bc

สามีทำนา ภรรยาปลูกผัก

book_age16+
599
ติดตาม
4.9K
อ่าน
แต่งงานตามสัญญา
จบสุข
คู่ต่างขั้ว
ว่านอนสอนง่าย
หวาน
ชายจีบหญิง
เบาสมอง
สาสมใจ
soldier
friends with benefits
like
intro-logo
คำนิยม

อู๋ซื่อฟ่าน อดีตแม่ทัพบูรพา บัดนี้กลายเป็นคนขาพิการมีชีวิตอยู่กับไม้ค้ำยัน

เกาจื่อเฟิ่ง บุตรีเจ้ากรมพิธีการ จำใจแต่งงานกับเขาเพราะราชโองการบีบบังคับ

ชีวิตลำบากในชนบทสองปีเต็มทำให้นางขอหย่าขาด เพื่อไปหาบัณฑิตซิ่วไฉ

ไหนเลยชั่วเวลากะพริบตาผ่านไป ดวงวิญญาณในร่างภรรยากลับเปลี่ยนไปเสียได้

"งูตัวนั้นข้าเห็นว่ามันตายแล้วเปล่าประโยชน์ เลยเอามาให้เจ้ากิน"

จื่อเฟิ่งกะพริบตาไปมา "ที่แท้เนื้อมังกรเจียวรสชาติเป็นเช่นนี้"

"เกาจื่อเฟิ่ง!! เจ้ามันใจดำอำมหิต"

นางเอกเรื่องอื่น เขาทะลุมิติมากับฝีมือทำอาหารขั้นเทพ

มาเจอสภาพน้องเฟิ่งของเราทำกับข้าว พี่อู๋โมโหหนวดกระตุก ส่วนเมียได้แต่ยิ้มหวาน

นิยายเรื่องนี้ฟิลกู้ดล้วนค่ะ ไม่มีสาระอะไรเลยทั้งเรื่อง เน้นชีวิตลำบากแบบงงๆ

พระเอกเรื่องนี้พิการจริง พี่เขาตัดขาหนึ่งข้าง แต่ยังขู่เมียเสียงดังอยู่

รอดูโมเม้นท์หวานของคู่นี้ว่าไปทางไหนกัน มาเป็นกำลังใจให้พี่อู๋กับน้องเฟิ่งกันนะคะ

