ตอนที่ 1
ชายหนุ่มวัย 39 ปี อย่างสิงหาเคยตั้งมั่นว่าจะครองโสดตลอดไป นับตั้งแต่ 15 ปีที่แล้วภรรยาสุดที่รักยื่นคำขาดขอหย่าร้างไร้สิ้นเหยื่อใย เขาเคยคิดเสมอว่าเรื่องแค่นั้นมันช่างง่ายดาย อีกไม่นานคงทำใจได้ ทว่าเขาไม่สามารถมองผู้หญิงคนไหนได้อีก นอกจากภรรยาที่รักยิ่งคนนั้นเพียงคนเดียว
หากต้องการเรื่องอย่างว่า ชายหนุ่มผู้ร่ำรวยทั้งยังมีตำแหน่งเป็นถึงกำนันประจำตำบลก็ไม่ต้องเสียแรงออกไปหาให้มากความ มีสาวสวยมากมายยอมร่วมหลับนอนกับเขาเพื่อแลกกับเงินจำนวนหนึ่ง
เขาไม่คิด เริ่มต้นใหม่กับใครสักคนอย่างจริงจัง
จนกระทั่งวันหนึ่ง เหตุการณ์ที่ทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นระริกอีกครั้ง เมื่อมีเด็กสาวหน้าตาสวยสะอาดขี่จักรยานคันเก่าเอาข้าวมาส่งให้ถึงบ้าน
“ลุงกำนัน แม่ให้หนูเอาข้าวมาส่งค่ะ”
เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มสดใส ทันทีที่ทั้งคู่สบตากันเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอคือลูกสาวแม่ผ่อง แม่ค้าขายอาหารตามสั่งเจ้าประจำที่เขากินมาตั้งแต่วัยหนุ่ม
เคยได้ยินข่าวลือว่า แม่ผ่องพลาดท้องสมัยวัยรุ่นกับหนุ่มกรุงเทพฯ พอคลอดลูกแล้วทางบ้านฝ่ายชายเลยขอลูกไปเลี้ยงแลกกับเงินก้อนจำนวนหนึ่งนี่เห็นจะจริง
การเจอกันครั้งแรกของเราช่างน่าประทับใจสำหรับเขา เด็กสาวมีท่าทีขัดเขิน แต่ก็ยิ้มแย้มน่ารัก รูปร่างของเธอสะโอดสะองน้ำมีนวล ทำหัวใจของชายหนุ่มที่แก่กว่าใจเต้นระส่ำไม่เป็นอันกินอันนอน ยัยหนูลูกตาลลูกสาวแม่ผ่องนี่แหละ ที่เป็นต้นเหตุให้กำนันสิงห์เทียวไล้เทียวขื่ออยู่ที่ร้านอาหารประจำหมู่บ้านได้ทุกวี่ทุกวัน
“โอ๊ย~พี่สิงห์มาอีกแล้วเหรอ?!”
รถกระบะคันโก้ของกำนันจอดเทียบหน้าร้านแม่ผ่องในตอนบ่ายแก่ ๆ สิงหาเดินลงมาด้วยใบหน้าสดใสส่งยิ้มทักทายเจ้าของร้าน ยังไม่วายกวาดสายตามองหาผู้เป็นลูกสาวไปพลาง ๆ
“ลมอะไรหนอ พัดกำนันมาด้วยตัวเองเลยนะ กินอะไรจ๊ะวันนี้”
แม่ผ่องถามเสียงใส แทนที่จะได้คำตอบเป็นเมนูอาหารเหมือนอย่างเช่นทุกครั้ง
“ลูกเอ็งไปไหนวะ”
กำนันหนุ่มถาม สายตาสอดส่องเข้าไปในบ้าน แม่ผ่องแทบจะเขกกบาล โยนตะหลิวในมือใส่หัวกำนันเฒ่าเผื่องูบนหัวจะได้ตายซะบ้าง
“เอ็งมากินข้าว หรือมาหาลูกข้ากันแน่วะพี่สิงห์? ลูกข้ายังเด็กนะ เอ็งนี่มันยังไงฮะ”
แม่ผ่องถามกลับ มือกำตะหลิวแน่น
“ทั้งสองอย่าง แต่น่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า อีกอย่างลูกของเอ็งอายุเกินสิบแปดแล้วด้วยซ้ำ เด็กตรงไหน?”
