ตอนที่ 1 ครอบครัวไชยเดชาสกุล
คฤหาสน์ไชยเดชาสกุล
วันนี้คฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาครึกครื้นเป็นพิเศษ เพราะวันนี้เป็นวันฉลองครบรอบอายุเจ็ดสิบสองปีของ 'สิบทิศ' ประมุขของตระกูลไชยเดชาสกุล
อาหารทุกอย่างถูกจัดเตรียมอย่างประณีตสวยงามอยู่ที่สนามหญ้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งอาหารแต่ละอย่างเป็นอาหารไทยที่มาจากทั้งสี่ภาค เพราะผู้รับผิดชอบเรื่องอาหารต่างพากันสรรหาอาหารประจำถิ่นที่ตัวเองอยู่มาให้คุณปู่ได้ลิ้มลอง
"ฮ่า ๆ อาหารสี่ภาค ส่งกลิ่นหอมจริง ๆ ว่าแต่ไอ้ตัวแสบที่รับผิดชอบงานทั้งสี่คน มันหายหัวไปไหนล่ะ" ชายชราที่ภูมิฐานสง่างามและทรงอำนาจยืนมองซุ้มอาหารต่าง ๆ แล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับถามขึ้นด้วยเสียงอบอุ่น
"เห็นว่ามาช่วยกันจัดเตรียมงานตั้งแต่เช้าแล้วนะคะ นี่ก็คงจะไปอาบน้ำกันอยู่มั้ง" มาลัยที่เป็นภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากวัยเจ็ดสิบปีพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้ม
"ฮ่า ๆ ยังดีนะที่พวกมันกลับบ้านกันได้ นี่ฉันคิดถูกหรือคิดผิดก็ไม่รู้ ที่ให้พวกมันออกไปอยู่ที่เพนต์เฮาส์กันหมด ทิ้งให้คนแก่ ๆ แบบเราอยู่อย่างเหงา ๆ ที่บ้านหลังใหญ่แบบนี้" สิบทิศที่เป็นประมุขของบ้านพูดขึ้นอย่างไม่จริงจังนัก
"พูดแบบนี้เล็กน้อยใจนะคะ เล็กอยู่บ้านกับคุณพ่อคุณแม่ทุกวันเลย" หญิงสาวแสนสวยคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม
"จริงด้วย พ่อมียัยเล็กอยู่เป็นเพื่อน ฮ่า ๆ มากอดหน่อยเร็ว" สิบทิศหันไปพูดกับลูกสาวคนเล็ก อย่างมาลีหรือหนูเล็ก เธอเป็นลูกหลงของเขา เพราะเธออายุเพียงสามสิบปีเท่านั้น ซึ่งต่างจากพี่ชายทั้งสี่คนที่มีอายุ สี่สิบห้า สี่สิบหก สี่สิบเจ็ด และ สี่สิบแปด ตามลำดับ เรียกได้ว่าสิบทิศและมาลัยมีลูกหัวปีท้ายปีเลยทีเดียว
"กอดผมด้วยสิครับคุณปู่/ผมด้วย/ผมด้วย/ผมด้วย" เสียงดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับมีชายหนุ่มสี่คนโผเข้ามากอดชายหญิงชราไว้อย่างรักใคร่
"มาแล้ว ๆ แก๊งสี่ยอดกุมารของปู่ ฮ่า ๆ เจ้า ดิน น้ำ ลม ไฟ" สิบทิศหันมากอดหลานชายทั้งสี่คนแล้วพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี
