บทนำ
“คุณจะไม่บอกชื่อของคุณให้ผมรู้จริง ๆ เหรอ”
“เราไม่จำเป็นจะต้องรู้จักกัน”
“แต่ผมชอบคุณจริง ๆ นะ”
“ฉันอายุเยอะกว่านายตั้งหลายปี นายจะมาชอบฉันได้ยังไง”
“ทำไมจะไม่ได้ ทีเอากันยังเอาได้เลย”
“หลังจากวันนี้ไปนายก็จะไม่ได้เจอฉันอีกแล้ว”
“ถ้าผมอยากเจอคุณ ยังไงผมก็ต้องได้เจอ”
“หึ”
หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ ในลำคออย่างไม่เชื่อ เพราะวันพรุ่งนี้เธอจะต้องย้ายจากชลบุรีไปกรุงเทพฯ แล้ว เขาและเธอคงจะไม่มีวาสนาได้เจอกันอีก
ร่างเล็กบดสะโพกลงบนสะโพกแกร่ง ปลดปล่อยอารมณ์ราคะออกมาอย่างไม่หลงเหลือความเอียงอาย สองเต้าอวบกระเพื่อมขึ้นลงไปตามจังหวะการโยกของร่างเล็กยิ่งทำให้อารมณ์ของชายหนุ่มที่นอนอยู่ใต้ร่างพลุ่งพล่าน
“อื้มม~ คุณเก่งมากเลย”
เสียงทุ้มเอ่ยชื่นชมอย่างพอใจด้วยน้ำเสียงกระเส่าอันแหบพร่า มือหนาขยับขึ้นไปกอบกุมรอบก้อนเนื้อนิ่มตรงหน้าอย่างหลงใหล กระแทกสะโพกสวนขึ้นไปหาอีกฝ่ายไม่ยั้งตามจังหวะอารมณ์
ร่างเล็กโน้มลงมาหาคนตัวโตที่นอนรองรับอยู่ใต้ร่าง ร่างกายอ่อนระทวยปล่อยกายให้ไหลไปตามการชักนำของอีกฝ่าย มือใหญ่กอดรัดเอวบางแนบแน่น สะโพกแกร่งกระแทกสวนขึ้นมาไม่ยั้ง ก่อนที่ทั้งคู่จะเปล่งเสียง แห่งความสุขออกมาพร้อมกัน
..........
แสงแดดที่ส่องลอดผ้าม่านเข้ามากระทบกับเปลือกตาหนาปลุกคนตัวโตให้รู้สึกตัวตื่น มือใหญ่ขยับไปคลำหาร่างเล็กคนที่ตนร่วมสัมพันธ์สวาทด้วยเมื่อคืนอย่างหลงใหล แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เปลือกตาหนาลืมขึ้นช้า ๆ ปรับสายตาให้เข้ากับแสงสว่างภายในห้อง มองเห็นเพียงความว่างเปล่าไร้ซึ่งร่างเล็กที่เขานอนกอดมาทั้งคืน ชายหนุ่มยันตัวลุกขึ้นเดินสำรวจรอบห้องพักเผื่อว่าคนที่เขากำลังตามหาอาจจะลุกไปเข้าห้องน้ำหรือไปทำอะไร แต่ก็ไม่มีวี่แววให้เห็นแม้แต่เงา
ร่างสูงเดินกลับมานั่งที่เตียง หวนนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ว่าเป็นความจริงหรือเขาแค่ฝันไปกันแน่ ผู้หญิงคนที่เขาร่วมสัมพันธ์สวาทด้วยมีตัวตนอยู่จริง ๆ ไหม เพราะเมื่อคืนนี้เขาดื่มจนเมามาก เลยจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ไม่ค่อยชัด แต่ทว่าเขากลับจำใบหน้าของเธอได้อย่างชัดเจน
มือหนาขยับไปเปิดผ้าห่มบนที่นอนออกเผยให้เห็นผ้าปูซึ่งยังมีคราบน้ำเหนอะหนะเปรอะเปื้อนอยู่ แต่สายตาก็สะดุดกับคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนอยู่บนที่นอนด้วยเช่นกัน
