bc

Love Strings ด้วยกันและนาย

book_age16+
148
ติดตาม
1K
อ่าน
อื่นๆ
แนวดาร์ก
ดราม่า
สุขนาฏกรรม
หวาน
like
intro-logo
คำนิยม

เรื่องราววุ่นๆของกันยากับพระนาย นักศึกษาคณะการดนตรีที่เรียนกันคนละสาขา คือสาขาวิชาเอกดนตรีไทยกับเอกดนตรีสากลที่ไม่ชอบขี้หน้ากัน เจอกันทีไรก็มีเรื่องวุ่นๆทุกที แต่สุดท้าย ด้วยเสียงซอและกีต้าร์ทำให้พวกเขาได้มา...รักกัน

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
Prologue อย่าลองดีกับเด็กดนตรีไทย
Prologue อย่าลองดีกับเด็กดนตรีไทย คุณรู้ไหม อะไรคือความหมายของคำว่าความสุข? คำถามนี้คงต้องเป็นคำถามที่มีหลายล้านคำตอบแน่ๆ นั้นก็เพราะโลกเราแต่ละคนก็มีความสุขไม่เหมือนกัน บางคนมีความสุขกับเรื่องใหญ่ บางคนมีความสุขกับเรื่องธรรมดา หรือบางคนแค่ได้อยู่เฉยๆ ก็มีความสุขแล้ว เหมือนกับผมตอนนี้ไง ไม่มีอะไรจะมีความสุขเท่ากับความสุขของชีวิตปีหนึ่งที่ไม่มีกิจกรรมรับน้องหรือกีฬาเฟรชชี่ที่บั่นทอดพลังงานชีวิตนักศึกษาของผมอีกแล้ว “วู้ววว!” ผมร้องตะโกนเสียงดังบนจักยานคันโปรดของผม บรรยากาศของมหาวิทยาลัยชานเมืองที่มีต้นไม้เยอะกว่าตึกสูง มีเสียงนกดังกว่าเสียงรถยนต์ และยิ่งตอนนี้แค่คิดว่าต่อไปจะไม่ต้องไปร่วมกิจกรรมรับน้องทุกเย็นแล้ว ผมยิ่งอยากจะร้องตะโกนให้ดังไปทั้งมหาวิทยาลัยเลย เอียด! โครม! จนกระทั่งรอยยิ้มกว้างและความสุขของผมถูกพรากไปกลางสี่แยกไม่ใกล้จากคณะของผมเท่าไหร่ ต้นเหตุที่ให้ผมลงมานอนกองอยู่กับพื้นพร้อมจักรยานของตัวเองแบบนี้คือไอ้เจ้าบื้อที่ไหนไม่รู้ที่ขี่บิ๊กไบค์มาตัดหน้าผม ขับรถภาษาอะไรของมันวะ ไม่รู้หรือไงว่าเขตมหาวิทยาลัยเขาไม่ให้ใช้ความเร็วนะเฟ้ย! “อู้ยยย!” และสิ่งแรกที่ผมเลือกจะทำหลังจากตั้งสติได้คือสำรวจร่างกายตัวเองที่ตอนนี้มีรอยถลอกเล็กน้อยตามฝ่ามือและข้อแขน ถึงจะเป็นแผลเล็กๆ แต่มันก็แสบเอาการเลย แถมชุดนักศึกษาสีขาวสะอาดที่แม่ผมอุตส่าห์ซักรีดให้อย่างดีตอนนี้มันเปื้อนฝุ่นไปกว่าครึ่งแล้ว ซวยชะมัดเลย! “เป็นอะไรไหม” น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยถามขึ้น ก่อนที่ผมจะช้อนสายตาขึ้นมองอีกคนด้วยสายตาไม่ค่อยจะเป็นมิตรเท่าไหร่นัก