"โธ่~ คุณปู่ บอกหลายครั้งแล้วนะครับ ว่าแก๊งผมชื่อแก๊งสี่ทิศ ไม่ใช่สี่ยอดกุมารเหมือนหนังจักร ๆ วงศ์ ๆ ที่ปู่ชอบดู" ลมหรือวายุพูดขึ้นเสียงออด ๆ
"ใช่ครับ นี่ไฟสุดหล่อแห่งแก๊งสี่ทิศเองคร๊าบบบ คุณปู่" ไฟหรืออัคคีพูดขึ้นอย่างทะเล้น
"ฮ่า ๆ โอเค ๆ แก๊งสี่ทิศของปู่" สิบทิศหัวเราะลั่นอย่างมีความสุข
"นี่ครับคุณปู่ ของขวัญจากพวกผมทั้งสี่คน" ดินหรือปฐพี ส่งของขวัญที่พวกเขารวมเงินกันซื้อเป็นของขวัญวันเกิดให้ปู่
"อะไรล่ะเนี่ย" สิบทิศรับกล่องเล็ก ๆ มาแล้วถามขึ้น
"ความรักของพวกผมทั้งสี่คนครับ" ทั้งสี่คนตอบออกมาพร้อมกัน
"แล้วไม่มีของขวัญให้ย่าเหรอฮะ เจ้าพวกตัวแสบ" มาลัยถามขึ้นยิ้ม ๆ
"ของขวัญของคุณปู่ สุดท้ายก็เป็นของคุณย่าอยู่ดีนั่นแหละครับ จุ๊บ~" ธาราหรือน้ำ เข้ามาสวมกอดย่าไว้ และพูดอย่างออดอ้อนพร้อมกับหอมแก้มไปหนึ่งที
"ฮ่า ๆ ดี ๆ งั้นเราไปดูอาหารกันเถอะ ว่ามีอะไรบ้าง เห็นว่ามีอาหารของแต่ละภาคมาให้ปู่ชิมใช่มั้ย" สิบทิศส่งกล่องของขวัญให้พ่อบ้านคนสนิท ก่อนจะเดินควงแขนภรรยาและลูกสาวคนเล็กไปที่สนามหญ้าที่อยู่ริมแม่น้ำ โดยมีหลานชายทั้งสี่คนเดินตามมาเป็นขบวน
"มาแล้ว ๆ คุณพ่อ คุณแม่มาแล้ว" พีรดาลูกสะใภ้คนโตพูดขึ้นกับสะใภ้คนอื่น ๆ
"คุณพ่อคุณแม่ครับ มานั่งทางนี้เลยครับ" ปิยะลูกชายคนโตขยับเก้าอี้ให้คนเป็นพ่อ
"ฮ่า ๆ เอาล่ะ ๆ ไหนใครมีอาหารอะไรมานำเสนอพ่อบ้าง" สิบทิศนั่งลงแล้วพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี
เขาจัดงานวันเกิดไม่ใช่เพราะอยากได้ของขวัญ แต่สิ่งที่เขาต้องการคือการที่ได้เห็นลูกชาย ลูกสาว ลูกสะใภ้และหลานชายมาอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา อย่างในวันนี้ต่างหากล่ะ
สิบทิศ ไชยเดชาสกุล เป็นลูกของคหบดีคนหนึ่ง ตระกูลของเขาเน้นด้านการค้าขายและได้แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลของมาลัยซึ่งก็เป็นลูกคหบดีเหมือนกัน ทั้งสองแต่งงานกันด้วยความรัก และมีลูกหัวปีท้ายปี ซึ่งเป็นผู้ชายทั้งหมด ก่อนจะมีลูกหลงที่เป็นลูกสาวตามมา และตอนนี้ลูกชายทั้งหมดก็แต่งงานไปมีครอบครัว แยกย้ายกันไปอยู่ตามภาคต่าง ๆ ตามภูมิลำเนาของภรรยา แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็สร้างบ้านให้ลูกชายคนละหลังโดยให้อยู่ในรั้วเดียวกัน
และที่สำคัญลูก ๆ ต่างก็แต่งงานในเวลาใกล้เคียงกันและมีหลานให้เขาพร้อมกันอีกด้วย
