บทนำ
รถตู้สีดำแล่นมาจอดเทียบหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ ชายฉกรรจ์ร่างบึกบึนสองคนก้าวขาลงมาจากรถ ก่อนจะฉุดกระชากลากหญิงสาวคนหนึ่งตามออกมาด้วย
ที่ด้านหลังเสาต้นใหญ่ ยังมีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนมองเหตุการณ์นั้นอย่างสนใจ
ชายหนุ่มฉกรรจ์ใบหน้าคมคายสไตล์ลูกครึ่ง เรือนผมสีดำ เรียวคิ้วดกดำรับเข้ากับจมูกที่โด่งเป็นสัน ริมฝีปากสีแดงระเรื่อค่อนไปทางสีเนื้อ บวกกับรูปร่างสูงโปร่ง ส่วนสูงราว 185 เซนติเมตร สัดส่วนร่างกายที่พอดิบพอดี และใบหน้าอันหล่อเหลาราวกับฟ้าประทานมา ส่งให้เขาดูโดดเด่นจนสะดุดทุกสายตา
สายตาคมกำลังจ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสนใจ โดยมิได้ออกไปแสดงตัวให้อีกฝ่ายได้เห็น
หญิงสาวรูปร่างสมส่วน ใบหน้าสวยคม ดวงตาแข็งกร้าว เรียวคิ้วโค้งงามสีดำที่รับเข้ากับสันจมูกโด่ง ถึงแม้ริมฝีปากของเธอจะมีสกอตช์เทปปิดอยู่ แต่มันก็ไม่ได้ปิดบังใบหน้าอันสวยโดดเด่นของเธอให้เหลือลดน้อยถอยลงเลย
หญิงสาวยอมเดินตามชายฉกรรจ์สองคนนั้นมาอย่างว่าง่าย โดยมิได้ขัดขืน แต่สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มสนใจก็คือชุดที่เธอสวมใส่อยู่ มันคือชุดผู้ป่วยของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ ผู้ป่วยที่จะไปรักษาตัวที่นั่นได้ต้องเป็นคนที่มีฐานะทางบ้านดีมาก ๆ เท่านั้น และบนศีรษะขมับข้างขวาของเธอก็ยังมีผ้าปิดแผลติดอยู่ ทำให้เขาสงสัยว่า สองคนนั้นไปเอาตัวเธอมาได้ยังไง แล้วเธอเป็นใคร ทำไมถึงถูกพวกนั้นจับตัวมาได้
แต่สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มยิ่งสนใจเธอมากไปกว่านั้นคือแววตาแข็งกร้าวที่ไม่แสดงความเกรงกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย ดูผิวเผินเธอเหมือนกระต่ายน้อยแสนเชื่อง ที่ยอมทำตามคำสั่งของราชสีห์อย่างว่าง่ายโดยไม่คิดขัดขืน แต่หารู้ไม่ว่าท่าทีอันนิ่งสงบเสงี่ยมของเธอนั้น มันคือน้ำนิ่งไหลลึก เพราะชายหนุ่มได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้น
“สาม สอง หนึ่ง!”
เขาเอ่ยนับเลขจับจังหวะเบา ๆ กับตน ก่อนจะแสยะยิ้มออกมาอย่างรู้ทันต่อสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
สิ้นสุดเสียงนับหนึ่งของเขา ร่างบางก็สะบัดเชือกที่พันธนาการมือของเธออยู่ด้านหลังออกราวกับว่าเสียงนับของเขานั้นมันคือเสียงสัญญาณบ่งบอกว่าให้เธอลงมือ เพราะเธอได้แอบแกะเชือกเส้นนั้นออกตั้งแต่ตอนอยู่บนรถแล้ว
ทันทีที่เป็นอิสระ หญิงสาวก็หันหลังก้าวเท้าออกวิ่งหนีทันที พร้อมกับลอกสกอตช์เทปที่ปิดปากเธอออก แต่เพราะสภาพร่างกายที่อิดโรยทำให้ฝีเท้าของเธอก้าวได้ช้ากว่า สุดท้ายจึงแพ้พ่ายและถูกชายฉกรรจ์ร่างบึกบึนสองคนนั้นจับกลับมาดังเดิม
คนร่างบางขัดขืน เธอพยายามต่อสู้กับชายร่างใหญ่ทั้งสองคนโดยใช้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของตัวเอง
เรียวเท้างามยกขึ้นก่อนจะกระทืบลงที่เท้าของอีกฝ่ายเต็มแรงจนคนที่ถูกกระทำต้องกระโดดโหยง
“ยัยบ้านี่” ชายฉกรรจ์คนนั้นสบถอย่างหัวเสีย
แต่เพราะสรีระของหญิงสาวบอบบางร่างเล็กที่ไม่รู้จักวิธีการต่อสู้ ทำให้เธอเสียท่าให้ชายหนุ่มฉกรรจ์สองคนนั้นในที่สุด
ชายร่างใหญ่คนหนึ่งจับตัวเธอไว้ พร้อมกับล็อกแขนทั้งสองข้างไปไว้ที่ด้านหลัง
“ฤทธิ์เยอะนักนะ เจอหลังแหวนกูสักหน่อยเป็นไร”
ชายคนที่โดนเหยียบเท้าเมื่อครู่เอ่ยด้วยอารมณ์โทสะ เขายกแขนขึ้นเตรียมจะฟาดหลังมือลงบนใบหน้าสวย
หญิงสาวหลับตาลง พร้อมทั้งหันหน้าหลบด้วยความกลัว แต่ในขณะที่เธอคิดว่าหลังมือของอีกฝ่ายกำลังจะฟาดลงบนใบหน้าตน กลับมีเสียงของบุคคลที่สามดังขึ้น
“เฮ้ย!”
