ ๆ จะไปไหนครับ คุณเป็นอะไรกับเชฟมิทราบ" เลขาเฉินจีบปากจีบคอมองตั้งแต่หัวจรดเท้า
"ดิฉันเป็นโปรดิวเซอร์รายการค่ะ ตั้งใจมาชวนเชฟเตียวไปทำรายการอาหารที่กำลังจะเปิดตัวใหม่"
"ก็คุยวันหลังก็ได้นี่ครับคุณผู้หญิง" เลขาเฉินบอกแล้วสะบัดหน้าหัน ดูแค่นี้ก็รู้แล้วว่าไม่ได้จะมาคุยเรื่องชวนจัดรายการ แต่คุยเรื่องจัดรายการบนเตียงมากว่า แบบนี้ยิ่งต้องเป็นไม้กันหมาให้ถึงที่สุด