ปิยะแต่งงานกับพีรดา มีลูกชายคือปฐพีหรือดิน ตอนนี้ทำธุรกิจเกี่ยวกับไร่ชาและไร่ผลไม้อยู่ที่จังหวัดเชียงราย
ธนาแต่งงานกับนารา มีลูกชายคือธาราหรือน้ำ ทำธุรกิจเกี่ยวกับการส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่ของประเทศ อยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
วิทย์แต่งงานกับนารี มีลูกชายคือวายุหรือลม ทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ โดยปักหลักอยู่ที่กรุงเทพ
อัคนีแต่งงานกับอัญชลี มีลูกชายคืออัคคีหรือไฟ ทำธุรกิจโรงสีข้าวที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดขอนแก่น
สี่ยอดกุมารของสิบทิศประกอบไปด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งทั้งสี่คน อายุยี่สิบเอ็ดปีเหมือนกัน โดยห่างกันแค่คนละเดือนสองเดือนเท่านั้น
"ไหนเล่าให้ปู่ฟังหน่อยซิ ว่าเรียนอะไรกันบ้าง ใกล้จะจบหรือยัง แล้วมีแฟนกันกี่คนแล้ว" สิบทิศที่นั่งลงที่หัวโต๊ะ ระหว่างทานอาหารไป ก็ถามหลานชายขึ้นมา
"เรียนวิศวะครับ" ดินตอบมาเป็นคนแรกด้วยน้ำเสียงจริงจังเล็กน้อย
"ปีนี้จะจบแล้วครับคุณปู่" น้ำเป็นคนตอบคำถามที่สอง
"ส่วนแฟนยังไม่มีครับ ผมจะอยู่เป็นโสดให้สาว ๆ เสียดายเล่น ฮ่า ๆ" ลมที่เป็นคนอารมณ์ดีพูดขึ้น
"ผมก็ยังไม่อยากมีแฟนครับคุณปู่ ผมจะโสดเป็นเพื่อนอาเล็ก" ไฟพูดขึ้นมาอย่างทะเล้น ๆ และมองไปทางอาสาวอย่างล้อเลียน
"ฮ่า ๆ ปู่จะคอยดูว่าจะอยู่เป็นโสดไปถึงเมื่อไร เพราะตระกูลเราเป็นตระกูลที่แต่งงานเร็ว มีลูกเร็ว ปู่ว่าพวกแกก็น่าจะเป็นเหมือนกัน ให้ทายนะว่าไม่เกินอายุยี่สิบห้าปี พวกแกจะต้องได้แต่งงาน" สิบทิศพูดขึ้นอย่างผู้หยั่งรู้
"ไม่มีทางครับ" ลมที่เป็นคนหวงความโสดมากที่สุดพูดขึ้นอย่างจริงจัง
"ฮ่า ๆ แล้วพอถึงวันนั้น อย่ามาอ้อนวอนให้ปู่ไปสู่ขอสาวให้ล่ะ ปู่จะเล่นตัวให้ดู" สิบทิศพูดไปก็หัวเราะไป
ที่เขามั่นใจ เพราะเขาได้เอาดวงทั้งสี่คนไปให้ซินแสดูให้แล้ว และผลที่ออกมาคือทั้งสี่คนจะมีชีวิตที่ดี ค้าขายเจริญรุ่งเรือง มีคู่ครองที่ดี และที่สำคัญจะแต่งงานตอนอายุไม่เกินยี่สิบห้าปี
"จะเป็นไปได้ยังไงครับ ผมจะอยู่เป็นโสดเพราะชอบความอิสระ อีกอย่าง แค่เรียนหนังสือกับเข้าไปศึกษางานที่บริษัท ก็หมดเวลาแล้วครับ ยิ่งตอนนี้คุณพ่อกำลังจะสร้างหมู่บ้านจัดสรรเพิ่ม ยิ่งยุ่งมากครับ" วายุหรือลมพูดขึ้นอย่างไว เขาคงไม่คิดสั้นขนาดแต่งงานเร็วแบบนั้นแน่ ยี่สิบห้าปี บางคนยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ
"แล้วแต่งงานมันไม่อิสระตรงไหนตาลม แม่ไม่เคยกักขังพ่อของแกเลยนะ" นารีที่เป็นแม่ของลมพูดแย้งขึ้นมา
"ไม่เคยกักขังก็จริง แต่โทรหาตลอดก็ไม่ไหวนะครับ ผมรู้ ผมเห็น" ลมโต้กลับอย่างหยอกล้อทันที เพราะเวลาไปทำงานกับพ่อทีไร จะเห็นแม่โทรหาพ่อตลอด และพ่อของเขาก็ต้องรับโทรศัพท์ทุกครั้ง แม้ว่าจะยุ่งแค่ไหน มิฉะนั้นกลับบ้าน อาจจะเจอสงครามเย็นได้
"จริงด้วยครับ ผมก็เคยเห็นแม่โทรตามพ่อ พ่อนี่นะรีบรับโทรศัพท์เลย" ไฟที่เป็นน้องเล็กสุดพูดสนับสนุนทันที
"ใช่/ใช่" ดินกับน้ำก็พยักหน้าเห็นด้วย
"ทำไมล่ะ ทำไมถึงคิดว่าการที่พวกเราโทรหา โทรถาม ต้องเป็นการกักขังด้วย หรือคุณไปพูดอะไรกับลูกคะ พี่ปิยะ" พีรดาถามสามีด้วยน้ำเสียงเข้มเล็กน้อย ส่วนภรรยาอีกสามคนก็มองสามีไม่ต่างกัน
"โอ๊ยยยย ใครจะคิดอย่างนั้น ที่ดาโทรหาพี่ก็เพราะเป็นห่วงและตามให้กลับไปทานข้าวให้ตรงเวลาเท่านั้นเอง ใครจะไปคิดว่าถูกกักขังกัน จริงมั้ยพวกเรา" ปิยะพูดขึ้นพร้อมกับหันไปขอเสียงสนับสนุนจากน้องชายอีกสามคน
"ใช่ ๆ" ทั้งสามคนตอบกลับมาพร้อมกัน
"ว้า~ ไม่มีพ่อบ้านใจกล้าเลย หมดสนุกเลย" ธาราหรือน้ำพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
"ปู่สอนไว้เองแหละ เก่งกับคนทั้งโลกได้ แต่อย่าเก่งกับเมีย เพราะมันจะหาความสงบสุขไม่ได้ พวกหลานก็จำเอาไว้ให้ดีนะ" สิบทิศพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี
"โห~ ยิ่งแบบนี้ ยิ่งไม่ขอมีเมียเลยครับ" ลมพูดขึ้นอีกครั้ง
"ใช่ครับ ผมไม่ชอบให้ใครมาจู้จี้จุกจิก ขออยู่เป็นโสดดีกว่า" ดินพยักหน้าสนับสนุนอีกเสียง
"ผมไม่อยากมีแม่คนที่สองครับ ขอเที่ยวไปเรื่อย ๆ ดีกว่า" ไฟพูดจบก็ต้องหลบมือของแม่ที่ฟาดลงมาที่แขนเขาอย่างแรง
"ส่วนผมขอให้เจอไข่มุกเม็ดงามก่อนครับ แล้วค่อยว่ากันอีกที แต่ตอนนี้ยังไม่เจอเลยครับ" น้ำที่ชอบล่องเรือออกทะเลพูดขึ้นมาบ้าง
"ฮ่า ๆ ช่างพูดจริง ๆ นะแต่ละคน แล้วปู่จะรอดู แต่ปู่จะบอกว่า... ใครมีเหลนให้ปู่ได้ก่อน ปู่จะให้ห้าสิบล้าน" สิบทิศพูดขึ้นมายิ้ม ๆ
"มีลูกแต่ไม่มีเมียได้มั้ยครับคุณปู่ ฮ่า ๆ" ลมถามขึ้นเล่น ๆ เพราะเขารู้ว่า ยังไงปู่ก็ต้องให้เงินพวกเขาอยู่แล้ว
"ได้... แล้วปู่จะคอยดูนะ ฮ่า ๆ" สิบทิศพูดจบก็หัวเราะลั่น