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ฟื้นขึ้นมาเป็นผู้อื่น
จื่อเฟิ่ง ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับอาการหายใจไม่ออก กลางหน้าอกนางคล้ายมีแรงมือหนักหน่วงกดไว้ เสียงไอแผ่วเบาจากริมฝีปากซีดขาวดังแว่ว น้ำหนักที่กดทรวงอกจื่อเฟิ่งพลันเบาลง “ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าตายง่ายดายหรอกเกาจื่อเฟิ่ง ต่อให้เจ้าตายก็ต้องเป็นผีสกุลอู๋” น้ำเสียงเย็นชาแข็งกระด้างข้างหูจื่อเฟิ่งเงียบลงแล้ว ดวงหน้าขาวซีดหันไปตามเสียงพูด ภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตาก็คือบุรุษสูงใหญ่ รูปคิ้วกระบี่ของเขางดงามรับกันกับดวงตาคมเข้ม ติดตรงที่ความงามทั้งหมดบนหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ “ที่นี่ที่ไหน ข้าอยากกลับตำหนัก” ดวงหน้าอิดโรยมองประเมินบุรุษร่างสูงอยู่พักใหญ่ พอได้ยินนาง เอ่ยคำว่ากลับตำหนัก ใบหน้าเย็นชาปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน “เจ้าคิดว่าตัวเองแต่งให้ข้าแล้วยังสูงส่งอยู่อีกหรือ กลับตำหนักอะไรกัน หรือซิ่วไฉผู้นั้นให้ความหวังอะไรเจ้าอีก” จื่อเฟิ่งเพิ่งจะมองเห็นถนัดว่าบุรุษวาจาน่ารังเกียจผู้นี้ใช้ไม้ค้ำยันช่วยยืน ขาข้างซ้ายบิดผิดรูป ที่สำคัญดูเหมือนขาข้างขวาจะหายไป ที่แท้เขาเป็นคนพิการ น่าเสียดายใบหน้างดงามคมคาย “อย่าได้ทำสีหน้าสมเพชข้าเกาจื่อเฟิ่ง วันนี้เจ้ากล้าเอาความตายร้องขอหนังสือหย่าจากข้า บอกให้เจ้ารู้ไว้ ชาตินี้ข้าอู๋ซื่อฟ่านไม่มีวันมอบหนังสือหย่าให้เจ้า” “เกาจื่อเฟิ่ง” น้ำเสียงแผ่วเบาทวนคำ “ข้าไม่ใช่เกาจื่อเฟิ่ง” “...หึ!....ไม่ใช่เกาจื่อเฟิ่ง แล้วเจ้าชื่ออะไร” “จื่อเฟิ่ง” “อย่ามากวนอารมณ์ข้า!!” นางชื่ออะไร คำถามนี้จื่อเฟิ่งตอบง่ายมาก เพียงแต่คำตอบของนางยิ่งทำให้บุรุษตรงหน้าอารมณ์ขุ่นมัว ร่างบางได้แต่ถอนหายใจ “ที่นี่ที่ไหน ท่านบอกข้ามาเถอะ” แววตาคนบนเตียงไม่ได้มีท่าทีกวนอารมณ์เขาอย่างที่อู๋ซื่อฟ่านคิด หรือว่าเกาจื่อเฟิ่งเฉียดความตายมาถึงได้ร้องอยากกลับบ้าน อดีตแม่ทัพบูรพาอย่างอู๋ซื่อฟ่านพบเห็นคนใกล้ตายมามาก นางเพิ่งจะฟื้นขึ้นมาบางทีสติเกาจื่อเฟิ่งอาจยังสับสน แววตาเย็นชาจ้องมอง “เจ้าอยู่ที่นี่มาสองปี ยังจะถามเพื่ออะไร” “สองปี” จื่อเฟิ่งทวนคำ ไม่ทันที่นางจะโต้แย้งเขากลับ ราวกับในหัวจื่อเฟิ่งมีภาพมายานับร้อยพันวิ่งผ่าน ศีรษะนางเจ็บราวกับถูกทุบตี ดวงหน้าซีดขาวอ่อนแรงหลับตาลง “เป็นอะไรไปอีก ข้าไม่มีเงินตามหมอมาให้เจ้าหรอกนะ...