“เลือด?” ใบหน้าคมขมวดคิ้ว
มีเลือด งั้นแสดงว่าผู้หญิงคนที่เขาร่วมรักด้วยเมื่อคืนนี้เธอยังบริสุทธิ์อยู่อย่างนั้นเหรอ
เขาคิดในใจอย่างไม่อยากเชื่อ เพราะเธอก็ดูโตเป็นผู้ใหญ่มากแล้ว แถมลีลาของเธอเมื่อคืนนี้มันก็เร่าร้อนจนทำให้เขาแทบคลั่ง ดูไม่เหมือนกับคนที่ไม่มีประสบการณ์ ไม่คิดเลยว่าเมื่อคืนก็เป็นครั้งแรกของเธอเช่นกัน
แน่นอนแล้วว่าเขาไม่ได้ฝัน เธอคนนั้นมีตัวตนอยู่จริง ๆ แต่แค่เธอหนีกลับไปก่อนที่เขาจะตื่นก็เท่านั้น น่าเสียดายที่แม้แต่ชื่อของเธอเขาก็ยังไม่รู้
พลันสายตาก็หันไปเห็นธนบัตรสีเทาจำนวนหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันมากกว่าเดิม ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหยิบขึ้นมานับ
“หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ห้าพัน?” ชายหนุ่มพึมพำอย่างงงงวย
“นี่คือค่าตัวเราเหรอวะ หึ! นี่เราถูกฟันแล้วทิ้งเหรอเนี่ย?”
…RRR...
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้นเรียกความสนใจของชายหนุ่มให้หันไปสนใจมือถือของเขาที่วางอยู่หัวเตียง ร่างสูงเดินไปหยิบมันขึ้นมาก่อนจะกดรับสายด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“คุณทีอยู่ไหนครับ” ปลายสายดังผ่านโทรศัพท์มือถือที่ถูกเปิดลำโพงจนก้องไปทั่วห้อง
“พัทยา” เสียงทุ้มเอ่ยตอบสั้น ๆ
“คุณท่านให้ผมโทรมาแจ้งคุณทีว่าสุดสัปดาห์นี้ให้คุณทีมาทานมื้อเย็นที่บ้านนะครับ ท่านมีคนจะแนะนำให้คุณทีรู้จักครับ” คนปลายสายเอ่ยถึงธุระที่เจ้านายฝากฝังมา
“ฝากบอกเขาด้วยว่าผมไม่ว่าง แขกของเขาไม่ใช่แขกของผม ผมไม่จำเป็นจะต้องรู้จัก” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างไม่สนใจ
“แต่คุณทีครับ...”
ปลายสายยังพูดไม่ทันจบ ปลายนิ้วแกร่งก็กดวางหูโทรศัพท์ ก่อนจะโยนลงบนเตียงอย่างไม่ใส่ใจ แล้วจึงหยิบผ้าขนหนูมาพาดบ่าเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ
ตั้งแต่เล็กจนโตพ่อก็ไม่เคยสนใจเขาเลย ไม่เคยถามสารทุกข์สุกดิบของเขา มีแต่คำสั่งที่สั่งผ่านเลขามาบอกว่าให้เขาทำนั่นทำนี่ แม้แต่เงินที่เขาใช้อยู่ทุกเดือน พ่อก็ให้ฝ่ายบัญชีโอนให้เขาทุก ๆ เดือน เขาก็เป็นเหมือนแค่พนักงานคนหนึ่งในบริษัทของพ่อ ก็มีแค่นามสกุลพิพัฒน์ภาคินที่ยังบ่งบอกว่าเขาเป็นลูกของพ่อ
ตั้งแต่แม่นมที่เลี้ยงเขามาตายจากไป ทีก็ออกมาอยู่คอนโดนอกบ้าน และไม่กลับไปที่บ้านหลังนั้นอีกเลย