บทนำ
“เป็นถึงเชื้อพระวงศ์ แต่กลับเป็นโอเมก้า น่าอับอายสิ้นดี” นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่ผมได้ยินจากปากของท่านพ่อก่อนที่ผมจะถูกเนรเทศให้มาอยู่วังเล็กซึ่งสร้างไว้ด้านหลังของวังใหญ่ ผมถูกตัดขาดจากทุกๆคน รายชื่อของผมไม่อยู่ในหน้าประวัติของราชวงศ์แถมในวังก็ไม่มีใครคุยกับผมเลย เฮ้อ…
ก็อกๆ
ผมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนหันมองประตูแล้วขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย คือวังเล็กที่ผมอยู่เนี่ย ร้อยวันพันปีไม่เคยมีใครมาเคาะประตูเลยนะยกเว้นแค่เวลากินข้าว แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลานั้นนี่
ก็อกๆ
“สักครู่ครับ” ผมตะโกนบอกแล้วลุกเดินไปเปิดประตู
“ท ท่านพ่อ...” ท่านพ่อมองหน้าผมแล้วแทรกตัวเข้ามาข้างใน ผมปิดประตูแล้วยืนกุมมือแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะเดินตามท่านไปด้วย ก็เพราะผมยังจำตอนที่ท่านพูดใส่หน้าผมเมื่อครั้งที่ผมตรวจร่างกายแล้วพบว่าผมเป็นโอเมก้า ไม่ใช่อัลฟ่าแบบพวกพี่ๆ มันจำขึ้นใจจนผมกลัวท่านพ่อไปเลยล่ะ
“ฉันมีเรื่องจะคุยกับแก”
“ครับ...” ผมกัดฟันแน่นที่ได้ยินท่านพ่อเรียกผมว่าแก สรรพนามแทนตัวเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยหรอ ก็ก่อนหน้านี้ผมนี่ขึ้นชื่อว่าลูกรักเลยนะครับ เป็นลูกคนเล็กนี่ ก็ไม่แปลกที่ท่านพ่อจะรักผมมากแต่ตอนนี้คงถูกเกลียดแล้วล่ะ
“ฉันจะส่งแกให้ไปอยู่กับคนๆหนึ่งก่อนที่แกจะฮีท”
“หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ...ที่นี่ไม่ต้องการผมแล้วใช่ไหมครับท่านพ่อ?”
“แกก็น่าจะรู้ดีที่สุด เตรียมตัวซะ อีกสิบนาทีออกไปหน้าวัง” ผมพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้ท่านพ่อแล้วกลับเข้าไปในห้องเพื่อเก็บของ จริงๆแล้วผมอยากบอกพ่อว่าผมน่ะ...ฮีทไปแล้ว
แต่ผมมียาระงับมันเลยช่วยผมไว้ ฮีทรอบต่อไปคือเดือนหน้า ยาจะส่งไปให้ผมหรือเปล่าเถอะ
10 นาทีต่อมา
หน้าวัง
ทันทีที่เดินออกมาจนถึงหน้าวังผมก็พบกับรถเบนซ์สีดำจำนวนสิบคันพร้อมกับธงตราประจำราชวงศ์จอดยาวเรียงเป็นแถว เล่นใหญ่แบบนี้แสดงว่าท่านพ่อไปด้วยสินะ
“ผมขึ้นได้หรือยัง?” ผมถามการ์ดที่ยืนนิ่งเงียบ เขาพยักหน้า ผมถึงได้เปิดประตูรถแล้วขึ้นไปนั่งข้างท่านพ่อ แต่ก็ไม่ได้ใกล้อะไรขนาดนั้น พอปิดประตูผมก็ต้องขยับนั่งชิดชนิดที่ว่าสิงประตูได้ก็ทำ
“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ ก่อนจะไปถึงที่นั่น...พ่ออยากคุยกับลูกในหลายๆเรื่องๆ” ผมมองหน้าท่านพ่ออย่างไม่เชื่อหูตัวเองก่อนก้มหน้าเพื่อซ่อนความอ่อนแอของตัวเอง
กี่ปีแล้วนะที่ผมถูกขีดเส้นใต้ให้อยู่แค่วังเล็ก ไม่ให้ใครมายุ่งวุ่นวายและนานแค่ไหนแล้วนะที่ท่านพ่อไม่ได้แทนตัวเองว่าพ่อ เหมือนอย่างในวันนี้
“พ่อเสียใจที่ธาราเป็นโอเมก้าและพ่อให้ลูกอยู่ที่นี่ไม่ได้ ถ้าหากลูกฮีทขึ้นมาแล้วยาระงับไม่อยู่ มันอาจจะเกิดเรื่องที่เลวร้าย พ่อไม่ยอมให้พวกพี่ๆทำอะไรธาราเด็ดขาด”
“....ผมไม่ได้อยากเป็นโอเมก้าเลยสักนิด”
“พ่อเข้าใจ พ่อขอโทษที่ทำหน้าที่พ่อไม่ดีพอ”
“ผมอยากให้ทุกๆคนในวังมองผมเป็นเพียงแค่ธาราคนเดิม มันยากมากเลยหรอครับ” พอผมพูดจบ แทนที่จะได้รับคำตอบกลับได้รับความเงียบจากท่านพ่อแทน แค่เป็นโอเมก้านี่ดูท่าจะผิดมหันต์เลยสินะ
“ที่ที่พ่อจะให้ลูกไป เป็นบ้านของลูกชายเพื่อนเก่าพ่อ พ่อได้คุยและตกลงกับทางนั้นแล้ว ทุกๆเดือน ยาระงับฮีทจะส่งให้ลูกรวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ”
“...ขอบพระทัยฝ่าบาท”
“ธารา...พวกเรารักลูก”
“ช่วยไปให้เร็วกว่านี้ได้หรือเปล่าครับ ผมรู้สึกอยากจะอาเจียน” ผมโกรธท่านพ่อ เขาไม่ตอบคำถามผมแต่เขากลับพูดแต่เรื่องที่ที่ผมต้องไปอยู่ ยาระงับหรอ เงินหรอ มันไม่ได้ช่วยให้ผมรู้สึกดีขึ้นเลย
หลังจากนั้นผมกับท่านพ่อก็ต่างคนต่างเงียบ เราเดินทางกันหลายชั่วโมงจริงๆ ขนาดผมหลับไปสองตื่น ยังไม่ถึงเลย
“นี่กะจะเนรเทศผมโดยสมบูรณ์เลยสินะ ไกลจากวังขนาดนี้” ไกลไม่พอ เส้นทางยังซับซ้อนอีกต่างหาก กลัวผมกลับไปหรือไง?
“ธารา...”
“เส้นทางก็ซับซ้อน กลัวผมจะหนีกลับไปหรือไง? ท่านพ่อคิดว่าในที่ที่ไม่มีคนต้องการน่ะ ใครยังจะกล้ากลับไป?” ผมพูดยิ้มๆแล้วหัวเราะออกมาทั้งที่ใจผมแทบสลาย ครอบครัวที่อยู่กับผมมายี่สิบปีกลับทิ้งผมได้ง่ายๆแค่คำว่า ‘โอเมก้า’ คำนี้คำเดียวเลยจริงๆ
ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงที่หมาย แค่เห็นผมก็แทบบ้าแล้ว นี่มันบ้านคนจริงๆหรอ? กำแพงสูงราวๆห้าเมตรได้เลยพร้อมติดกล้องวงจรปิดเต็มไปหมด ประตูอัลลอยด์ที่ค่อยๆเลื่อนออกนี่ก็คงทำมาจากเหล็กที่ทนทานที่สุด
พอเข้ามาข้างใน การ์ดชุดดำยืนเรียงเป็นแถวข้างทางพร้อมทำการเคารพจนกระทั่งรถคันที่ผมนั่งจอดนิ่งสนิทที่ทางเดินเข้าไปในบ้าน ไม่สิ คฤหาสน์ได้เลยมั้ง ใหญ่พอๆกับวังเลยก็ได้
“ลงกันเถอะ” ผมเปิดประตูแล้วลงจากรถก่อนมองไปรอบๆ จะว่าไปที่นี่ก็ตกแต่งสวยดีแฮะ บรรยากาศอาจจะดีกว่าวังเล็กที่ผมอยู่ก็ได้
“ธารา ลูกลืมของ” ผมหันกลับไปมองพ่อด้วยความสงสัยก่อนกัดฟันแน่นกับสิ่งที่พ่อยื่นมาให้
ปลอกคอ…
