ตอนที่1 ความฝัน
บ้านเดี่ยวสองชั้นขนาดกลางแต่มีพื้นที่ใช้สอยโดยรอบถึงสามร้อยกว่าตารางวา แหล่งพำนักให้ความเป็นส่วนตัวแก่ผู้อยู่อาศัย
ชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปีผู้เป็นเจ้าของบ้าน นั่งทอดกายบนโซฟาตัวใหญ่ ขาเรียวยาวภายใต้กางเกงยีนส์สีดำเหยียดยาววางบนโต๊ะเตี้ยด้านหน้า ดวงตาคมหลับพริ้มขณะสูบบุหรี่ หูฟังคำรายงานของลูกน้องที่ทำงาน
“ทุกอย่างเรียบร้อยครับ ร้านที่เธอทำงานอยู่เลิกจ้างถาวร...”
“ส่วนร้านอื่นๆ ที่เธอไปสมัครใหม่ก็ไม่มีที่ไหนกล้ารับ”
“อืม มึงไปได้แล้ว” สิ่งที่น่าพึงพอใจทำให้มุมปากร้ายกระตุกขึ้น ไล่ลูกน้องมือขวาออกไปเพื่อเป็นการพักผ่อน
ท่าทางใจเย็นไม่รีบร้อนของเขาดูเหมือนไม่มีพิษมีภัยใดๆ แต่เมื่อบุหรี่หมดมวน ดวงตาคมเข้มก็เปิดขึ้นพร้อมมุมปากยกสูงข้างหนึ่ง
ขยับไปทิ้งก้นบุหรี่ลงถาดเขี่ยแล้วบิดคอซ้ายขวาไล่ความเมื่อยขบ
“อ่า!” ปากหยักบางสีเข้มจากการสูบบุหรี่แย้มออก พ่นเสียงแห่งความเกียจคร้านขึ้นอย่างเอื่อยเฉื่อยเมื่อกำลังจะได้เวลาเล่นสนุก
ยกนาฬิกาข้อมือราคาแพงที่สุดในชีวิตแบบที่อดีตไม่มีใส่ขึ้นมาดูเวลา หยัดตัวลุกขึ้นยืนบนความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ดเซนติเมตร ก้าวไปรินเหล้าสีลงแก้วกระดกดื่มเพียวๆ ก่อนจะออกจากบ้านด้วยรถยนต์ยุโรปคันโปรดที่ได้จากนายใหญ่เป็นของกำนัลที่ทำงานสำคัญสำเร็จ
รถหรูพุ่งทะยานไปยังทิศทางที่สืบค้นอย่างดี เพลง R&B บรรเลงขณะขับเคลื่อน นิ้วเรียวยาวเคาะลงพวงมาลัยเป็นจังหวะตามทำนองดนตรีอย่างอารมณ์ดี
แต่แววตากลับร้ายกาจราวเสือร้ายซุ่มรอการโจมตี
เดินทางสักพักก็ถึงจุดหมายปลายทาง เขาจอดรถรอเวลาข้างทาง เฝ้ารอทุกอย่างด้วยความใจเย็นต่างจากนิสัยปัจจุบัน
แอร์เย็นฉ่ำ เพลงคลออย่างสบายอารมณ์ ฮัมเพลงตามอย่างคนอารมณ์ดี
กระทั่งสายตาเห็นร่างบางเดินเข้าซอยมาจากไกลๆ มุมปากหยักยกยิ้มอย่างร้ายกาจอีกครั้ง เข้าเกียร์เดินหน้าก่อนจะเหยียบคันเร่งออกจากข้างทาง ขับไปเบื้องหน้าในเลนของตัวเอง
จนใกล้ถึงเป้าหมาย พวงมาลัยค่อยๆ เฉข้ามเลนไปก่อนจะเฉี่ยวหญิงสาวข้างถนนจนอีกฝ่ายล้มลง
เอี๊ยด!
