นางร้ายเมียมาเฟีย 1.1 [ จุดเริ่มต้น ]
“เมื่อไรแกจะเลิกเล่นตัวสักทียัยนิล กับอีกแค่ไปกินข้าวสองสามชั่วโมงมันจะอะไรกันนักกันหนา”
เสียงแหลมเล็กของผู้จัดการส่วนตัวอย่างแววตาเอ่ยอย่างอารมณ์เสีย หญิงวัยกลางคนตัวเล็กผมยาวหยิกใบหน้าบึ้งตึงเธอสวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลเข้มกับกระโปรงยีนส์สีน้ำเงินเข้มตัวโปรด ทิ้งตัวลงนั่งลงตรงกันข้ามกับดาราสาว
“พี่ตานั่นแหละ เมื่อไรจะเลิกรับงานแบบนี้สักที นิลบอกแล้วไงว่านิลไม่ทำ ยังมาเซ้าซี้อีกทำไม”
ลินิน วิโรจน์ภักดี หรือ นิล นางร้ายประจำช่องดังที่ตอนนี้เป็นที่หมายปองของใครหลายๆ คน ด้วยความที่เธอตัวเล็ก หน้าเก๋ ดวงตาเฉี่ยว ผมยาวสลวยถึงกลางหลัง อีกทั้งเธอชอบแต่งตัวเซ็กซี่ จนกลายมาเป็นคาแรคเตอร์ของเธอที่ใครๆ ก็ติดภาพลักษณ์ว่าเธอเป็นคนแรงๆร้ายๆเหมือนบทที่เธอเล่นในละครหลังข่าว
เพราะแบบนี้ใครๆ ก็อยากลองนอนกับเธอดูสักครั้ง อย่างเช่น นักการเมืองชื่อดังยอมทุ่มทุนว่าจ้างผ่านผู้จัดการของเธอเพื่อนัดกินข้าวด้วยเม็ดเงินจำนวนถึงเจ็ดหลักด้วยกัน ทำให้แววตาที่เห็นว่าช่วงนี้ลินินอยู่ในช่วงขาลง ไม่ค่อยจะมีงานละครสักเท่าไหร่ พูดคะยั้นคะยอให้สาวเจ้ารับงานนี้ไว้ ถ้าลินินมีรายได้ เธอเองก็มีส่วนแบ่งด้วยเหมือนกัน
“ยัยนิล พี่ก็ต้องกินต้องใช้เหมือนกันนะ เล่นไม่รับงานละครเลยแบบนี้แล้วครอบครัวพี่จะกินอะไร อย่าเห็นแก่ตัวไปมากกว่านี้เลย”
แววตาพูดด้วยความเหลืออด เธอเองก็ลำบากใจ ครั้นจะปลุกปั้นดาราสักคนให้เฉิดฉายอยู่ในวงการไม่ใช่เรื่องง่าย ดาราที่รับดูแลอยู่ในตอนนี้ก็มีแต่พวกดาราปลายแถว ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดัง ทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำเหมือนดั่งนางร้ายหน้าสวย อีกทั้งละครที่เด็กของเธอรับเล่นก็ไม่ใช่หนังฟอร์มใหญ่ ครั้นจะได้เงินก้อนโตที่พึ่งเดียวของเธอตอนนี้คงหนีไม่พ้นลินินที่เป็นนางร้ายเบอร์หนึ่งของช่อง
“อะไรกันพี่ตา เงินเดือนที่นิลจ่ายให้พี่ตาทุกเดือนยังไม่พออีกเหรอคะ”
ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย เพราะใช่ว่าแววตาจะไม่ได้รับเงินเดือนจากเธอเลย ทุกเดือนเธอต้องจ่ายเงินเดือนให้กับแววตาจำนวนสามหมื่นบาทต่อเดือน ยังไม่รวมกับเปอร์เซ็นต์จากงานละครและหนังบางเรื่องที่แววตารับมาก่อนหน้านี้อีก แค่เธอหยุดรับงานไม่ถึงเดือนเพื่อฟื้นฟูร่างกายตัวเองกับขออยู่ดูแลแม่ที่ป่วยหนักก็เท่านั้น เพราะทำเงินไม่ได้อีกฝ่ายก็มาคะยั้นคะยอให้เธอรับงานกินข้าว ซึ่งลินินเคยบอกกับแววตาไปแล้วว่าต่อให้เธอลำบากเพียงใดเธอก็จะไม่รับงานนี้เด็ดขาด
“มันจะพอได้ยังไง รู้ไหมว่าพี่ทุ่มทุนส่งแกไปถึงฝันแล้วนะยัยนิล พี่ต้องกู้หนี้ยืมสินเสียเท่าไหร่ ลำพังใช้แต่ดอกเบี้ยทุกเดือน ต้นก็ยังไม่จ่าย ใช่สิ...แกไม่ได้เดือดร้อนอะไร มีแต่พี่เท่านั้นแหละที่โง่เอง ฮึก”
แววตาพูดตัดพ้อพร้อมกับเค้นน้ำตาให้ไหลออกมา ส่วนลินินเองที่เห็นว่าแววตาร้องไห้ก็รู้สึกสงสาร เธอรู้ว่าแววตาทุ่มกับงานนี้ขนาดไปกู้หนี้ยืมสินเป็นจำนวนหลายล้านเพราะมาดูแลเด็กในสังกัด แต่เธอไม่รู้เลยว่าแท้ที่จริงแล้วแววตานั้นติดการพนันออนไลน์อย่างหนักและเป็นหนี้จำนวนหลายสิบล้านบาท
“งั้นนิลรับงานละครก็ได้ค่ะพี่ พี่ตาอย่าร้องไห้เลยนะ”
ร่างบางพูดบอกอย่างเห็นใจ ถ้าการรับงานละครมันจะช่วยให้แววตามีรายได้เพิ่มขึ้นมาเธอก็จะกลับไปรับงานละครเหมือนเดิม
“แต่งานที่ติดต่อมาพี่ยกเลิกตามที่นิลขอไว้หมดแล้ว อีกอย่างตอนนี้ก็มีดาราหน้าใหม่เข้ามาเรื่อยๆ นิลไม่ได้ดูละครเรื่องรักร้ายที่กำลังฉายอยู่เหรอ น้องมิ้นที่เป็นนางร้ายแทนเราเล่นดีมากจนผู้กำกับดังจองคิวยาวจนถึงปีหน้าเลยรู้ไหม”
แววตาพยายามพูดบอกให้ลินินเกิดความอิจฉา แม้นว่าลินินจะเล่นบทนางร้ายแตกแต่ใช่ว่าเธอจะเป็นคนขี้อิจฉาตามบทที่เล่น นิสัยส่วนตัวลินินเป็นคนยอมรับกับความเป็นจริง เธอรู้อยู่ว่างานที่เธอทำนั้นไม่ได้จีรังยั่งยืน ในทุกๆ วันก็จะมีเด็กใหม่ๆ เข้ามาอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการที่แววตาพูดเป่าหูให้เธออิจฉารุ่นน้องจึงไม่เป็นผล
“พี่ตาจะให้นิลทำยังไงคะ พี่บอกมาเลยดีกว่า”
ลินินถอนหายใจยาวก่อนจะถามจุดประสงค์ของผู้จัดการ
“แค่วันนี้นะนิล ไปกินข้าวกับคุณอิทธิพลแค่ชั่วโมงเดียวก็พอ แต่เราไม่ต้องห่วงนะ พี่จะไปเป็นเพื่อนเราด้วย”
แววตาคว้ามือลินินมาจับไว้แน่น ร้องขอให้หญิงสาวรับงานนี้ เสี่ยอิทธิพลสัญญาว่าถ้าหากเธอหลอกล่อให้ลินินนอนกับเขาได้ เงินก้อนโตก็จะโอนเงินเข้าบัญชีเธอทันที
“นิลยอมไปก็ได้ค่ะ แต่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะคะ”
หญิงสาวถอนหายใจแรงก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ครั้งนี้ลินินหลงเชื่อคนที่เธอไว้ใจ ส่วนหนึ่งเพราะเธอเห็นใจแววตาที่อ้างว่าต้องเอาเงินไปใช้หนี้ อีกอย่างหญิงสาวเห็นว่าครั้งหนึ่งแววตาเคยช่วยเธอไว้เหมือนกัน กระนั้นเธอจึงยอมกลืนคำพูดของตัวเอง