ผ่องพรรณกลอกตามองบน เห็นท่าทางน่าหมั่นไส้ของกำนันหนุ่มด้วยระอาเต็มทน เวลาที่เห็นชายรุ่นราวคราวเดียวกับตัวเองส่งสายตาหวานเยิ้มให้กับลูกสาว แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถไล่ไปให้พ้นได้ หากไล่ลูกค้าคนสำคัญไป แล้วครอบครัวของเธอจะเอาอะไรกินล่ะ
“ไปนั่งรอสิ เดี๋ยวมันก็มา”
เธอรู้ดีว่ากำนันสิงห์คนนี้จะไม่ทำอะไรที่ทำให้ลูกสาวของเธอเสื่อมเสียแน่ สู้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ทำเป็นไม่รู้ว่าชายหนุ่มต้องการอะไรซะดีกว่า
“อ้าว ลุงกำนันมาอีกแล้วเหรอ”
สิงหาหันขวับ เมื่อได้ยินเสียงใสที่รอคอย ลูกตาลลงจากรถจักรยานสีชมพูก่อนจะเตะขาตั้งลง เด็กสาววัยกระเตาะส่งยิ้มให้กำนันรุ่นแม่ ก่อนจะเดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“เรียกพี่ดีกว่าไหม พี่อายุห่างจากหนูแค่ไม่กี่ปีเองยัยเด็กน้อย”
สายตาหวานปานน้ำผึ้งสบตาลูกตาลอยู่ครู่หนึ่งจนเธอต้องหลบตาเบือนหน้าหนีด้วยรอยยิ้มเขิน ผู้เป็นแม่ถึงกับไอกระแอมเตือนลูกสาว
“อะ…แฮ่ม แฮ่ม”
ลูกสาวหันมองมารดาที่รู้ทัน ก่อนจะรีบเอ่ยถามกำนันหนุ่มเสียงหวานด้วยรอยยิ้มกว้าง ผ่องพรรณแอบในใจคิดไม่ได้เลยว่า นังลูกตัวดีก็แอบมีใจให้กำนันเหมือนกันหรือนี่
“ว่าแต่... พี่กำนันรับอะไรดีจ๊ะ?”
“เหมือนเดิม... เรียกแบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย”
สิงหาตอบกลับ ทั้งที่สายตายังคงจ้องใบหน้าหวาน ลูกตาลหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงผู้เป็นแม่ แต่สวยกว่าในแบบที่ใครก็เทียบไม่ติด เขามองใบหน้านี้เป็นเดือนแล้วก็ยังไม่นึกเบื่อสักที
“งั้นรอก่อนนะ”
กำนันหนุ่มพยักหน้าให้ มองเธอเดินจากไปเพื่อแจ้งรายการอาหารให้กับมารดา การเคลื่อนไหวร่างกายคล่องแคล่วอยู่ในสายตาสิงหาตลอด ไม่ว่าจะเดินไปโต๊ะโน้นทีโต๊ะนี้ที หรือตอนใช้เรียวนิ้วสวยนั่นเกี่ยวเส้นผมทัดใบหู
ทุกการเคลื่อนไหวของเธอ น่ามองจนเขาละสายตาไม่ได้
“แม่เจ้าโว้ย~ มาช่วยกันจับงูบนหัวตากำนันนี่ที~”
แม่ผ่องร้องตะโกนลั่นร้าน เมื่อสังเกตเห็นว่าลูกสาวตัวดีถูกจับจ้องไม่วางตา กำนันสิงห์ก้มหน้าหลบตาอย่างมีพิรุธ หลังจบคำซึ่งต่างจากลูกตาลที่ยังคงยิ้มหวานเหมือนไม่ได้เดือดร้อนอะไร
เด็กสาววัย 23 ปี เหลือบมองชายหนุ่มรุ่นใหญ่คนนั้นอย่างขัดเขิน เธอรู้หรอกว่าตัวเองโดนแอบมอง แต่มันก็แปลกดีเหมือนกันที่ลูกตาลไม่นึกโกรธ กลับกันเธอชอบด้วยซ้ำที่เหมือนกับโดนสายตานั้นเล้าโลมไปทั่วร่าง
อาหารจานโปรดของผู้ชายที่เธอแอบปลื้มถูกจัดใส่จานโดยแม่ของเธอ ไม่ทันได้รับคำสั่งลูกตาลก็วิ่งแจ้นไปรับจานมาเพื่อไปเสิร์ฟให้กับลูกค้าประจำ
“อย่าระริกระรี้ให้มากนักนะเอ็ง”
แม่ผ่องพูดลอดไรฟัน แต่ประโยคแค่นั้นไม่ทำให้ลูกตาลสะท้านสักนิดเดียว
“ได้แล้วค่ะ”
ผัดคะน้าราดข้าวถูกวางลงตรงหน้าสิงหา ชายหนุ่มมองจานข้าวเพียงครู่ก่อนจะไล่สายตาขึ้นไปจนสบเข้ากับดวงตาสุกใสของเด็กสาว
“ขอบใจนะ”
เอ่ยขอบใจแผ่วเบา ก่อนจะหันหลังให้และเดินจากไปอีกครั้ง
นี่แหละ...
แต่ละวันของกำนันผู้ร้างรักมาสิบกว่าปี เขาจำไม่ได้แล้วว่าตอนจีบภรรยาเก่านั้นทำอย่างไร ไม่รู้ว่าการมาเจอหน้าทุกวันแบบนี้จะโบราณไปไหม จะทำให้เด็กสาวที่เกิดหลังเขาเกือบ 10 ปีใจอ่อนหรือเปล่า
เมื่อใจมันรักไปแล้ว เขาก็อยากลองดูสักตั้ง…
“ไอ้พี่กำนัน!!”
ถึงแม้แม่ของเธอจะดุแค่ไหนก็ตาม กำนันสิงห์ก็จะขอลองดู ของแบบนี้ปรบมือข้างเดียวคงไม่ดังหรอก ถ้าหากเธอไม่เล่นด้วย ไม่ให้เขาอยากลองได้อย่างไรกัน เพราะในตอนนี้เวลาที่เขามองลูกตาล เด็กสาวผู้นั้นยังคงส่งยิ้มให้เขาตอบกลับ แบบที่ไม่เคยมีใครได้รับ
ไม่ใช่แค่วัวแก่ที่อยากเคี้ยวหญ้าอ่อน ในกรณีนี้สิงหาคิดว่าหญ้าอ่อนอย่างลูกตาลก็อยากโดนเขาเคี้ยวเช่นกัน
...
ลูกตาลนั่งอยู่ข้าง ๆ มารดา ใบหน้าหวานเปื้อนรอยยิ้ม อารมณ์ดีตั้งแต่บ่ายมีหรือที่ผู้เป็นแม่จะไม่รู้ว่า นังลูกสาวตัวดีกำลังคิดอะไรอยู่!
“แม่ พี่กำนันเขาเป็นคนยังไงเหรอ?”
ในเวลาดึกสงัด สองแม่ลูกนั่งดูละครหลังข่าวร่วมกันภายในบ้านของตัวเอง บทสนทนาที่ จู่ ๆ ก็ถูกจุดประเด็นขึ้นโดยลูกสาว คนเป็นแม่ถึงกับขมวดคิ้วไม่พอใจ
“มันแก่กว่าแม่อีกนะ เอ็งเรียกมันว่าพี่?”
ผ่องพรรณทำหน้าเหยเกใส่ลูกสาวคนเดียวของเธอ เคยบอกตอนเจอกันครั้งแรกไปแล้วว่าให้เรียกลุง แต่ลูกสาวคนนี้ก็ดื้อดึงจะเรียกพี่ตามเคย
“ก็เขายังดูหนุ่มอยู่เลยนี่~”
“เหอะ!”
“แถมยังหล่ออีกต่างหาก... ได้ข่าวว่าแม่อายุเท่ากำนันไม่ใช่เหรอ เคยเป็นเพื่อนกันหรือเปล่าคะ”
ลูกตาลพูดจบก้มหน้างุด เพราะความขวยเขิน ชายหนุ่มร่างกายกำยำผิวสีแทนหน้าตาคมเข้ม เขาดูไม่ได้เหมือนคนมีอายุเลย แล้วทั้งหมดนั่นมันทำให้ ลูกตาลคลั่งจนแทบบ้า
แม่ไม่เคยเป็นเพื่อนกับกำนันหรอก ส่วนแกนะให้มันน้อย ๆ หน่อย คิดจะเอาผัวแก่รุ่นพ่อรุ่นแม่นี่ไม่กลัวต้องไปตบตีกับเมียน้อยเป็นสิบเป็นร้อยหรือไง”
“เขาเจ้าชู้เหรอแม่”
“อย่าให้พูด! ก่อนแกจะมาอยู่ที่นี่ ไอ้พี่กำนันมันเลี้ยงยัยหนูทุกวัน”
คำบอกเล่าจากมารดาทำเอาหัวใจดวงน้อยฝ่อลงเหมือนลูกโป่งที่โดนเจาะ ความจริงลูกตาลก็คิดเอาไว้แล้วว่าผู้ชายที่ทั้งรวยรูปและรวยทรัพย์จะต้องมีผู้หญิงเข้ามาพัวพันในชีวิตไม่มากก็น้อย
แต่ถึงแม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้ว เธอก็ยังรู้สึกเสียใจตอนที่รู้ว่าผู้ชายที่เธอแอบมองเหมือนกองเพลิงสุดอันตรายที่ถ้าเข้าไปใกล้ก็พานทำให้ร้อนซะเปล่า ๆ
“ผู้ชายในจังหวัดมีอีกเยอะ อย่าไปสนใจมันเลย เชื่อแม่นะ”