ภาพที่เห็นต่อจากนั้นคือไอ้ตัวเต้นเหตุที่ทำให้ผมต้องมานั่งกองอยู่กับพื้นแบบนี้กำลังนั่งย่อตัวมองมาทางผมอยู่ อีกคนตัวน่าจะสูงกว่าผม ใส่ชุดนักศึกษากับกางเกงยีนส์ที่ดูก็รู้ว่าราคาแพง แต่ผมไม่เห็นหน้าหมอนั้นเพราะอีกคนใส่หมวกกันน็อคแบบเต็มใบปิดหน้าไว้อยู่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นพวกลูกคุณหนูมีเงินสินะ ขับรถก็น่าจะราคาแพงแต่ขอโทษเถอะ ขับรถได้แย่มาก! “ขับรถภาษาอะไรไม่เห็นคนหรือไง” ผมโว้ยวาย “แต่มึงเลี้ยวรถออกมาตัดหน้ากูเองนะ อีกอย่างกูเป็นทางหลักด้วย” “…” จริงอย่างที่หมอนั้นว่าแฮะ ทางที่ผมปั่นจักรยานมาเป็นทางโทนี่น่า แต่ว่าผมไม่เห็นตอนบิ๊กไบค์ของมันขี่มาจริงๆ นะ สงสัยคงจะเป็นตอนที่ตะโกนดีใจอยู่ละมั้ง ผมเลย…ไม่ทันมอง แต่ก็นั้นแหละ ยังไงอีกคนก็มีส่วนผิดอยู่ดี ขับรถในเขตมหาวิทยาลัยควรจะไม่ใช้ความเร็วแล้วก็ดูเพื่อนร่วมทางให้ดีๆ สิ ก็ถ้าอีกคนระวังมากกว่านี้ก็คงไม่มาเฉี่ยวผมแบบนี้หรอก "แล้วมึงเจ็บตรงไหนหรือเปล่า จะไปหาหมอไหมกูจะพาไป” “ไม่ต้อง” ผมปัดมืออีกฝ่ายออกในทันทีที่อีกคนทำท่าจะเงื้อมมือมาโดนตัวผม “แค่นี้ไม่เป็นอะไรหรอก นายไม่ต้องมายุ่ง” “ก็ได้ ถ้าไม่เป็นอะไรงั้นกูไปแล้วนะ” ผมไม่ได้สนใจอีกคนที่กำลังหันหลังเดินกลับไปที่รถของตัวเองเลย ใครจะไปสนใจหรืออยากขอความช่วยเหลือกับคนแบบนั้นกันละ จนกระทั่ง! “ไม่นะ…” ผมรีบคว้าเอากระเป๋าสีดำที่ผมสะพายติดตัวมาด้วย ที่ตอนนี้มันกระเด็นไปอยู่ใต้ต้นไม่บนฟุตบาทใกล้ๆ แล้ว ผมจะไม่ตื่นเต้นหรือตกใจอะไรเลยถ้ากระเป๋าใบนี้มันเป็นกระเป๋าธรรมดา แต่ความจริงคือมันไม่ใช่ นี่มันเป็นกระเป๋าใส่ซออู้ของผม สำหรับเด็กดนตรีไทยแบบผมแล้วเครื่องดนตรีก็เหมือนเพื่อน แล้วซอนี่ก็เป็นเพื่อนผมมาตั้งแต่เด็กจนเข้ามหาวิทยาลัย กระเด็นตกพื้นแรงขนาดนั้นถ้าซอผมเป็นอะไรขึ้นมานะผมไม่เอาหมอนั้นไว้แน่ “…” พอเปิดกระเป๋าออก ภาพที่ผมเห็นตอนนี้ทำเอาวิญญาณผมแทบออกจากร่าง ผมค่อยๆ ล้วงหยิบเอาซออู้ข้างในกระเป๋าออกมาช้าๆ มือสั่นจนแทบจะจับซอไว้ไม่อยู่ มะ…ไม่นะ ไม่จริงใช่ไหม ผมพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตอนนี้ในหัวผมรู้สึกล่องลอยไปหมดเลย