จื่อเฟิ่ง.. เกาจื่อเฟิ่ง!” ปากพูดเช่นนั้น แต่อู๋ซื่อฟ่านใช้ไม้ค้ำยันเดินกะเผลกเข้ามาจับชีพจรช่วงต้นคอนาง ยังมีลมหายใจอยู่ ดวงตาคมหลุบสายตามองดวงหน้าซีดขาวบนเตียง ให้นางพักผ่อนมากหน่อยก็ดี เกาจื่อเฟิ่งกล้าเอาหัวโขกต้นไม้แรงเพียงนั้น รอดมาได้นับว่าปาฏิหาริย์ คนตัวโตทิ้งนางนอนอยู่ตามเดิม ร่างสูงใช้ไม้ค้ำเดินออกไปนั่งด้านนอกเงียบเชียบ เกาจื่อเฟิ่งแต่งให้เขามาสองปีเต็ม หลายร้อยวันที่ผ่านมา มีวันนี้ที่นางยอมเปิดปากพูดจาดีด้วย บุตรีจวนเจ้ากรมพิธีการเกาเฉิง บิดาเป็นแค่ขุนนางขั้นสาม ซ้ำตัวนางยังเป็นลูกอนุ หากไม่เพราะราชโองการน่าชังนั่น เขากับเกาจื่อเฟิ่งคงไม่ต้องทนทรมานฝืนใจอยู่ด้วยกันเช่นนี้ หนึ่งเดือนก่อนนางพบบัณฑิตซิ่วไฉอายุมากผู้หนึ่ง กลับมาก็เอาแต่คิดจะติดตามคนผู้นั้น ถึงขนาดกล้าขอหนังสือหย่าขาด พื้นฐานสตรีย่อมต้องการสามีที่ดีให้นางเชิดหน้าชูตาได้ แต่กับเขาอู๋ซื่อฟ่านผู้นี้มีแต่ความอัปยศแร้นแค้น อดีตแม่ทัพบูรพาผู้ยิ่งใหญ่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ขาโยกหน้าห้องพัก เรื่องราวมากมายระหว่างอู๋ซื่อฟ่านกับเกาจื่อเฟิ่ง ไม่ได้มีแต่เขาที่คิดได้ แม้จื่อเฟิ่งจะนอนหลับไป แต่ภาพมายามากมายในหัวนางไม่ได้หยุดตาม นางคือ จื่อเฟิ่งเจินเหริน นักทำนายหยั่งรู้ฟ้าดินอันดับหนึ่งของตำหนักดาราพิรุณ กำพร้าไร้ญาติไม่มีชื่อแซ่ รู้แต่เพียงอายุสามขวบท่านอาจารย์ชิงจู่เจินเหรินพานางมายังตำหนักดาราพิรุณ ตั้งชื่อให้ว่าจื่อเฟิ่ง ตั้งแต่นั้นนางถือเป็นคนของตำหนักพยากรณ์ดาราพิรุณ (เจินเหริน เป็นสมญานามใช้เรียกนักพรต) ผ่านมาหลายสิบปี จื่อเฟิ่งฝึกฝนวิชาทำนายดวงดาวจนกลายเป็นอันดับหนึ่ง ชีวิตในตำหนักดาราพิรุณรายล้อมไปด้วยศิษย์รับใช้ ผู้คนทั่วแผ่นดินยกย่องให้เกียรตินางไม่ต่างจากเทพเซียน เท่าที่จำได้ วันนั้นนางติดตามท่านอาจารย์ชิงจู่เจินเหรินไปยังสถานที่หนึ่งบนหุบเขาเร้นหยก หลังจากสัมผัสกระดานทำนายลึกลับ วิญญาณจื่อเฟิ่งก็มาตื่นลืมตาที่นี่ กลายเป็นเกาจื่อเฟิ่งบุตรีเจ้ากรมพิธีการ ที่แท้นางฟื้นคืนวิญญาณในร่างสตรีชื่อว่าเกาจื่อเฟิ่ง สองปีก่อนจำใจรับราชโองการแต่งให้อดีตแม่ทัพบูรพาอู๋ซื่อฟ่าน ชีวิตเกาจื่อเฟิ่งสมควรเป็นสตรีที่ผู้คนทั่วแคว้นอิจฉา หากไม่เพราะบิดาเขาลอบติดต่อกับคนแคว้นเว่ย สุดท้ายต้องโทษเป็นกบฏ ฝ่าบาทเชื่อคำเสนาบดีข้างกาย สั่งประหารอดีตแม่ทัพอู๋สือซานทันที อู๋ฮูหยินยินยอมดื่มยาพิษปลิดชีพตนเองไปพร้อมสามี ไม่รู้ว่าอู๋ซื่อฟ่านบุตรชายรอดชีวิตมาได้อย่างไร คงเพราะฐานะแม่ทัพบูรพาของเขายังพอมีคุณงามความดีอยู่บ้าง อีกทั้งก่อนสกุลอู๋จะเกิดเรื่อง ม้าเร็วจากชายแดนส่งหนังสือกราบทูล แม่ทัพอู๋ตกอยู่ในวงล้อมข้าศึก บาดเจ็บสาหัสกลับมา เช่นนี้เองฝ่าบาทถึงได้ยอมไว้ชีวิตเขา ทั้งยังออกราชโองการ ให้เกาจื่อเฟิ่งบุตรีเจ้ากรมพิธีการแต่งเป็นภรรยา น้ำมันไม่อาจเข้ากันกับน้ำเปล่า บุรุษพิการกับสตรีมักใหญ่ใฝ่สูงจะอยู่ร่วมกันราบรื่นนั้นเป็นไปไม่ได้ สองปีที่ผ่านมาเกาจื่อเฟิ่งดูถูกเหยียดหยามอู๋ซื่อฟ่านสารพัด จนมาครั้งนี้หนักที่สุดคือต้องการสวมหมวกเขียวให้เขา ×···× จื่อเฟิ่งลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ข้างนอกแสงตะวันโพล้เพล้มากแล้ว