เสียงทุ้มของใครบางคนดังขึ้นขัดจังหวะ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกมาจากที่ซ่อนหลังต้นเสาขนาดใหญ่
“เสียของหมด”
เขาเอ่ยเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นกลับแผ่อำนาจบารมีไปทั่วพื้นที่
“คุณสิงห์!!”
ชายฉกรรจ์ทั้งสองเอ่ยเรียกชื่อของชายหนุ่มผู้มาใหม่เป็นเสียงเดียวกันด้วยความยำเกรง
หญิงสาวมองชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาเรื่อย ๆ อย่างสนใจ
คุณสิงห์งั้นเหรอ? แสดงว่าผู้ชายคนนี้ก็เป็นเจ้านายของสองคนนี้ เธอคิดในใจ
ชายหนุ่มเดินเข้ามาหาหญิงสาวด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านไปทั่วรอบตัวเขา ปลายนิ้วมือใหญ่จับเฉยคางใบหน้าสวยให้มองหน้าสบตาตน สายตาคมจ้องมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าราวกับราชสีห์ร้ายที่กำลังจะขย้ำกระต่ายน้อยตรงหน้า ใบหน้าคมแสยะยิ้มมุมปากอย่างพอใจ
รอยยิ้มนั้นของเขาทำให้เธอขนลุกตั้งชันไปทั้งตัว หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ด้วยความตื่นกลัว หญิงสาวสังหรณ์ใจว่ารอยยิ้มนั้นมันกำลังจะเป็นอันตรายต่อชีวิตของเธอ
“ผู้หญิงคนนี้กูขอ”
เขาเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงที่ส่งออกมามันไม่ใช่การขออนุญาตหรือขอร้องอีกฝ่าย แต่มันคือคำสั่ง
“แต่ว่า..”
ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนอ้ำอึ้ง เพราะตั้งใจนำผู้หญิงคนที่พวกเขาเพิ่งจับตัวมาได้ไปเป็นสินค้าประมูลชิ้นพรีเมียมให้กับผู้เป็นนายใหญ่เพื่อประจบประแจง แต่กลับกำลังจะถูกราชสีห์ที่เดินผ่านทางอย่างเขามาฉกเอาไป
“แค่ผู้หญิงคนเดียว มึงคิดว่านายจะหวงกูเหรอวะ” เขาเอ่ยอย่างได้ใจ
“พวกมึงรู้ใช่มั้ยว่าถ้ากูไปขอกับนายเอง แล้วถ้ากูบอกนายว่ากูขอพวกมึงแล้วแต่พวกมึงไม่ให้ มันจะเกิดอะไรขึ้น” เขาพูดข่มขู่อย่างวางอำนาจ
ชายฉกรรจ์ทั้งสองหันไปมองหน้ากันอย่างตัดใจ ก่อนที่จะพยักหน้าให้กันเหมือนเป็นการตกลงด้วยความจำยอม เพราะพวกเขาทราบดีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร และมีความสำคัญกับนายใหญ่ของพวกเขามากแค่ไหน ถ้าเทียบระหว่างชายหนุ่มกับพวกตน แน่นอนว่าผู้เป็นนายต้องเลือกชายหนุ่มโดยไม่ต้องคิดมากให้ปวดหัว
สิงห์ ราชสีห์ เขาไม่ใช่แค่ลูกน้องคนสนิท หรือว่ามือขวาของผู้เป็นนาย แต่เขาเป็นลูกบุญธรรม ลูกบุญธรรมที่ผู้เป็นนายใหญ่รักเอ็นดู ไว้ใจ และให้ความสำคัญมาก มากเสียยิ่งกว่าลูกและหลานแท้ ๆ ของเขาเสียอีก
“งั้นก็ได้ครับ”
ชายฉกรรจ์สองคนตอบอย่างจำยอม ถึงแม้ภายในใจจะคิดต่อต้าน แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะอำนาจและความสามารถของตนไม่อาจเทียบฝีมือกับอีกฝ่ายได้เลย
“อืม เสร็จธุระแล้วก็ไปสิ”
เขาเอ่ยไล่อีกฝ่ายอย่างไม่ไว้หน้า ชายร่างบึกบึนทั้งสองจึงจำต้องเดินจากไปอย่างไม่พอใจ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ได้แต่เก็บความขุ่นเคืองใจเอาไว้ในใจต่อไป
ชายหนุ่มหันไปมองหน้าหญิงสาวในกำมือของตน ก่อนจะไล่สายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างต้องการสำรวจ แล้วจึงฉุดกระชากลากคนร่างเล็กเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ ตรงไปยังห้องนอนของตน
มือแกร่งโยนร่างบางลงบนเตียงอย่างไม่ไยดี ก่อนจะตามไปขึ้นคร่อมตัวเธอติด ๆ
“ถอยออกไปนะ อย่าเข้ามานะ”
คนตัวเล็กพยายามขัดขืน พร้อมทั้งใช้สองมือดันอกแกร่งให้ถอยห่างออกไปจากตน แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะเรี่ยวแรงอันน้อยนิดของเธอก็ไม่สามารถเทียบกับเรี่ยวแรงของชายหนุ่มฉกรรจ์ที่ถูกฝึกมาอย่างดีแบบเขาได้เลย
มือแกร่งรวบมือบางทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะอย่างรำคาญใจ ก่อนจะลงมือทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
_______________________
*แฮร่~ อย่าเพิ่งตกใจนะคะ อิพี่ไม่ได้จะขืนใจน้องน๊าา อย่าเพิ่งกดออกกันเน้ออ>0<