ผมเกลียดมัน มันทำให้ผมไม่เหมือนมนุษย์ปกติ มันเหมือนกับว่าผมได้กลายเป็นสัตว์ไปแล้ว ผมยืนทำใจอยู่สิบวิก่อนสวมมันลงไปบนคอตัวเอง
ท่านพ่อนำผมเข้ามาด้านในโดยไม่พูดอะไรสักพักก็มีแม่บ้านออกมาต้อนรับ
“เอ่อ…”
“พูดปกติเถอะ ตอนนี้ผมเป็นแค่พ่อของธารา” ท่านพ่อพูดบอกเมื่อเห็นแม่บ้านทำตัวไม่ถูกและกังวลในการใช้คำราชาศัพท์ แม่บ้านพยักหน้าแล้วยิ้มให้ก่อนพาเราสองคนขึ้นมาชั้นสองแล้วนำไปที่ห้องของเจ้าของบ้าน
ก็อกๆ
“บอสคะ ท่านราชาปรเมทย์มาถึงเรียบร้อยแล้วค่ะ” แม่บ้านรอประมาณสามวินาทีก็เปิดประตูให้ผมกับท่านพ่อเข้าไป
“สวัสดีครับคุณอา”
“ไงเรา โตขึ้นเยอะเลยนะ” ท่านพ่อทักทายอย่างเป็นกันเอง ผมมองคนๆนั้นด้วยความทึ่ง เขาหล่อมากๆ ผมว่าพวกพี่ๆหล่อแล้วนะ เจอคนๆนี้เข้าไป พี่ๆผมดูดร็อปลงไปเลย ทั้งสูง ทั้งหล่อ ทั้งล่ำและที่สำคัญคือรวย อะไรจะเพอร์เฟคครบสมบูรณ์แบบขนาดนี้
“พ่อเราเป็นไงบ้างล่ะ”
“สบายดีครับ บ่นคิดถึงคุณอาบ่อยๆ”
“ฮ่าๆ เจ้านั่นยังเหมือนเดิมสินะ”
“แล้วนั่นคือลูกชายของคุณอาหรอครับ?” เขามองมาที่ผม ผมมองเขา บ้าจริง ผมไม่ชอบขี้หน้าเขาเลย
“ใช่ อาจะฝากให้เราดูแลสักระยะ เรื่องยากับเงิน อาจะส่งให้ทุกเดือน”
“ผมเป็นอัลฟ่านะครับ แน่ใจแล้วหรอที่ฝากเขาไว้กับผม?”
“แน่ใจสิ เพราะอาเชื่อว่าเราต้องอยากจับคู่ที่เหมาะสมกว่าอยู่แล้ว” จุกเลยครับ จะบอกเป็นนัยว่าโอเมก้าอย่างผมไม่เหมาะสมสินะ เหอะ แต่ก็นะ ผมก็ไม่ได้จะจับคู่กับเขาสักหน่อย
“ธาราจะฮีทช้ากว่าโอเมก้าคนอื่นๆ…”
“ผมฮีทแล้ว ฮีทตั้งแต่สิบแปด” ผมพูดแทรกอย่างเสียมารยาท พ่อหน้าเสียไปนิดก่อนที่เขาจะถามย้ำอย่างไม่เชื่อหู
“ฮีท..แล้ว? ได้ยังไง กว่าเราจะรู้ว่าลูกเป็นอะไรก็ตอนที่ลูกสิบเจ็ดแล้วนะธารา ลูกน่ะช้ากว่าคนอื่นหลายเท่า” ก็จริงที่ผมช้ากว่าคนอื่น ผมถูกจับตรวจร่างกายตั้งแต่เจ็ดขวบ แต่กลับไม่รู้ผล ตรวจทุกปีจนกระทั่งผมอายุสิบเจ็ด
ผลออกมาว่าผมเป็นโอเมก้า ผมก็โดนเนรเทศมาอยู่วังเล็ก พอสิบแปด ผมฮีทหนักมากๆ ใช้ยาระงับที่ไม่ได้มีคุณภาพอะไรมากฉีดเข้าที่ขา แต่มันก็แค่แปปๆ จำได้เลยว่าวันหนึ่งเนี่ย ผมหมดยาเยอะมากๆแล้วระยะเวลาการฮีทของผมคือ 7 วัน ต่อ 1 เดือน มันทรมานสุดๆเลยล่ะ ยาระงับยังเอาไม่อยู่เลยจนผมต้องจัดการตัวเองทั้งหน้าทั้งหลัง
ตอนที่จัดการด้านหลังแล้วรับรู้ว่ามีสารหล่อลื่นที่คล้ายของผู้หญิงออกมาจำนวนมาก มันทำให้ผมชัดเจนกับสถานะตัวเองมากขึ้น แม้จะเจ็บใจก็เถอะ แต่มันก็แก้อะไรไม่ได้
“ผมไม่รู้หรอกว่าฮีทได้ยังไง แต่พอผมเข้าสิบแปด ผมก็ฮีทแล้ว ผมขังตัวเองอยู่ในห้องที่ลึกที่สุดของวังเล็กแล้วใช้ยาระงับ”
“แล้วระยะเวลาที่/เจ็ดวัน” พ่อดูตกใจกับระยะเวลาฮีทของผม ผมถอนหายใจแล้วยิ้มนิดๆ ยิ้มสมเพชตัวเองน่ะนะ
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมผ่านจุดนั้นมาแล้วและผมรู้วิธีรับมือกับตัวเองดี” ผมถือวิสาสะเดินมานั่งที่โซฟาบุหนังแล้วฟังพ่อคุยกับเขาจนพ่อขอตัวกลับ
ปึง…
ออกไปแล้วสินะ...เขาไม่คิดจะบอกลากันเลยหรือไง
“ฉันชื่อเคาท์ เป็นอัลฟ่าและเป็นมาเฟียถึงนายจะเป็นเชื้อพระวงศ์ ฉันไม่สนใจหรอกนะ ไม่มีการเลี้ยงดูแบบวีไอพี ไม่มีการเอาใจใส่รายละเอียด อยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ไป” นี่มันคนละคนกับตอนที่พ่ออยู่เลยนี่ ให้ตายสิ พาผมมาเจอกับอะไรเนี่ย
“เลี้ยงดูแบบวีไอพีหรอ? หึ ผมไม่ได้สนใจอยู่แล้ว อีกอย่างมันก็เหมาะแล้วนี่กับโอ้เมก้าอย่างผมที่จะได้รับการดูแลแบบระดับล่าง” เขามองหน้าผมแล้วยกยิ้มมุมปากนิดๆก่อนจะเรียกแม่บ้านให้เธอพาผมไปที่ห้อง ห้องที่ผมได้มันค่อนข้างลึกเล็กน้อย แบบแทบจะแยกตัวออกมาเลยแถมยังอยู่ชั้นล่างอีกต่างหาก เหอะ ไม่ต่างอะไรกับวังเล็กเลยครับ
“สาเหตุที่บอสให้คุณอยู่ห้องนี้ก็เพราะว่าในบ้านหลังนี้ล้วนเจ็ดสิบเปอร์เซนต์คืออัลฟ่าแต่ก็มีเบต้าบางคนที่ถูกฟีรีโมนของโอเมก้าดึงดูดได้ เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง เวลาฮีท ที่นี่จะปลอดภัยที่สุด”
“...ขอบคุณครับ” ผมเข้ามาในห้อง ล็อคประตูแล้วนั่งลงบนเตียง ทำไมผมถึงตกต่ำได้ขนาดนี้นะ? ทำไมผมถึงเลือกเส้นทางชีวิตเองไม่ได้...ทำไมเป็นโอเมก้าแล้วผิดขนาดนี้ ผมถามตัวเองซ้ำๆย้ำทุกครั้งที่นึกถึง มันเจ็บปวดจริงๆนะครับ
“เอาวะ...ทนอีกนิดแล้วค่อยออกไปอยู่ที่อื่น” ผมให้กำลังใจตัวเองก่อนจัดเสื้อผ้าเข้าตู้และจัดของต่างๆ ผมต้องอยู่ที่นี่ให้ได้ ให้เหมือนกับว่าที่นี่เป็นบ้านของผมเอง
ห้องเคาท์
“โถ่เว้ย!...” หลังจากที่ธาราออกไปแล้ว เคาท์ก็มีอาการแปลกๆ มือหนากำแน่นจนเส้นเลือดปูนโปนตามหลังมือ ที่ขมับมีเหงื่อผุดซึม ตั้งแต่เห็นหน้าธาราเขาก็รู้สึกแปลกๆแล้วแต่ต้องเก็บอาการเอาไว้เพราะอาของเขาอยู่แต่สุดท้ายก็ต้องทำเป็นว่าไม่เป็นอะไร แม้มันจะทรมานร่างกายตัวเองก็ตาม
“...เป็นโอเมก้าที่รู้ตัวช้ากว่าคนอื่นงั้นหรอ บ้าชิบ! ขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย” เคาท์ลุกเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเอง แล้วนี่เขาต้องใช้ชีวิตอยู่กับธาราอีกนาน เขาก็ได้แต่หวังว่าเขาจะไม่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้อีกเป็นครั้งที่สอง