ไม่รู้นางหลับไปนานกี่ชั่วยาม ตื่นขึ้นมาคราวนี้ในท้องวูบโหวงนาง หิวยิ่งนัก “อู๋ซื่อฟ่าน” เงาร่างผอมแห้งเดินออกมาจากห้องนอน ไม่คิดว่าจะได้เห็นอู๋ซื่อฟ่านนั่งอยู่ใต้ต้นเฟิง ยามนี้จื่อเฟิ่งรู้ที่มาที่ไปแล้ว ไม่แน่บางทีหากนางหาหุบเขาเร้นหยกเจอ อาจได้กลับตำหนักดาราพิรุณ “เจ้าจะพูดอะไรก็พูดมา ยกเว้นเรื่องหนังสือหย่า” “ข้าหิว” อู๋ซื่อฟ่านไม่คิดว่านางจะพูดคำนี้ เดิมทีหากสองคนพบหน้ากัน เกาจื่อเฟิ่งเป็นต้องถากถางดูแคลนเรื่องขาพิการของเขา สุดท้ายสองคน มีปากเสียงจนแยกย้ายกันไป มาวันนี้นางกลับบอกว่าหิวต่อหน้าเขา “พวกเรากินอะไรกันหรือ” ได้ยินคำถามประโยคนี้อู๋ซื่อฟ่านยังคงเงียบ วันนี้นางก่อเรื่องส่วนเขาตั้งแต่นั่งอยู่ตรงนี้จนตะวันใกล้ตกดินก็ยังไม่ได้ไปที่ใด เท่าที่จำได้ในห้องครัวมีโจ๊กผักอยู่ “...อ้อ....ข้าลืมไปท่านคงเดินไม่ถนัด เช่นนั้นข้าไปดูเอง” เอ่ยจบเงาร่างผอมบางเดินไปยังทิศทางห้องนอนเขา อู๋ซื่อฟ่าน ขมวดคิ้ว ฝั่งหนึ่งเป็นที่พักของนาง ส่วนฝั่งตรงข้ามเป็นที่พักของเขา ห้องโถงตรงกลางปรับปรุงเป็นห้องครัวตั้งโต๊ะกินอาหารไว้ เกาจื่อเฟิ่งบอกว่าจะไปดูของกินกลับเดินไปห้องนอนเขา นางจะมาไม้ไหนกันแน่ “ห้องนั้นไม่มีของกิน” ดวงหน้าน้อยมองไปยังห้องโถง “น่าจะเป็นที่นี่” ไม่นานนักเงาร่างเกาจื่อเฟิ่งเดินออกมาจากห้องโถง สีหน้ากระอักกระอ่วน “บ้านท่านไม่มีอาหาร เหตุใดไม่บอกข้า” “มีโจ๊กอยู่ในหม้อ อยากกินเจ้าก็กินเถอะ” อู๋ซื่อฟ่านตอบไร้อารมณ์ “หม้อใบนั้นไม่ได้ปิดฝา ตอนนี้ว่างเปล่าแล้ว” ใบหน้าเย็นชาหลับตาลง คงเป็นตอนที่นางก่อเรื่องเขาถึงได้ลืมปิดฝาหม้อ สัตว์ตัวเล็กตัวน้อยคงกินโจ๊กในนั้นไปหมดแล้ว อู๋ซื่อฟ่านค้ำไม้เท้ายืนขึ้น น้ำเสียงหวานหูกลับเอ่ยวาจาขึ้นมาก่อน “ท่านเดินไม่ถนัด ข้าจะทำอาหารให้” เอ่ยจบไม่รอให้เขาอนุญาต จื่อเฟิ่งวิ่งกลับเข้าห้องโถง ไม่รู้ว่ายามปกติเกาจื่อเฟิ่งดูแลสามีอย่างไร แต่ที่รู้แน่คือสองสามีภรรยา ไม่ได้มีความ เป็นอยู่สุขสบายนัก กลางห้องโถงมีก้อนหินทำเป็นเตาไฟอย่างง่าย ส่วนหม้อว่างเปล่าใบนั้นล้มเอียงอยู่ด้านข้าง หม้ออีกใบเหลือเมล็ดข้าวฟ่างไม่มากกับผักป่าแห้งเหี่ยวในตะกร้า จื่อเฟิ่งได้แต่ถอนหายใจกับสภาพความเป็นอยู่ขัดสนเช่นนี้ ไม่ต้องนับถึงคำว่าอาหาร สภาพในนี้ไม่มีสิ่งใดดูสะอาดตาสักอย่าง ไม่รู้ว่านางจะใช้เมล็ดข้าวฟ่างที่เหลือ กับกระปุกเครื่องปรุงสองสามอย่าง ทำอาหารออกมาได้หรือไม่

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.4K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.4K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.9K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
33.9K
bc

รอยแค้นแห่งรัก

read
55.7K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook