ตอนที่1 ท้าทายอำนาจ
บรรยากาศในผับสุดหรูในช่วงก่อนที่ผับจะเปิด เจ้าของผับอย่างธันเดอร์กำลังเดินตรวจตราทุกแผนกเพื่อดูความเรียบร้อย ตั้งแต่ได้เข้ามาบริหารผับแทนคนเป็นพ่อเต็มตัวตั้งแต่ช่วงเรียนมหาลัยปีหนึ่ง เรียกได้ว่าการใช้ชีวิตเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของเขาคืออยู่ที่นี่ อีกสิบเปอร์เซ็นต์คือกลับไปนอนคอนโดส่วนตัว ในเวลาที่ต้องการพักผ่อนจริง ๆ ไม่อยากให้ใครรบกวน แต่ต้องยอมรับว่าน้อยมากที่จะเป็นแบบนั้น เพราะผับแห่งนี้เหมือนเป็นจิตวิญญาณของเขาไปแล้ว เขารักและผูกพันกับมันมาก
“ไอ้เชนทร์ ตรงนั้นเขาวุ่นวายอะไรกันว่ะ”
ขนาดกำลังเดินตรวจตราตามปกติ สายตาคมก็เหลือบไปเห็นตรงหน้าออฟฟิศของฝ่ายบุคคล มีคนยืนออกันอยู่ตรงนั้นสามถึงสี่คน ประมาณว่ามีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้นและตกลงกันไม่ได้
“อ๋อ พอดีป้าหัวหน้าแม่บ้าน แกมาฝากงานให้หลานสาวแกทำงานพาร์ทไทม์ครับ”
“แล้ว?”
ราเชนทร์ทำหน้ามึนงงใส่เจ้านายหนุ่ม ด้วยไม่รู้ว่าคำว่าแล้วของเจ้านายนั้น หมายความว่าอย่างไร ทำให้ธันเดอร์ที่เห็นสีหน้าของลูกน้องคนสนิท เตรียมยกขาขึ้นเตะทันที แต่ทว่าอีกฝ่ายรู้ทันเลยรีบถอยห่างออกไปเพราะรู้ว่าท่าทางแบบนั้น อีกไม่ถึงหนึ่งนาทีเขาจะต้องล้มลงไปกองกับพื้นแน่นอน
“มึงงงอะไรว่ะ”
“ผมไม่เข้าใจว่าคุณธันถามว่าแล้ว ผมต้องตอบว่ายังไงครับ”
“นี่มึงกวนตีนกูเหรอว่ะ”
“ไม่ได้กวนตีนนะครับ เพราะผมก็ตอบไปตามสิ่งที่ผมรู้หมดแล้วครับ”
“กูถามเพราะถ้าแค่มึงบอกว่าป้าหัวหน้าแม่บ้านมาฝากให้หลานสาวแกทำงาน แล้วทำไมพี่แตงฝ่ายบุคคลถึงได้ทำหน้าแบบนั้น”
คราวนี้ราเชนทร์ที่มึนงงเป็นเรื่องปกติ เข้าใจในคำถามของเจ้านายหนุ่มทันที“พี่แตงบอกป้าแม่บ้านไปว่าตอนนี้พนักงานทุกแผนกเต็ม ไม่มีที่ว่างตรงไหนให้ไปทำได้เลยครับ จากที่เห็นป้าแกคงกำลังตื้อพี่แตงอยู่ครับ”
ธันเดอร์พยักหน้าเข้าใจ เมื่อได้ยินคำตอบที่ต้องการ เขาก็เตรียมตัวจะเดินขึ้นห้องพัก ทว่าขณะกำลังเดินเฉียดไปบริเวณนั้น เพื่อเดินขึ้นชั้นสอง สายตาคมของเขาก็บังเอิญหันไปสบตากับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งถ้าให้เดาคงจะเป็นหลานสาวของป้าแม่บ้าน ดวงตากลมโตของเธอสั่นระริกราวกับจะร้องไห้ ก่อนที่เมื่อเธอเห็นเขาจะรีบก้มหน้าหลบสายตาเขาไปทันที
ขาเรียวยาวชะงัก จากที่จะเดินขึ้นบันได เลยหันตัวกลับเดินตรงไปยังหน้าออฟฟิศทันที
“มีอะไรกัน”
“คุณธัน คือพอดีว่าป้าแม่บ้านแกอยากฝากให้หลานแกทำงานพาร์ทไทม์ค่ะ แต่ตอนนี้ไม่มีแผนกไหนว่างเลยค่ะ แตงเลยไม่รู้จะให้ไปแทรกตรงไหน”
ธันเดอร์ไม่ได้สนใจฟังแตงกวาหัวหน้าฝ่ายบุคคลที่กำลังพูดอธิบาย แต่ดวงตาคมกริบของเขากลับหันไปจับจ้องหญิงสาวร่างบางในชุดนักศึกษาที่ยืนก้มหน้าไม่กล้าสบตาใครอยู่ตอนนี้
“แล้วป้ามีปัญหาตรงไหนอีก ในเมื่อฝ่ายบุคคลบอกไม่ว่าง ก็แปลว่าไม่รับ”
"ป้าไม่มีปัญหาค่ะคุณธัน งั้นไปเถอะฮานะลูก เดี๋ยวลองไปดูร้านข้าวต้มระหว่างทางกลับบ้านเราก็ได้"
ฮานะเงยหน้าขึ้นพยายามหลบเลี่ยงสายตาคมของผู้ชายร่างสูง หน้าดุ ที่คนเป็นป้าเรียกว่าคุณธัน ก่อนจะยกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่าทุกคนและเตรียมหันหลังเดินออกจากที่นี้ ตามคนเป็นป้าออกไป
"เดี๋ยว!!!"
ธันเดอร์เอ่ยเสียงเรียบออกมา ยังคงจ้องมองใบหน้าขาวใสของผู้หญิงตรงหน้าไม่วางตา ชุดนักศึกษาที่ควรจะรัดรูปตามสมัยนิยมที่เคยเห็น กลับกลายเป็นชุดนักศึกษาที่ตัวหลวมโคล่ง กระโปรงยาวคลุมเข่า รองเท้าผ้าใบสีขาว
ใบหน้าไร้เครื่องสำอาง ที่สำคัญสวมแว่นสายตา มองดูผิวเผินก็เหมือนเด็กเรียนทั่วไป แต่ทว่าเธอมีผิวที่ขาวมาก ขนาดว่าอยู่ในที่ไม่ได้สว่างมากและไม่ได้อยู่ในร่มผ้า ความขาวของเธอยังกระแทกสายตาเขาอย่างจัง
"ต้องการทำแผนกอะไร?"
"ผะ..."
"ให้เธอตอบเอง"
ธันเดอร์ยกมือขึ้นห้ามป้าแม่บ้านให้หยุดพูดทันที ก่อนจะหันไปจี้จุดถามผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง
"ไม่ได้ยินที่ฉันถาม?"
ฮานะเงยหน้าขึ้นมองสบตาคมของเจ้าของผับ เธอเม้มปากแน่น ก่อนจะหันหน้าไปหาป้าเจนอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ จนป้าเจนพยักหน้าให้เธอตอบคำถามออกไป
"แผนกอะไรก็ได้ค่ะ ฉะ ฉันทำได้หมดเลย"
"เหรอ เด็กเสิร์ฟก็ทำได้เหรอ แต่ดูจากสภาพการแต่งตัว"คนตัวสูงก้มมองเธอตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า ทำคนที่กำลังถูกมองรู้สึกเหมือนโดนเหยียดทันที
"ฉันว่าไม่เหมาะกับเธอหรอก ถ้าอยากทำจริง ๆ ขึ้นไปหาฉันที่ห้อง"
"ขึ้นไปหาที่ห้อง ไปทำไมคะ"
ฮานะแสดงสีหน้าตกใจทันที ตามความเข้าใจของเธอการเรียกให้ขึ้นไปหาที่ห้อง เขาคงไม่ได้ให้เธอทำอะไรที่ไม่ควรทำหรอกใช่ไหม ซึ่งนั่นไม่ใช่ความต้องการของเธอจริง ๆ จึงรีบส่ายหน้าออกไปทันที
"ฉันแค่อยากทำงานค่ะ ไม่ได้อยากทำอะไรแบบนั้นค่ะ"
เจนจิรารีบจับแขนหลานสาวให้หยุดพูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกไป ถึงจะไม่เคยได้พูดคุยหรือใกล้ชิดธันเดอร์เจ้าของผับ แต่พนักงานหลายคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าธันเดอร์เป็นคนเจ้าระเบียบกับการทำงานมาก ไม่เคยพูดเล่นหัวกับลูกน้องคนไหนทั้งนั้น เวลาทำงานก็คือเวลาทำงาน หากรู้ว่าพนักงานคนไหนไม่ตั้งใจทำงานจะไล่ออกทันที ไม่มีข้อยกเว้น
“อะไรแบบนั้นที่เธอว่าคืออะไร”
ธันเดอร์ยกยิ้มมุมปากขึ้นมาเล็กน้อย แต่ทว่าใบหน้ายังคงเรียบเฉย ดูเหมือนเขาจะเจอเรื่องสนุกอะไรบางอย่างเข้าให้แล้ว ภายใต้ดวงตากลมโตสั่นระริก กลับมีอะไรบางอย่างที่ค้นหาซ่อนอยู่ในนั้น
“ขอโทษแทนหลานสาวป้าด้วยนะคะ ฮานะคงไม่ได้ตั้งใจพูดแบบนั้นค่ะ ฮานะขอโทษคุณธันเดี๋ยวนี้”
“ทำไมต้องขอโทษด้วยคะ เรายังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะคะ”
ฮานะทำสีหน้างงงวยใส่คนเป็นป้า ไม่มีทีท่าว่าจะขอโทษผู้ชายตรงหน้าที่กำลังใช้สายตาคุกคามร่างกายเธอ มองดูก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนน่าเคารพอะไร เขาเป็นคนพูดจากำกวมกับเธอก่อน เธอก็ต้องมีสิทธิ์สงสัยในคำพูดของเขา
“หยุดพูดแบบนี้ ขอโทษคุณเขาเร็ว ๆ”เจนจิรารีบก้มหัวขอโทษธันเดอร์อีกครั้ง ต่างจากหลานสาวที่กลับใช้สายตามองเจ้าของผับด้วยความไม่พอใจ
“เก่งใช้ได้นิ”
ตอนนี้ทั้งราเชนทร์และแตงกวาต่างก็ตกใจไปตามกัน ไม่ได้ตกใจที่เจ้านายกำลังทำสีหน้าดุเข้ม เพราะพวกเขาสองคนเห็นกันจนชินตาแล้ว แต่ที่น่าตกใจคือเด็กสาวคนนี้ต่างหาก ที่ตอนแรกดูเหมือนจะทำท่าทีหวาดกลัวธันเดอร์อยู่ไม่น้อย แต่ตอนนี้กลับไม่ยอมก้มหัวขอโทษตามที่คนเป็นป้าสั่ง
“ถ้าไม่ขึ้นไปหาฉันที่ห้อง นอกจากเธอจะไม่ได้งานทำแล้ว ป้าของเธอก็เตรียมตัวออกไปหางานใหม่ได้เลย”
พูดจบธันเดอร์ก็กลับหลังหันเดินจากไปทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะใช้อำนาจในทางที่ผิดอยู่แล้ว ต่อให้เป็นคนขึ้นชื่อเรื่องกฎระเบียบมากแค่ไหน ก็ไม่เคยไล่ใครออก หากไม่มีเหตุผลมากพอ แต่เพราะเธอคนนั้นกำลังท้าทายอำนาจของเขา มันทำให้เขารู้สึกอยากเอาชนะเธอ เลยต้องแหกกฏของตัวเอง