เสียงล้อเบรคดังขึ้น มุมปากยังคงยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะรีบปรับสีหน้าเป็นความกังวล แล้วลงไปยังเป้าหมายที่พยายามเก็บของลุกขึ้น
“เป็นอะไรไหมครับ” ปืน หรือ ปฐวี เข้าไปถามแล้วช่วยพยุงหญิงสาวที่ตัวเองตั้งใจเฉี่ยวก่อนหน้าอย่างรีบร้อน
“ไม่ค่ะ” ตอบกลับโดยยังไม่ได้เงยหน้ามองคนถาม ก้มสำรวจตัวเองและข้าวของด้วยความเจ็บข้อเท้าเล็กน้อย
และ...
“มีน” น้ำเสียงแห่งความตกใจและแปลกใจดังขึ้นเรียกหญิงสาวตรงหน้าราวกับไม่อยากเชื่อว่าจะได้เจอเธอ
เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้น ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างไม่ต่างกัน
“พี่ปืน” มีน หรือ มีนา เอ่ยเรียกคนตรงหน้าเสียงแผ่ว ถ้าไม่ใช่เพราะข้อเท้าที่เจ็บย้ำสติ เธอก็คงคิดว่าภาพที่เห็นคือความฝัน
“ขึ้นรถก่อนดีกว่า” ราวกับทำตัวไม่ถูกในการเจอหน้ากัน เลยเลือกพาเธอขึ้นรถแทน
“ไม่เป็นไร หอมีนอยู่ตรงหน้านี้เอง” ชี้ไปยังหอพักด้านหน้าให้เขารับรู้
แต่เธอเองกลับไม่รู้เลยว่าก่อนหน้านี้เขาจอดรอเลยหอเธอไปเล็กน้อย รู้อยู่แล้วถึงได้มาดักรอเพื่อเจอหน้า
“ถึงงั้นก็เถอะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง” ไม่ให้เธอปฏิเสธ ช่วยเก็บของที่ตกแล้วใช้มืออีกข้างจูงมือเล็กพาไปขึ้นรถ
พอเห็นรถยนต์ยี่ห้อหรู ก็ทำให้เธอมีคำถามมากมายอยากถามเขา แต่ก็ไม่มีความกล้าพอจะพูดออกไป พาตัวเองขึ้นไปนั่งบนเบาะข้างคนขับตามที่เขาเปิดประตูแล้วดันเธอเบาๆ
“พี่ขอโทษนะ พอดีเมื่อกี้ก้มหาโทรศัพท์เลยทำให้รถเฉ” พอขึ้นรถมาก็หันไปอธิบายให้เธอเข้าใจเหตุผลที่โกหกออกมา
“ไม่เป็นไร มีนไม่ได้เจ็บอะไร”
“แต่ก็นับว่าโชคดี ไม่อย่างนั้นเราคงไม่ได้เจอกัน”
“.....” ไม่รู้เรียกว่าเป็นความโชคดีหรือความโชคร้ายที่ได้เจอกัน
“มีนไม่ดีใจเหรอที่เจอพี่” ขณะถอยรถก็ถามเธอที่เงียบไป
“ไม่ใช่” ไม่ใช่เธอไม่อยากเจอเขา แต่บางทีเราก็ไม่ควรเจอกันน่าจะดีที่สุด
เพราะตัวของเธอนั้น...
“พี่ลงไปส่งที่ห้องนะ” จอดรถแอบข้างทาง พูดกับเธอเมื่อจอดหน้าหอพัก
“อืม” ไม่รู้ว่าควรตอบรับหรือปฏิเสธ แต่ปากก็ตอบกลับไปแล้ว
เธอลงจากรถเดินนำปฐวีเข้ามาในหอพัก โดยมีเขาถือของของเธอตามหลังมาติดๆ จนถึงห้องพักชั้นหนึ่งแหล่งอาศัยของเธอ
“อยู่คนเดียวเหรอ” เมื่อเข้ามาในห้องก็กวาดสายตามองรอบๆ ถามไถ่เหมือนไม่รู้ความเป็นอยู่ของเธอ
ทั้งที่เขารู้ทุกอย่างในชีวิตประจำวันเธอดี
“อืม”
“ทุกวันนี้เป็นยังไงบ้าง”
“ก็...ดี” ดีนิดหน่อย ส่วนที่เหลือก็แย่หน่อย
แต่ก็คิดว่าดีกว่าเดิม
“แล้ว... พี่ปืนออกมาเมื่อไหร่เหรอ”