สติหลุดออกจากร่างไปสักพักก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ “เดี๋ยว!” ผมตะโกนร้องบอกใครอีกคนที่ตอนนี้กำลังจะสตาร์ทรถบิ๊กไบค์ของตัวเอง “มีอะไรอีก” อีกคนถามผมกลับ ผมเองก็มองอีกคนด้วยสายตาเอาเรื่องเช่นกัน ใช่! ผมเอาเรื่องมันแน่ๆ มาทำซอคู่ชีวิตผมหักแบบนี้ยังไงวันนี้ก็ต้องเอาเรื่องมันแน่ๆ “นายเห็นอะไรนี่ไม” ผมเดินเข้าไปใกล้อีกคนที่ตอนนี้ลงจากบิ๊กไบค์ ถอดหมวกกันน็อคมายืนประจันหน้ากับผมแล้ว อีกคนตัวสูงกว่าผมจนทำให้ผมแอบหวั่น แต่ก็ช่างเถอะถึงผมจะตัวเล็กกว่าแล้วไง ยังไงวันนี้ผมก็ต้องให้ไอ้เจ้าคนนี้ขอโทษผมให้ได้ “อะไร” อีกคนถามผมกลับเสียงนิ่ง “ยังจะมาถามว่าอะไรอีกเหรอ นายทำของเราหัก” “หืม? กูทำเหรอ” เกลียดสีหน้ากับสายตาไม่รู้ร้อนรู้หนาวของหมอนี้ชะมัดเลย ทนไว้ไอ้นาย มึงต้องทนไว้ “ก็ใช่ไง นายขับรถมาเฉี่ยวเราจนกระเป๋าเราหล่นกระแทกพื้น” “ก็แค่ไม้เก่าๆ หัก เอาเงินนี่ไปแล้วกัน” พูดจบไอ้คนตัวสูงนี่ก็หยิบแบงค์พันจากกระเป๋าเงินของมันมายื่นให้ผม “…” “รับไปสิ เอาไปซ่อมไม้เก่าๆ ของมึง ไม่ก็ซื้อใหม่ไปเลยก็ได้” “นายพูดว่า…ไม้เก่าๆ งั้นเหรอ” ผัวะ! เสี้ยววินาทีนั้นเองที่ผมตัดสินใจปล่อยหมัดใส่อีกฝ่ายอย่างหมดความอดทน อยากมาว่าซอผมเป็นไม้เก่าๆ ดีนักก็ต้องเจอแบบนี้ อย่ามาลองดีกับเด็กดนตรีไทยนะขอเตือนไว้ก่อน แต่ว่า…ดูเหมือนผมจะเตี้ยกว่าอีกคนมาก หมัดของผมถึงได้เข้าไปที่สันกรามของอีกคนแทนที่จะโดนตรงแก้มหรือใบหน้า “…” พอตัดสินใจทำแบบนั้นไปแล้ว ตอนนี้ทั้งผมและไอ้สูงนี่ต่างคนต่างจ้องหน้ากันนิ่ง จะมีก็แต่ผมเท่านั้นที่แอบมีอาการเกร็งที่มือข้างที่พึ่งจะง้างหมัดต่อยมันไป คนอะไรวะกรามแข็งเป็นบ้า ที่ต่อยออกไปเมื่อกี้นี้เจ็บมือชะมัดเลย “กูถือว่าที่มึงต่อกูเมื่อกี้คือคำขอโทษแล้วนะ” อีกคนพูดขึ้น พูดจบไอ้สูงนั้นก็หันหลังกลับทำท่าจะเดินไปที่รถทันที “เดี๋ยว” ผมรีบคว้าแขนของอีกคนไว้ “นายขอโทษเราเดี๋ยวนี้” “เมื่อกี้กูว่ากูพูดชัดแล้วนะ” “ไม่! นายต้องขอโทษที่มาทำซอเราหักแถมยังมาเรียกซอเราว่าไม้เก่าๆ อีก” ผมยื่นคำขาด ตอนนี้ทั้งผมและหมอนั้นกลับมาจ้องตากันนิ่งอีกครั้ง “ไร้สาระวะ” ก่อนที่ความนิ่งเงียบจะจบลงด้วยการที่อีกคนปัดแขนผมออกและทำท่าจะเดินหนีอีกแล้ว “ไร้สาระเหรอ นี่นาย” ผมรีบก้าวเท้าเดินตามอีกคนไป นอกจากจะไม่ยอมขอโทษแล้วยังจะมาด่าผมว่าไร้สาระอีกเหรอ ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นคนทำให้เรื่องทั้งหมดมันเป็นแบบนี้เนี่ยนะ “หยุดเลยนะ” และสุดท้ายผมก็เดินตามหมอนั้นมาทัน ผมรีบจับแขนดึงอีกคนให้หันกลับมา ก่อนจะง้างหมัดจะต่อยหมอนั้นอีกครั้ง หวืด! แต่แล้วมันก็ผิดคาด หมอนั้นไม่ได้ยืนเป็นเป้านิ่งให้ผมต่อยเหมือนครั้งแรก อีกคนเบี่ยงตัวหลบจนผมที่ออกแรงต่อยไปเต็มที่เซถลาจะล้ม “เหวอ…” ผมรู้ตัวอีกทีก็ต้องร้องเสียงหลงออกมาเพราะถูกอีกคนรวบตัวที่กำลังจะเซล้มเข้ามาแนบชิดจนหน้าผมจะจมลงกับหน้าอกของอีกคนอีกแล้ว ผมพยายามจะขยับตัวหนีจากท่าทางน่าอายแบบนี้ก็ทำไม่ได้ เพราะถูกไอ้บ้านี่ใช้แขนหนักๆ ของมันกอดรัดตัวผมไว้จนแน่น “ปล่อยนะ” ผมพยายามขยับตัวออก “ไม่เคยมีใครต่อยกูได้เป็นครั้งที่สอง” “…” “ถ้าเป็นคนอื่นกูคงต่อยกลับไปแล้ว แต่กูไม่อยากทำร้ายคนที่อ่อนแอกว่า สัญญามาก่อนว่าถ้ากูปล่อยแล้วมึงจะยอมเลิกทำตัวงี่เง่า” “ไม่! ก็นายไม่ยอมขอโทษเรา” “กูจะบอกมึงอีกรอบว่าที่กูยอมให้มึงต่อยกูครั้งแรก กูถือว่านั้นคือการขอโทษแล้ว” “ขี่ตู่ ใครเขาจะไปยอมรับการขอโทษแบบนั้นกัน” ผมเถียง “งั้นกูก็ไม่ปล่อย จะกอดมึงไว้แบบนี้แหละ” ไม่ว่าเปล่า ทันทีที่อีกคนพูดจบผมรับรู้ได้ถึงแรงกอดรัดที่แน่นมากขึ้น “ปะ…ปล่อยนะ” ผมพยายามเปล่งเสียงบอก ตอนนี้รู้สึกแน่นไปทั้งตัวจนแทบจะเปล่งเสียงพูดไม่ออกแล้ว “…” แต่ถึงจะพูดออกไปยังไง สิ่งที่ได้กลับมาจากอีกฝ่ายคือความเงียบ นี่มันคงไม่ได้คิดจะกอดผมไว้แบบนี้ไปตลอดจริงๆ ใช่ไหม ผมมองไปรอบๆ ตัวตอนนี้มีคนที่เดินผ่านไปมาเริ่มหยุดมองมาทางพวกผมแล้ว มัวแต่ทะเลาะกับไอ้หมอนี้จนไม่ทันได้มองเลยว่ามีคนยืนมุงดูพวกเราอยู่เยอะแค่ไหน “ปล่อยได้แล้ว คนมองเยอะแล้วเห็นไหม” ผมบอกอีกฝ่าย ลำตัวยังคงถูกอีกคนกอดไว้แน่น หน้าผมยังจมฝังแนบชิดกับหน้าอกของอีกคนจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น “สัญญาดิว่าถ้ากูปล่อยแล้วมึงจะไม่ต่อยกูอีก” “เออ สัญญาก็ได้” “น้ำเสียงมึงไม่น่าไว้ใจ” เฮ้ย! ไอ้นี่ มันจะเอายังไงกันแน่วะ “ก็สัญญาแล้วไง สาบานก็ได้ นายปล่อยเราเถอะนะ” ประโยคสุดท้ายผมพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน ไม่เอาแล้วก็ได้คำขอโทษน่ะ ตอนนี้ขอแค่อีกคนเลิกกอดแล้วปล่อยผมให้เป็นอิสระสักที มาถูกผู้ชายกอดไว้ซะแน่นอยู่ริมทางแบบนี้ไม่ดีแน่ “แฮ่ก…แฮ่ก” ผมรีบหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดให้มากที่สุดทันทีที่อีกคนยอมปล่อยผมให้เป็นอิสระ “หึ!” หมอนั้นส่งเสียงในลำคออย่างผู้ชนะ ส่งสายตากวนๆ มาให้ผมอย่างพอใจ ก่อนจะหันหลังกลับไปที่บิ๊กไบค์ของตัวเอง “ไอ้บ้า” ผมด่าออกมาเสียงเบาอย่างโมโห ไม่คิดว่าไอ้บ้านั้นมันจะได้ยิน จนกระทั้งผมต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจอีกครั้งเมื่อจู่ๆ อีกคนก็หันหลังกลับมาแล้วพุ่งตัวมาทางผม “เมื่อกี้มึงว่าอะไรนะ” “ก็…ด่านายว่าไอ้บ้าไง” “งั้นกูควรต้องกอดมึงให้ขาดใจตายไปจริงๆ สินะ” “เฮ้ย! ไม่ๆ เราชอโทษๆ ” ผมรีบร้องห้าม ยกมือขึ้นดันแผ่นอกหนาของอีกคนที่ตอนนี้ทำท่าเหมือนจะเข้ามากอดผมอีกครั้งจริงๆ “หึ!” อีกคนส่งเสียงในลำคออย่างชอบใจอีกครั้งที่ผมต้องอยู่ในท่าทางของคนพ่ายแพ้แบบนี้ ผมยืนนิ่งเงียบไม่พูดอะไร ได้แต่มองดูอีกคนขึ้นคร่อมบิ๊กไบค์ของมันก่อนจะสตาร์ทรถแล้วขับออกไป “ชาตินี้ขออย่าให้ได้เจอกันอีกเลย!” ผมตะโกนตามหลังอีกคนเสียงดัง พอเห็นว่าไอ้บ้านั้นน่าจะขับรถออกไปไกลแล้ว วันนี้มันควรจะเป็นวันดีๆ เป็นวันที่มีความสุขของผมแท้ๆ ทำไมผมต้องมาเจอเรื่องบ้าๆ แล้วก็คนโรคจิตแบบหมอนั้นด้วยนะ สาธุ! ไม่ว่ามันจะเป็นใครมาจากไหนก็ช่าง แต่ถ้าเลือกได้ชีวิตนี้ขอให้ผมอย่าเจอคนแบบมันอีกเลยจะดีมาก อย่าได้มาเจอกันอีกเลยในชาตินี้หรือชาติไหน ไอ้บ้าเอ้ย!

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

เป็นได้แค่เพื่อน(รัก)

read
7.9K
bc

งูบ้านนี้สายพันธุ์เหมียว (Luna V.)

read
1K
bc

Heroine (ที่นี่ไม่มี นางเอก)

read
14.9K
bc

คุณอาของหนู...น่ารักกว่าใคร

read
7.9K
bc

เป็นแฟนผมนี่มันไม่ดียังไงครับเฮีย

read
3.2K
bc

เมื่อปีศาจมาสิงสู่ [omegaverse]

read
1K
bc

Friendship จุดจบสายเถื่อน

read
1.0K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook